การสร้างความเข้มแข็งขององค์การธุรกิจส่งออกอัญมณี และเครื่องประดับ ในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล

Main Article Content

อมรวรรณ กลั่นแก้ว
ณัชชา กริ่มใจ

บทคัดย่อ

                ดุษฎีนิพนธ์ เรื่อง “การสร้างความเข้มแข็งขององค์การธุรกิจส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับ ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล” มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยต่างๆ ที่ส่งผลต่อการสร้างความเข้มแข็งของวิสาหกิจส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับขนาดกลางและขนาดย่อมในเขตกรุงเทพมหานคร และ ปริมณฑล (2) ตรวจสอบความสอดคล้องของแบบจำลองที่สร้างขึ้นกับข้อมูลเชิงประจักษ์ (3) ศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อการสร้างความเข้มแข็งของวิสาหกิจส่งออก อัญมณีและเครื่องประดับไทยขนาดกลางและขนาดย่อมในเขตกรุงเทพมหานคร และ ปริมณฑล
                การวิจัยครั้งนี้เป็นวิจัยแบบเชิงปริมาณ ด้วยการวิเคราะห์ค่าถดถอยเชิงพหุ จากผู้ประกอบการธุรกิจวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อมในอุตสาหกรรมส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับ ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จำนวน 399 คน เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถามผ่านการตรวจสอบความตรงของเนื้อหาจากผู้ทรงคุณวุฒิ ด้วยวิธีคำนวณหา IOC และทดสอบความน่าเชื่อถือด้วยการหาค่าสหสัมพันธ์ด้วยวิธีของครอนบัช
                ผลการวิจัยพบว่า
                (1) การบริหารธุรกิจด้านการผลิตมีอิทธิพลในเชิงบวกต่อความเข้มแข็งของการบริหารธุรกิจวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ผลการทดสอบสมมติฐานพบว่า เป็นไปตามสมมติฐานการวิจัย นั้นคือ ตัวแปรแฝงด้านการผลิต มีความสัมพันธ์ทางตรงเชิงบวกต่อความเข้มแข็งของการบริหารธุรกิจวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05
                (2) การบริหารธุรกิจด้านการตลาดมีอิทธิพลในเชิงบวกต่อความเข้มแข็งของการบริหารธุรกิจวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ผลการทดสอบสมมติฐานพบว่า เป็นไปตามสมมติฐานการวิจัย นั้นคือ ตัวแปรแฝงด้านการตลาด มีความสัมพันธ์ทางตรงเชิงบวกต่อความเข้มแข็งของการบริหารธุรกิจวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05
                (3) การบริหารธุรกิจด้านนวัตกรรมมีอิทธิพลในเชิงบวกต่อความเข้มแข็งของการบริหารธุรกิจวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ผลการทดสอบสมมติฐานพบว่า เป็นไปตามสมมติฐานการวิจัย นั้นคือ ตัวแปรแฝงด้านนวัตกรรม มีความสัมพันธ์ทางตรงเชิงบวกต่อความเข้มแข็งของการบริหารธุรกิจวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05
                (4) การบริหารธุรกิจด้านการเงินไม่มีอิทธิพลในเชิงบวกต่อความเข้มแข็งของการบริหารธุรกิจวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ผลการทดสอบสมมติฐานพบว่า เป็นไปตามสมมติฐานการวิจัย นั้นคือ ตัวแปรแฝงด้านการเงิน ไม่มีความสัมพันธ์เชิงบวกต่อความเข้มแข็งของการบริหารธุรกิจวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม อย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05


* นักศึกษาปริญญาเอก บริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิต มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ภายใต้การควบคุมของอาจารย์ ดร.ณัชชา กริ่มใจ
Corresponding author : klunkaew@hotmail.com

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
กลั่นแก้ว อ., & กริ่มใจ ณ. (2018). การสร้างความเข้มแข็งขององค์การธุรกิจส่งออกอัญมณี และเครื่องประดับ ในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล. วารสารวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฎนครปฐม, 3(2), 29–43. https://doi.org/10.14456/jmsnpru.2016.13
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

เกียรติขจร โฆมานะสิน. (2551). เกณฑ์รางวัลคุณภาพแห่งชาติเพื่อองค์กรที่เป็นเลิศ. กรุงเทพมหานคร : บริษัท อิโนกราฟฟิกส์ จำกัด.

