การจัดการปกครองแบบร่วมมือกัน (Collaborative Governance) ในโครงการอุตสาหกรรมเพื่อการสร้างงานที่ยั่งยืนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

Main Article Content

คอรี การีจิ
ณัฐฐา วินิจนัยภาค

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ในการศึกษา 3 ประการ คือ 1) เพื่อศึกษาปัจจัยหรือเงื่อนไขที่ก่อให้เกิดการจัดการปกครองแบบร่วมมือกันในโครงการอุตสาหกรรมเพื่อการสร้างงานที่ยั่งยืนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ 2) เพื่อศึกษากระบวนการของการจัดการปกครองแบบร่วมมือในโครงการอุตสาหกรรมฯ และ 3) เพื่อศึกษาผลผลิตและผลลัพธ์จากการดำเนินโครงการอุตสาหกรรมฯ ผู้วิจัยได้ใช้ระเบียบวิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยการศึกษาค้นคว้าเอกสารและการสัมภาษณ์เชิงลึกตัวแสดงที่เป็นภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนจำนวนทั้งสิ้น 16 ราย ผลการศึกษาพบว่า 1) ปัจจัยหรือเงื่อนไขที่ก่อให้เกิดการจัดการปกครองแบบร่วมมือกัน ประกอบด้วย หนึ่ง มิติบริบทของระบบ มีปัจจัยของกรอบแนวคิดของกฎหมายและนโยบาย ลักษณะทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม และประเด็นความมั่นคงในพื้นที่ สอง มิติตัวขับเคลื่อนความร่วมมือ มีปัจจัยการพึ่งพาซึ่งกันและกัน สิ่งจูงใจที่ตามมา และผู้นำที่ริเริ่มความร่วมมือ 2) กระบวนการของการจัดการปกครองแบบร่วมมือกันมีอยู่สามมิติคือ หนึ่ง หลักการทำงานร่วมกัน มีองค์ประกอบ การปรึกษาหารือและการกำหนดแนวทางการปฏิบัติร่วมกัน สอง ความเชื่อมั่นซึ่งกันและกัน มีองค์ประกอบ การสร้างความเชื่อมั่นระหว่างกันและการสร้างข้อผูกมัดร่วมกัน และ สาม ความสามารถในการดำเนินการร่วมกัน มีองค์ประกอบ การจัดกระบวนการและสถาบัน และภาวะผู้นำ และ 3) ผลผลิตและผลลัพธ์จากการดำเนินโครงการอุตสาหกรรมฯ ประกอบด้วย มิติของผลผลิต เช่น บริบทของอาคารและสถานที่ ภาคเอกชนเข้ามาบริหารโรงงาน และการพัฒนาทักษะแรงงาน และ สอง มิติของผลลัพธ์ที่ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายได้เพราะมีการจ้างงานต่ำกว่าที่กำหนด ส่วนข้อเสนอเชิงนโยบาย ประกอบด้วย 1) การกำหนดนโยบายและโครงการเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ จำเป็นที่จะต้องมีการสร้างการยอมรับและแสวงหาความร่วมมือจากประชาชน 2) การบรรลุข้อตกลงสันติภาพระหว่างกลุ่มก่อความไม่สงบและรัฐบาลไทยควรเกิดขึ้นอย่างเร็วที่สุด จึงจะสามารถขับเคลื่อนกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้ตามปกติ และ 3) การจัดลำดับความสำคัญในวาระทางนโยบายของรัฐบาล เพื่อแก้ไขปัญหาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ควรจะให้ความสำคัญทั้งในประเด็นความมั่นคงและการพัฒนาอย่างเทียมกัน

