อำนาจและสิทธิธรรมของกษัตริย์ในตำนานสร้างบ้านแปลงเมืองของชนชาติไท ในดินแดนสุวรรณภูมิตอนบน

Main Article Content

ลภัสรินทร์ ฉัตรวังคีรี

บทคัดย่อ

ตำนานสร้างบ้านแปลงเมือง ตำนานเมือง พงศาวดารเมือง เรียกรวม ๆ ว่า “ตำนานประวัติศาสตร์” ของชนชาติไท มีความสำคัญในฐานะเป็นเอกสารเก่าแก่ที่สุดในการบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับที่มาของชุมชนหรือประวัติศาสตร์รัฐ/อาณาจักร บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ตำนานประวัติศาสตร์ของชนชาติไท ว่ามีความเชื่อมโยงกับอำนาจและสิทธิธรรมของกษัตริย์ในการปกครองบ้านเมือง หรือรัฐ/อาณาจักรของชนชาติไทในดินแดนสุวรรณภูมิตอนบนหรือไม่ อย่างไร ผลการศึกษาสรุปได้ว่า ตำนานประวัติศาสตร์มีโครงสร้างส่วนใหญ่ประกอบด้วยสองส่วน คือ ส่วนที่เป็นปรัมปราคติ กล่าวถึงที่มาของกษัตริย์อันเป็นต้นวงศ์ของกษัตริย์ยุครัฐ/รัฐอาณาจักรอย่างพิสดารโดยเฉพาะการลงมาจากฟ้าหรือสวรรค์หรือสืบเชื้อสายมาจากผู้เป็นใหญ่บนฟ้าตามความเชื่อของสังคมไทโบราณโดยมีชื่อเรียกแตกต่างกันไป เช่น พญาแถน ผีแถน ขุนผีฟ้า ขุนสาง ส่วนที่สอง เป็นยุคประวัติศาสตร์หรือรัฐ/รัฐอาณาจักรว่าด้วยการสร้างบ้านแปลงเมืองของกษัตริย์ ซึ่งมีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์และเป็นปฐมวงศ์ของราชวงศ์ปกครองรัฐ มีการสืบทอดอำนานกันต่อมาตามสันตติวงศ์โดยใช้แนวคิดความเป็นทิพย์ภาวะของกษัตริย์ และการขยายอำนาจผ่านเลือดบริสุทธิ์เป็นกลไกลหลักในการปกครอง โดยนัยนี้ตำนานประวัติศาสตร์หรือตำนานสร้างบ้านแปลงเมืองของชนชาติไทในดินแดนสุวรรณภูมิตอนบน จึงมีความสัมพันธ์กับกระบวนการสร้างอำนาจ การอ้างอิงอำนาจ และสิทธิธรรมของกษัตริย์หรือเจ้าผู้ครองนครในการปกครองไพร่ฟ้าประชาชนอย่างมีนัยสำคัญ

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ฉัตรวังคีรี ล. . (2025). อำนาจและสิทธิธรรมของกษัตริย์ในตำนานสร้างบ้านแปลงเมืองของชนชาติไท ในดินแดนสุวรรณภูมิตอนบน. มนุษยศาสตร์สาร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 26(2), 206–225. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/JHUMANS/article/view/281075
ประเภทบทความ
บทความวิชาการ

เอกสารอ้างอิง

กรมศิลปากร. (2506). ประชุมพงศาวดาร เล่ม 2. องค์การค้าของคุรุสภา.

เจีย แยนจอง. (2548). “คนไท” ไม่ใช่ “คนไทย” แต่เป็นเครือญาติชาติภาษา. สำนักพิมพ์มติชน.

ฉัตรทิพย์ นาถสุภา. (2553). ทฤษฎีบ้านเมือง ศาสตราจารย์คำจองกับการศึกษาชนชาติไท. สร้างสรรค์.

ฉัตรทิพย์ นาถสุภา (บรรณาธิการ). (2564). สังคมและวัฒนธรรมไทโบราณ. โครงการวิจัยสังคมและวัฒนธรรมไทโบราณ: จากการอ่านคัมภีร์ปู่รู้ทั่วและการศึกษาประวัติศาสตร์วัฒนธรรมไทเปรียบเทียบ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย และศูนย์ศึกษาเศรษฐศาสตร์การเมือง คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

เฉลิมวุฒิ ต๊ะคำมี (ปริวรรต). (2554). ตำนานเมืองพะเยา. นครพิงค์การพิมพ์.

ทวี สว่างปัญญางกูร (ปริวรรตและเรียบเรียง). (2533). พงศาวดารเมืองเชียงตุง. มปพ.

เท่าคว่างแซ้ง และ อ้ายคำ (เรียบเรียง) เรณู วิชาศิลป์ (ปริวรรตและแปล). (2544). เชื้อเครือเจ้าแสนหวีสิบสอง

พันนา. โครงการประวัติศาสตร์สังคมและวัฒนธรรมชนชาติไทและสถาบันราชภัฏเชียงใหม่ ได้รับทุนอุดหนุนการวิจัยและการพิมพ์จากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัยและมูลนิธิโตโยต้า

ประเทศญี่ปุ่น.

พิเชฐ สายพันธ์. (2554). เมืองแถง-เดียนเบียนฟู: การเมืองชาติพันธุ์และการเปลี่ยนผ่านสู่รัฐสังคมนิยมของกลุ่มไทในเวียดนาม. วารสารสังคมวิทยามานุษยวิทยา, 30(1), 10-46.

