การสร้างทีมงานของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษาประศึกษาสงขลา เขต 3

Main Article Content

ประสม คงสุขแก้ว
นิรันดร์ จุลทรัพย์

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาระดับการสร้างทีมงานของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 3 2) เพื่อเปรียบเทียบการสร้างทีมงานของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 3 จำแนกตาม เพศ ระดับการศึกษา และประสบการณ์ในการทำงานและ 3) เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาการสร้างทีมงานของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 3 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 310 คน เป็นการวิจัยเชิงปริมาณเเละคุณภาพ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ แบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์ กลุ่มเป้าหมายในการสัมภาษณ์ จำนวน 6 คน สถิติที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) โดยใช้ t-test และการพรรณนาวิเคราะห์ ซึ่งใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงปริมาณและวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ


ผลการวิจัยพบว่า: 1) การสร้างทีมงานของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประศึกษาสงขลาเขต 3 โดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า การมีความคิดสร้างสรรค์ มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด รองลงมา คือ การประสานงาน เเละที่มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด คือ การร่วมมือ 2) ผู้บริหารสถานศึกษาสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 3 ในภาพรวม ที่มีเพศต่างกันมีการสร้างทีมงานที่ไม่แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 และ 3) แนวทางในการพัฒนาการสร้างทีมงานของสถานศึกษา มีดังนี้ กำหนดเป้าหมายและวิสัยทัศน์ร่วมกันอย่างชัดเจน ส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่ดี การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ และภาวะผู้นำ พัฒนาและอบรมบุคลากรอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งประเมินและปรับปรุงการทำงานเป็นทีมอย่างสม่ำเสมอ ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จหรืออุปสรรคในการสร้างทีมงานของผู้บริหารสถานศึกษา มีดังนี้ ปัจจัยแห่งความสำเร็จ ได้แก่ ภาวะผู้นำที่ดี การสื่อสารภายใน ความไว้วางใจ และการสนับสนุนจากสถานศึกษา อุปสรรค ได้แก่ ภาวะผู้นำที่ไม่เหมาะสม การสื่อสารที่ไม่มีประสิทธิภาพ ความขัดแย้ง ภาระงานเกิน และทรัพยากรไม่เพียงพอ การส่งเสริมการทำงานเป็นทีมของครูและบุคลากรทางการศึกษา มีดังนี้ จัดบทบาทหน้าที่ให้เหมาะสมตามความถนัด ส่งเสริมการทำงานร่วมกันและการสื่อสารอย่างเปิดเผย ตรงไปตรงมา และสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้อย่างเสรี โดยไม่ปิดกั้น สร้างแรงจูงใจ ส่งเสริมการเรียนรู้ร่วมกัน จัดกิจกรรมกระชับความสัมพันธ์ และบริหารจัดการความขัดแย้งอย่างสร้างสรรค์

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
คงสุขแก้ว ป. ., & จุลทรัพย์ น. . (2025). การสร้างทีมงานของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษาประศึกษาสงขลา เขต 3. บัณฑิตสาเกตปริทรรศน์, 10(3), 176–188. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/saketreview/article/view/289394
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

ภาษาไทย

กนกพร กระจ่างแสง, เฉลิมชัย กิตติศักดิ์นาวิน, & นลินณัฐ ดีสวัสดิ์. (2560). บทบาทของผู้บริหารกับการสร้างทีมงานในการพัฒนาองค์การ. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยธนบุรี, 11(26), 1-7.

ชาญชัย อาจินสมาจาร. (2551). ทฤษฎีการบริหารตามแนวคิดของปราชญ์ตะวันตก. กรุงเทพฯ: ปัญญาชน.

ภิญโญ มนูศิลป์. (2551). การพัฒนาตัวแบบความสัมพันธ์โครงสร้างเชิงเส้นของปัจจัยที่ส่งผลต่อ ความมีประสิทธิผลของทีมในโรงเรียน สังกัดส านักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน. วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา. บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น.

เรณู เชื้อสะอาด. (2552). การทํางานเป็นทีมด้านวิชาการของพนักงานครูในโรงเรียนสังกัดเทศบาลนครเชียงใหม่. การค้นคว้าอิสระปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

ศรสวรรค์ สุขสนาน และ จรัส อติวิทยาภรณ์. (2560). การทำงานเป็นทีมตามความคิดเห็นของครู สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 16. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต.บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยทักษิณ.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2558). คู่มือดำเนินการพัฒนาหลักสูตรการพัฒนาผู้นำการเปลี่ยนแปลงเพื่อรองรับการกระจายอำนาจสำหรับครูและศึกษานิเทศก์. กรุงเทพฯ :คณะรัฐมนตรีและราชกิจจานุเบกษา.

อรอนงค์ โฆษิตพิพัฒน์. (2560). การพัฒนาความสามารถในการทํางานเป็นทีมด้วยรูปแบบการสอนแบบร่วมมือทํางานเป็นทีม ในรายวิชาสัมมนาวารสารศาสตร์ สําหรับนักศึกษาสาขานิเทศศาสตร์ ระดับชั้นปีที่ 4 คณะวิทยาการจัดการ. วารสารครุพิบูล, 5(1), 78-86.

ภาษาอังกฤษ

Achinsamachar C. (2008). Management theory based on the concepts of Western philosophers. Bangkok: Panyachon.

Chuea-sa-ard R. (2009). Academic teamwork of teachers in schools under the Chiang Mai Municipality. Independent study for the Master of Education degree in Educational Administration. Graduate School: Chiang Mai University.

Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement. 30(3), 607–610.

Krachangsaeng K., Chalermchai K., et al. (2017). The role of administrators in team building in organizational development. Thonburi University Academic Journal.11(26), 1-7.

Manusin P. (2008). Development of a linear structural relationship model of factors affecting team effectiveness in schools under the Office of the Basic Education Commission. Doctoral dissertation in Educational Administration. Graduate School: Khon Kaen University.

Office of the Basic Education Commission. (2015). Manual for developing a curriculum for leadership development for change to support decentralization for teachers and educational supervisors. Bangkok: Cabinet and Royal Gazette.

Oranong Khositphiphat. (2017). Development of teamwork ability with collaborative teaching model in the journalism seminar course for 4th year students in the field of journalism Faculty of Management Science. Journal of Journalism, 5(1), 78-86.

Suksanan S. and A. Charas. (2017). Teamwork According to the opinions of teachers under the Office of the Secondary Education Area 16. Master's thesis. Graduate School: Thaksin University.