ปัญหาทางกฎหมายในการคุ้มครองสิทธิเด็กจากการถูกถ่ายภาพลงสื่อออนไลน์
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาปัญหาทางกฎหมายในการคุ้มครองสิทธิความเป็นส่วนตัวของเด็กจากการถูกถ่ายภาพเผยแพร่ลงบนสื่อออนไลน์ ไม่ว่าโดยครอบครัว ผู้ปกครอง คนใกล้ชิดหรือบุคคลอื่นใด (2) ศึกษาปัญหาทางกฎหมายในการคุ้มครองสิทธิในความเป็นส่วนตัวของเด็ก จากการถูกถ่ายภาพ ในกรณีที่เด็กมิได้ให้ความยินยอม และกรณีที่เด็กเล็กเกินกว่าจะสามารถให้ความยินยอมได้ โดยศึกษาจาก พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 จากการศึกษาพบว่าการคุ้มครองสิทธิในความเป็นส่วนตัวของเด็กตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 มาตรา 27 ยังมีช่องว่างทางกฎหมาย 2 ประการ ได้แก่ (1) ประการแรก การที่ตัวบทกฎหมายบัญญัติโดยใช้คำว่า “ห้ามโฆษณาหรือเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับตัวเด็ก โดยเจตนาที่จะทำให้เกิดความเสียหาย” กรณีผู้ปกครองหรือบุคคลอื่นใดที่ถ่ายภาพเด็กเผยแพร่ลงบนสื่อออนไลน์ แม้บุคคลดังกล่าวจะไม่มีเจตนาทำให้เด็กได้รับความเสียหายก็ตาม แต่อาจเกิดความเสียหายแก่เด็กได้ เช่น เป็นช่องทางให้ผู้ร้ายหรือผู้ไม่หวังดีติดตามตัวเด็กได้โดยง่าย อันอาจนำไปสู่อาชญากรรมที่เด็กต้องตกเป็นเหยื่อในที่สุด (2) ประการที่สอง การถ่ายภาพเด็กลงบนสื่อออนไลน์ กรณีที่เด็กยินยอมหรือไม่ยินยอมก็ตาม แม้อาจมีเจตนาหรือไม่มีเจตนาให้เด็กได้รับความเสียหาย แต่สื่อออนไลน์นั้นมิใช่พื้นที่ส่วนตัว กล่าวคือ มีลักษณะเป็นสาธารณะที่บุคคลใดจะแสดงความคิดเห็นอย่างไรต่อตัวเด็กก็ได้ ซึ่งอาจนำไปสู่การข่มเหงรังแกทางออนไลน์ (Cyber bullying) ต่อเด็กได้ จากการศึกษา ผู้เขียนมีข้อเสนอแนะให้มีการแก้ไขพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 ให้ครอบคลุมแก่กรณีที่เกิดขึ้นในปัจจุบันและครอบคลุม ไปถึงกรณีที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิในความเป็นส่วนตัวของเด็กอันอยู่ในฐานะเป็นมนุษย์คนหนึ่ง เพื่อมิให้ผู้ใดล่วงละเมิดได้ ไม่ว่าบุคคลนั้นจะเป็นคนในครอบครัวหรือบุคคลอื่นใดก็ตาม
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กุลพล พลวัน. (2527). สิทธิมนุษยชนกับสหประชาชาติ. กรุงเทพฯ : (ม.ป.ท).
คณาธิป ทองรวีวงศ์. (2559). ร่าง พ.ร.บ.คอมฯ ระบุชัด ให้กรรมการ 5 คน สั่งปิดเว็บขัดศีลธรรมอันดี, การไม่ลบข้อมูลเป็นความผิด เพราะคนมี “สิทธิที่จะถูกลืม”. สืบค้นจาก https://law.or.th/node/4337
ชุลีพร น่วมทะนง. สิทธิมนุษยชนกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล. วิทยาลัยรัฐธรรมนูญ: สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ. กรุงเทพฯ.
ชื่นอารี มาลีศรีประเสริฐ. (2539). การคุ้มครองสิทธิส่วนตัวกับการสื่อสารสนเทศ. (วิทยานิพนธ์ นิติศาสตรมหาบัณฑิต). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. กรุงเทพฯ.
ทิพาพร นะมาตร์. (2551). สิทธิความเป็นอยู่ส่วนตัว : ศึกษากรณีสิทธิความเป็นอยู่ส่วนตัวของบุคคลสาธารณะ. (วิทยานิพนธ์นิติศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์, กรุงเทพฯ.
บุญยศิษย์ บุญโพธิ์. (2553). สื่อมวลชนกับการละเมิดสิทธิในความเป็นส่วนตัว. Executive Journal. สืบค้นจาก https://www.bu.ac.th/knowledgecenter/executive_journal/ oct_dec_09/pdf/86-88.pdf
พนิดา พูลสวัสดิ์. (2556). มาตรการทางกฎหมายในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเด็กบนเครือข่ายอินเตอร์เน็ต. (วิทยานิพนธ์นิติศาสตรมหาบัณฑิต). สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, กรุงเทพฯ.
สุรินรัตน์ แก้วทอง. (2562). กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเด็กและเยาวชน. คอลัมน์ กฎหมาย 4.0. สืบค้นจาก https://www.bangkokbiznews.com/blog/detail/647319.
Das Kunsturhebergesetz und das Recht am eigenen Bild. Retrieved from https://www.urheberrecht.de/kunsturhebergesetz/
Juliane Böcken, Urheberrecht vs. Persönlichkeitsrecht. Retrieved from https:// www.rechtambild.de/ 2015 /01/urheberrecht-vs-persoenlichkeitsrecht/
Justin Huggler. (2016). Austrian teenager sues parents for 'violating privacy' with childhood Facebook pictures. The Telegraph.
Haben Kinder ein Recht am eigenen Bild?. Retrieved from https://www.arag.de/auf-ins-leben/internetrecht/recht-am-eigenen-bild-kinder/.
Martin Boden & Jan-Thlman Uhe, Die Persönlichkeitsrechte von Kindern gehören nicht allein den Eltern. Retrieved from https://www.boden-rechtsanwaelte.de/die-persoenlichkeitsrechte-von-kindern-gehoeren-nicht-allein-den-eltern/.
Samuel D. Warren & Louis D. Brandeis. (1890). The Right to Privacy. Harvard Law Review.
William H.Mamell. (1973). The Right to know : Media and the Common Good.
William Prosser. (1973). Torts: Case and Materials.