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
การีจิ ค. ., & วินิจนัยภาค ณ. . (2020). การจัดการปกครองแบบร่วมมือกัน (Collaborative Governance) ในโครงการอุตสาหกรรมเพื่อการสร้างงานที่ยั่งยืนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ . Journal of Politics and Governance, 10(2), 1–20. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jopag/article/view/245522
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม. (2552). รายงาน “โครงการอุตสาหกรรมเพื่อการสร้างงานที่ยั่งยืนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้.” กรุงเทพฯ: กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม.
ชลิตา บัณฑุวงศ์. (2560). เศรษฐกิจและการพัฒนาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้: การสำรวจเชิงวิพากษ์. ใน อนุสรณ์ อุณโณ (บ.ก.), หนึ่งทศวรรษมานุษยวิทยาและสังคมวิทยากับการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ . กรุงเทพฯ: ศูนย์ศึกษาสังคมและวัฒนธรรมร่วมสมัย.
ดันแคน แม็คคาร์โก. (2555). ฉีกแผ่นดิน : อิสลามและปัญหาความชอบธรรมในภาคใต้ ประเทศไทย. กรุงเทพฯ: โครงการจัดพิมพ์คบไฟ.
พัชรี สิโรรส. (2557). การจัดการปกครองและนโยบายสาธารณะ. วารสารการเมืองการปกครอง, 4(2), 1–12.
ราซีดะห์ ระเด่นอาหมัด และคณะ. (2549). โครงสร้างเศรษฐกิจ สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ (รายงานผลการวิจัย). กรุงเทพฯ: สำนักนายกรัฐมนตรี.
วสันต์ เหลืองประภัสร์ นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ และเกรียงชัย ปึงประวัติ. (2557). การศึกษาและรวบรวมตัวอย่างการบริหารกิจการบ้านเมืองแบบร่วมมือกัน (Collaborative Governance) ระหว่างภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคธุรกิจเอกชน ภาคประชาสังคมและชุมชน (รายงานผลการวิจัย). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี. (2560). ความขัดแย้งชายแดนใต้ในรอบ 13 ปี: ความซับซ้อนของสนามความรุนแรงและพลังของบทสนทนาสันติภาพปาตานี. สืบค้นจาก https://deepsouthwatch.org/th/node/11053
ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี เชาวเลิศ ล้อมลิ้ม และสวัสดิ์ ไหลภาภรณ์. (2555). เศรษฐศาสตร์การเมืองว่าด้วยการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ในท่ามกลาง 8 ปีของความรุนแรง. สืบค้นจาก https://www.deepsouthwatch.org/node/2871
ศูนย์เศรษฐกิจการลงทุนภาค 5. (2560). สถิติข้อมูลการลงทุนใน 14 จังหวัดภาคใต้. สงขลา. สืบค้นจาก http://hatyai.boi.go.th
สำนักงานสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2559). ข้อมูลเศรษฐกิจสังคม. สืบค้นจาก http://www.nesdb.go.th
อนุวัต สงสม. (2552). เศรษฐกิจของภาคครัวเรือนจังหวัดปัตตานี ภายใต้สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้. วารสารวิชาการคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 5(2), 37–70.
เอก ตั้งทรัพย์วัฒนา และอรอร ภู่เจริญ. (2552). ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ข้อเสนอแนะทางนโยบาย. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
Ansell, C., & Gash, A. (2008). Collaborative governance in theory and practice. Journal of Public Administration Research and Theory, 18(4), 543–571.
Bardach, E. (2001). Developmental dynamics: Interagency collaboration as an emergent phenomenon. Journal of Public Administration Research and Theory, 11(2), 149–164.
Bevir, M. (2012). Governance: A Very Short Introduction. Oxford: Oxford University Press.
Bingham, L. B., Nabatchi, T., & O’Leary, R. (2005). The new governance: Practices and processes for stakeholder and citizen participation in the work of government. Public Administration Review, 65(5), 547–558.
Bingham, L. B., & O’Leary, R. (Eds.). (2008). Big Ideas in Collaborative Public Management. New York: Routledge.
Bryson, J. M., Crosby, B. C., & Stone, M. M. (2006). The Design and Implementation of Cross-Sector Collaborations: Propositions from the Literature. Public Administration Review, 66, 44–55.
Carlson, C. (2007). A Practical Guide to Collaborative Governance. Policy Consensus Initiative.
Doberstein, C. (2016). Designing Collaborative Governance Decision-Making in Search of a ‘Collaborative Advantage. Public Management Review, 18(6), 819–841.
Donahue, J. D., & Zeckhauser, R. J. (2011). Collaborative Governance: Private Roles for Public Goals in Turbulent Times. Princeton, N.J.: Princeton University Press.
Emerson, K., & Nabatchi, T. (2015). Collaborative Governance Regimes. Washington, DC: Georgetown University Press.
Emerson, K., Orr, P. J., Keyes, D. L., & McKnight, K. M. (2009). Environmental Conflict Resolution: Evaluating Performance Outcomes and Contributing Factors. Conflict Resolution Quarterly, 27(1), 27–64.
Gastil, J. (2006). Communication as Deleberation. In G. J. Shepherd, J. S. John, & T. Striphas (Eds.), Communicationa as...: Perspectives on Theory. pp. 164–173. SAGE Publications, Inc.
Head, B. W. (2008). Wicked Problems in Public Policy. Public Policy, 3(2), 101–118.
Head, B. W., & Alford, J. (2015). Wicked Problems: Implications for Pulic Policy and Management. Administration & Society, 47(6), 711–739.
Huxham, C. (2000). The Challenge of Collaborative Governance. Public Management Review, 2(3), 337–358.
Imperial, M. T. (2005). Using collaboration as a governance strategy: Lessons from six watershed management programs. Administration and Society, 37(3), 281–320.
Koppenjan, J., & Klijn, E.-H. (2004). Managing uncertainties in networks: a network approach to problem solving and decision making. Oxford: Routledge.
Levi-Faur, D. (2012). From “Big Government” to “Big Governance”? In D. Levi-Faur (Ed.), The Oxford Handbook of Governance, pp. 3–18. Oxford: Oxford Univeristy Press.
O’Leary, R., & Bingham, L. B. (2007). A Manager’s Guide to Resolving Conflicts in Collaborative Networks. IBM Centrer for The Business of Government. Washington, DC.
Rittel, H. W. J., & Webber, M. M. (1973). Dilemmas in a General Theory of Planning. Policy Sciences, 4(2), 155.
Roberts, N. (2000). Wicked Problems and Network Approaches to Resolution. International Public Management Review, 1(1), 1–19.
Roberts, N. (2004). Public deliberation in an age of direct citizen participation. American Review of Public Administration, 34(4), 315–353.
Scott, T. (2015). Do all of these meetings matter? Three essays concerning the impacts of collaborative watershed governance. Unpublished Doctoral's Thesis, University of Washington, Seattle, United States of America.
Thomson, A. M., & Perry, J. L. (2006). Collaboration processes: Inside the black box. Public Administration Review, 66(s1), 20–32.
United States Agency for International Development. (2016). Mindanao Youth for Development (MYDEV) Program FY15 Impact Evaluation Report. Manila: U.S. Agency for International Development.
Yang, L. (2017). Types and Institutional Design Principles of Collaborative Governance in a Strong-Government Society: The Case Study of Desertification Control in Northern China. International Public Management Journal, 20(4), 586–623.