จำลักษณ์ ขุนพลแก้ว (2552). สร้างตนสู่ผู้มีผลิตภาพสูง. กรุงเทพมหานคร : สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ.

พนิดา สัตโยภาส ชัยยุทธ เลิศพาชิน และ สุริยจรัส เตชะตันมีนสกุล (2557). ความสัมพันธ์เชิงสาเหตุระหว่างภาวะการประกอบการความสามารถทางการตลาดนวัตกรรมและกลยุทธ์ธุรกิจที่ส่งผลต่อความได้เปรียบในการแข่งขันของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมกลุ่มล้านนาของประเทศไทย. วารสารวิทยาการจัดการสมัยใหม่. 7 (1) , 11-29.

พวงรัตน์ ทวีรัตน์ (2543) วิธีการวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์และสังคมศาสตร์. (พิมพ์ครั้งที่ 7) กรุงเทพมหานคร : สำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

ศูนย์วิจัยธนาคารกสิกรไทย (2015) ธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับ. [ออนไลน์] ค้นเมื่อ 10 กันยายน 2558 จาก https://www.kasikornbank.com/.../IndustrySolution_GemAndJewelry_2015.pdf.

สุกัลยา ธรรมรักษา, วิไลพร เสน่หา และ สุดารัตน์ อภิราชกมล. (2553). โครงการจัดทำสำมะโนอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทย. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. 30 (1), 68-80.

สุนทรารักษ์ สุทธิจันทร์ และเมธา สุธีรโรจน์. (2557). ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อความได้เปรียบทางการแข่งขันของอุตสาหกรรม ส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับในประเทศไทย. RMUTT Global Business and Economics Review. 9. (2), 92-102.

สุภมาส อังสุโชติ, สมถวิล วิจิตรวรรณา และรัชนีกูล ภิญโญภานุวัฒน์ (2552). สถิติวิเคราะห์สำหรับ การวิจัยทางสังคมศาสตร์ และพฤติกรรมศาสตร์ : เทคนิคการใช้โปรแกรม LISREL (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ : เจริญดีมั่นคง.

สิริโฉม พิเชษฐบุญเกียรติ (2552). ความพึงพอใจของประชาชนต่อการให้บริการของเทศบาลตำบล เวียงพางคำ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย. เชียงราย : มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ลานนา เขตพื้นที่เชียงราย.

Allcn, J. Robinson, C. and Stewart D. (2001). Lean Manufacturing : A Plant Floor Guide. Michigan. SME.

Adekunle, J.,Ndahi,J. and Owolabi,D., (2003). level of some Hazardous trace metal and simulated blood lead from high way soil of South – west Nigeria. International Journal on Environmental. 1 (1), 97-123.

Cochran, W.G. (1953). Sampling Techiques. New York : John Wiley & Sons. Inc.

Frank Buytendijk (2006). Five Key to Building High Performance Organization. Business Performance Management Magazine, February.

Higgins, James M. & Vincze, Julian W. (1993). Strategic Management. (5th ed). USA : The Dryden Press.

Ken Blanchard. (2007). Leading at A High – Level. New Jersey : Prentice-Hall.

Kotler, Philip and Keller. (2009). Marketing Management. (13th ed.) New Jersey : Prentice-Hall.

Pavlos, Petroulas, (2004). "The Effect of the Euro on Foreign Direct Investment," Research Papers in Economics 2004: 5, Stockholm University, Department of Economics.

Pettigrew, A. M. and R. Whipp (1991) Managing Change for BehaviorSuccess, Blackwell.

Porter, M.E. (1990). Competitive Advantage. of Nations. London and Basingstoke : The Macmillan Press Ltd.

Schumpeter, Joseph A. (2009). The Theory of Economic Development. Cambridge : Harvard University Press.

Sentell, G.D. (1994). Fast, focused & flexible : bold new imperatives for the high performance organization. Michigan : Pressmark International.