พิทยาวัฒน์ พิทยาภรณ์ และคณะ. (2564). รายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 1 โครงการวิจัยเรื่องภูมิทัศน์ภาษาของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภาคพื้นทวีปและการเข้ามาของภาษากลุ่มไท ระยะที่ 1. เอกสารอัดสำเนา.

พิทูร มลิวัลย์ (ปริวรรตและรวบรวม). (2530). พื้นขุนบูรมราชาธิราช กฎหมายธรรมศาสตร์ขุนบูรม ปีและศก

ไทยโบราณ. พิมพ์เพื่อเป็นเกียรติและแสดงความยินดีในมงคลวาระที่อาจารย์พิทูร มลิวัลย์ ได้รับพระราชทานปริญญาบัตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาจารึกภาษาไทย ภาควิชาภาษาตะวันออก มหาวิทยาลัยศิลปากร 17 ธันวาคม 2530.

พาน ฉีซวี่, หนง ก้วนผิง, หาน เจียฉวน, จาง เจิงเย่ และ สวี เสี่ยวหมิง (ผู้เรียบเรียงภาษาจ้วงและภาษาจีน) ฉิน

ซิ่วหง และ เฉิน ลู่อี๋ (ผู้แปลภาษาไทย). (2018). กวีนิยายปู่รู้ทั่ว ภาษาจ้วง-ภาษาจีน-ภาษาไทย. สำนักพิมพ์เหรินหมินแก่งกว่างซี.

มณีปิ่น พรหมสุทธิรักษ์. (2546). “ชักนาคดึกดำบรรพ์และพระราชพิธีอินทราภิเษก.” ใน วินัย พงศ์ศรีเพียร

(บ.ก.), ศรีชไมยาจารย์. เฟื่องฟ้าพริ๊นติ้ง.

ยุกติ มุกดาวิจิตร. (2557). ประวัติศาสตร์ไทดำ:รากเหง้าวัฒนธรรม - สังคมไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้.โรงพิมพ์เรือนแก้วการพิมพ์.

รณี เลิศเลื่อมใส. (2544). ฟ้า-ขวัญ-เมือง จักรวาลทัศน์ดั้งเดิมของไท ศึกษาจากคัมภีร์โบราณไทอาหม.

มูลนิธิวิถีทัศน์.

รัตนปัญญาเถระ (รจนา) แสง มนวิทูร (แปล). (2501). ชินกาลมาลีปกรณ์. กรมศิลปากร.

รอเบิร์ด ไฮน์-เกลเดิน. (2525). "แนวคิดเกี่ยวกับรัฐและสถาบันกษัตริย์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้".

นิธี เอียวศรีวงศ์ (แปล). วารสารสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 6(1), 1-21.

ราชบัณฑิตยสถาน. (2544). พจนานุกรมศัพท์วรรณคดีไทย สมัยอยุธยา โคลงยวนพ่าย. ราชบัณฑิตยสถาน.

เรณู วิชาศิลป์ (ปริวรรตและแปล). (2550). พื้นเมืองแสนหวี ฉบับหอคำเมืองไหญ. ซิลค์เวอร์ม.

เรณู วิชาศิลป์ (ถ่ายถอดและแปล). (2539). พงศาวดารไทอาหม เล่ม 1. อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์

พับลิชซิ่ง.

เรณู วิชาศิลป์ (ถ่ายถอดและแปล). (2539). พงศาวดารไทอาหม เล่ม 2. อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์

พับลิชซิ่ง.

วรพร ภู่พงศ์พันธุ์. (2548). “ภาพลักษณ์สถาบันกษัตริย์ในกฎมณเทียรบาล.” ใน กฎมณเฑียรบาล ฉบับเฉลิม

พระเกียรติผลงานวิจัย. จัดพิมพ์เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชในโอกาสที่กฎหมายตราสามดวงมีอายุครบ 200 ปี และเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชในโอกาสที่ทรงครองสิริราชสมบัติปีที่ 60 พุทธศักราช 2548 ภายใต้โครงการวิจัย “กฎหมายตราสามดวง: มรดกกฎหมายไทยในฐานะมรดกโลก” เมธีวิจัยอาวุโส ดร.วินัย พงศ์ศรีเพียร.

วินัย พงศ์ศรีเพียร และคณะ. (2564). ล้านนามหาปกรณัม: ความทรงจำแห่งอภินวบุรี-ศรีหริภุญชัย. โรงพิมพ์

มหาวิทยาลัยศิลปากร.

วาด รวี. (2566). http://thaienews.blogspot.com/2010/12/blog-post_4154.html

สรัสวดี อ๋องสกุล และ โยซิยูกิ มาซูฮารา. (2545). การศึกษาประวัติศาสตร์และวรรณกรรมของกลุ่มชาติพันธุ์

ไท. หนังสือรวมผลงานจากการประชุมวิชาการนานาชาติ. ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

เสาวณิต วิงวอน. (2538). “เทวราชาและธรรมราชาในวรรณกรรมยอพระเกียรติ.” ใน วรรณา นาวิกมูล

และคณะ (ผู้จัดทำ), วรรณกรรม - ศิลปะ สดุดี. แสงแดด.