การวิจัยเชิงปฏิบัติการเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ในการจัดการศึกษาแบบมีส่วนร่วม ขององค์กรในชุมชน: กรณีศึกษาชุมชนลำพญา จังหวัดนครปฐม

Main Article Content

ศิริพร แย้มนิล

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ในการจัดการศึกษาแบบมีส่วนร่วมขององค์กรในชุมชน ด้วยการวิจัยเชิงปฏิบัติการ กลุ่มตัวอย่างคือ คณะกรรมการที่เข้าร่วมในโครงการจัดการศึกษาแบบมีส่วนร่วมขององค์กรในชุมชนลำพญา อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม จำนวน 18 คน กระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการประกอบด้วย 4 ขั้นตอนคือ 1) การวางแผน เพื่อร่วมกันศึกษาปัญหาและวางแผนการแก้ปัญหา 2) การดำเนินการเพื่อปฏิบัติตามแผนที่ได้ร่วมกันออกแบบไว้ 3) การสังเกตเพื่อร่วมกันบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับผลที่ได้ปฏิบัติ และ 4) การสะท้อนผลเพื่อร่วมกันถอดบทเรียนสิ่งที่ได้เรียนรู้ในการลงมือปฏิบัติเพื่อแก้ปัญหา โดยชุมชนลำพญามีแนวคิดว่า การตอบสนองความต้องการของชุมชนให้มีความยั่งยืนได้ จะต้องเริ่มที่รากฐานของชุมชน คือการพัฒนาศักยภาพ “คน” เป็นอันดับแรก จึงได้ออกแบบหลักสูตรการเรียนรู้และกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชน คือ “โครงการพัฒนาชุมชนลำพญา อย่างยั่งยืน โดยใช้กระบวนทัศน์ของชุมชน” ผลสะท้อนจากการปฏิบัติการวิจัย คือ การศึกษาแบบมีส่วนร่วมขององค์กรในชุมชน ต้องกลับสู่รากฐานเดิมคือ ต้องให้ชุมชนเป็นแกนกลางในการค้นหาความต้องการของชุมชน และการจัดกิจกรรมในสิ่งที่เป็นความต้องการของชุมชนนั้นๆ จึงจะสร้างความพอใจและสามารถทำให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมได้ดีที่สุด และจากการวิเคราะห์บทเรียนชุมชนลำพญา ทำให้พบว่าการดำเนินโครงการพัฒนาใดๆควรใช้ขั้นตอนของการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Plan-Act-Observe-Reflect) นอกจากนี้ ควรมีการทำความเข้าใจกับปัญหา ศึกษาสาเหตุของปัญหา และมีการระดมสมองจากผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อวิเคราะห์และทำความเข้าใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น มีการวางแผน ปฏิบัติตามแผน เพื่อแก้ไขปัญหาหรือพัฒนาสิ่งที่มีอยู่ให้ดีขึ้นเพื่อประโยชน์ต่อชุมชนและส่วนรวม

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
แย้มนิล ศ. . (2020). การวิจัยเชิงปฏิบัติการเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ในการจัดการศึกษาแบบมีส่วนร่วม ขององค์กรในชุมชน: กรณีศึกษาชุมชนลำพญา จังหวัดนครปฐม. Journal of Politics and Governance, 10(1), 74–90. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jopag/article/view/241513
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กาญจนา ปาลี. (2555). การจัดการศึกษาแบบมีส่วนร่วมขององค์กรในชุมชน พัฒนาสุขภาวะของคนไทยได้อย่างไร. ใน พิณสุดา สิริธรังศรี. (บรรณาธิการ). การจัดการศึกษาแบบมีส่วนร่วมขององค์กรใน ชุมชน: ประสบการณ์เรียนรู้จากการปฏิบัติ. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์. 26-33.
กัญญาภัค อังสุพันธ์โกศล กานต์ชนก พรมทา ชัยวัฒน์ พนมวรชัย ดวงกมล โถทอง และธีรังกูล วรบำรุงกุล (2562). อำนาจการบริหารการศึกษาในยุคไทยแลนด์ 4.0. Veridian E-Journal, Silpakorn University, 11(1), (มกราคม – เมษายน), 38-54.
ภักดี รัตนมุขย์. (2561). Thailand 4.0 ตอบโจทย์ประเทศไทย?. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์ปัญญาชน
พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตโต). (2553). การพัฒนาที่ยั่งยืน. กรุงเทพฯ: บริษัท สหธรรมิก จำกัด
รัถยา พละศึก เบญจวรรณ ถนอมชยธวัช และ ดลปภัฏ ทรงเลิศ. (2561). การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม: กระบวนการพัฒนาการสร้างเสริมสุขภาพชุมชนอย่างมีส่วนร่วม. วารสารเครือข่ายวิทยาลัยพยาบาลและการสาธารณสุขภาคใต้, 5(1), 211-223.
วรากรณ์ สามโกเศศ และคณะ. (2553). ข้อเสนอทางเลือกระบบการศึกษาที่เหมาะสมกับสุขภาวะคนไทย. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ภาพพิมพ์.
พิณสุดา สิริธรังศรี .(2557). การจัดการศึกษาแบบมีส่วนร่วม: กรณีศึกษาโครงการนำร่องการจัดการศึกษาแบบมีส่วนร่วมขององค์กรในชุมชนเพื่อสุขภาวะคนไทย. พิณสุดา สิริธรังศรี (บรรณาธิการ). การศึกษาฐานราก การจัดการศึกษาแบบมีส่วนร่วมขององค์กรในชุมชน: แนวคิด สู่การปฏิบัติ. กรุงเทพฯ: DPU Coolprint มหาวิทยายาลัยธุรกิจบัณฑิต
McNiff, J. (2013). Action research 3nd eds. London: Routledge.Office of the National Economic and Social Development Board (NESDB). (2018). Summary: The twelfth National Economic and Social Development Plan (2017-2021). Bangkok: NESDB.
Stringer, E.T. (2014). Action research. London: SAGE Publications Ltd.
Zuber-Skerritt, O., Wood, L., & Dick, B. (2013). Action Research for Sustainable Development in a Turbulent World: Reflections and Future Perspectives. ALAR Journal, 18(2), pp.184–203.