การบริหารตามหลักธรรมาภิบาลของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสาคร
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาระดับการบริหารตามหลักธรรมาภิบาลของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสาคร 2) เพื่อศึกษาระดับแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสาคร และ 3. เพื่อศึกษาการบริหารตามหลักธรรมาภิบาลของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสาคร เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ มาจากประชากรที่เป็นบุคลากรที่ดำรงตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาและครูในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสาคร ปีการศึกษา 2567 จำนวน 322 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน
ผลการวิจัยพบว่า 1) ระดับการบริหารตามหลักธรรมาภิบาลของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสาคร โดยภาพรวมมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุด 2) ระดับแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสาคร โดยภาพรวมมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุด และ 3) ผลการวิเคราะห์ระดับการบริหารตามหลักธรรมาภิบาลของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เรียงตามลำดับอิทธิพลจากมากไปหาน้อยดังนี้ ด้านหลักความโปร่งใส (X3) ด้านหลักนิติธรรม (X1) ด้านหลักการมีส่วนร่วม (X4) และด้านหลักความคุ้มค่า (X6) เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสาคร อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยการบริหารตามหลักธรรมาภิบาลของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครู
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารบัณฑิตสาเกตปริทรรศน์ ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสาร ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆบทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารบัณฑิตสาเกตปริทรรศน์ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารบัณฑิตสาเกตปริทรรศน์ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักอักษรจากวารสารบัณฑิตสาเกตปริทรรศน์ ก่อนเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
ภาษาไทย
จุฑากาญจน์ เก่งกสิกิจ. (2564). การใช้หลักการบริหารตามหลักธรรมาภิบาลของผู้บริหารสถานศึกษาในสหวิทยาเขตธรรมจักร สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 5. การค้นคว้าอิสระศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยศิลปากร.
ทิณวัตร ภูพานเพ็ชร และ หทัย น้อยสมบัติ. (2567). การบริหารตามหลักธรรมาภิบาลของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 2. วารสารการบริหารการศึกษาและภาวะผู้นำ: 72 - 81.
ธวัชชัย โพธิ์ศรี. (2565). การศึกษาสภาพและแนวทางการบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาลของผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาอุบลราชธานี อำนาจเจริญ. วิทยานิพนธ์หลักสูตรครุศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาบริหารการศึกษา. มหาวิทยาลัยราชภัฎอุบลราชธานี.
บุญชม ศรีสะอาด. (2556). การวิจัยเบื้องต้น. (พิมพ์ครั้งที่ 9). กรุงเทพฯ : สุวีริยาสาส์น.
ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561-2580). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 135 ตอนที่ 82 หน้า 2.
วัชริศ เจริญกุล. (2563). แรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูโรงเรียนบ้านยาง. ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยศิลปากร.
วรัชญา ขมหวาน. (2567). การสร้างแรงจูงใจในการทำงานของครู โรงเรียนอนุบาลบางละมุง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชลบุรี เขต 3.
วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตร มหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยสยาม.
สุภา เจียมพุก. (2554). แรงจูงใจของครูกับการบริหารตามหลักธรรมาภิบาลของผู้บริหารโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 1. วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยศิลปากร.
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ. (2558). หลักธรรมาภิบาลของการบริหารกิจการ บ้านเมืองที่ดี. สำนักพิมพ์คณะรัฐมนตรีและราชกิจจานุเบกษา.
สุภัทสรานันท์ โพธิ์กัน. (2561). การบริหารสถานศึกษาโดยใช้หลักธรรมาภิบาลของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เขต 1 กลุ่ม 3. ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยบูรพา.
ภาษาอังกฤษ
Charoenkun W. (2020). Motivation for work of teachers at Ban Yang School. Master of Education, Silpakorn University.
Supha Chiampuk. (2011). Teacher motivation and good governance practices of school administrators under the Nakhon Pathom Primary Educational Service Area Office 1. Master of Education Thesis. Silpakorn University.
Herzberg, Frederick and others. (1959). The Motivation to work. New York : John Wiley and Sons.
Kengkasikit C. (2021). The Use of Good Governance Principles by Educational Institution Administrators in the Thammachak Sub-district Secondary Educational Service Area Office 5. Independent Study Master of Education. Silpakorn University.
Khomwan W. (2024). Creating motivation for teachers in Bang Lamung Kindergarten School, under the Office of the Chonburi Primary Educational Service Area 3. Master ofEducation Thesis. Siam University.National Strategy (2018-2037). Royal Gazette. Volume 135, Section 82, Page 2.
Office of the Civil Service Commission. (2015). Principles of good governance for publicadministration. Cabinet and Royal Gazette Publishing House.
Phuphanphet T. and Hatai Noisombat H. (2024). Good Governance Management of Administrators Educational Institutions Affecting Teacher Motivation under the Office of the Basic Education Commission Kalasin Primary Education Area 2. Journal of Educational Administration and Leadership. 72 - 81.
Phosri T. (2022). A Study of the Conditions and Management Approaches Based on Good Governance Principles of Educational Institution Administrators under the Ubon Ratchathani-Amnat Charoen Secondary Educational Service Area Office. Master of Education Thesis in Educational Administration. Ubon Ratchathani Rajabhat University.
Suphatsaranan Phokan. (2018). School Administration Using Good Governance Principles for School Administrators Under the Office of the Basic Education Commission, Area 1,Group 3. Master's Thesis Faculty of Education. Burapha University.
Srisat B. (2013). Preliminary research. 9th ed. Bangkok: Suwiriyasan.