การเมืองของปกรณัมในการสถาปนาระบอบความจริงของชาวมีนังกาเบา

Main Article Content

ภาราดา ชัยนิคม

บทคัดย่อ

มีนังกาเบาเป็นกลุ่มชาติพันธุ์หนึ่งใน 300 กลุ่มชาติพันธุ์ของอินโดนีเซียซึ่งเป็นประเทศที่มีประชากรมากเป็นอันดับที่ 4 ของโลก มีนังกาเบาเป็นสังคมระบบที่สืบเชื้อสายทางมารดาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก บทความฉบับนี้คือความพยายามในการศึกษาวรรณกรรมมีนังกาเบา 3 เรื่อง ได้แก่ ตำนานควายชนะ ตำนานอเล็กซานเดอร์กับลูกชายทั้ง 3 คน และ ตำนานกษัตริย์อาทิตยวรมัน ด้วยวิธีวิทยาแบบหลังสมัยใหม่ ด้วยสมมติฐานว่า “ชาวมีนังกาเบาสถาปนาความจริงด้วยตำนานทั้ง 3 เรื่องในฐานะของวาทกรรมเพื่อสร้างความหนักแน่นให้ตำนานนั้นจนกลายเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ผลจากการศึกษาพบว่า จากการที่เนื้อหาของตำนานจึงไม่อาจจะแยกออกจากลักษณะความคิดพื้นฐานของผู้เขียนตำนาน เนื้อหาในวรรณกรรมนั้นจึงสะท้อนให้เห็นภาพความขัดแย้งระหว่างชาติพันธุ์ อีกทั้งยังมีบทบาทในการผลิตสร้างสำนึกของผู้ชนะ ในขณะเดียวกันก็ประณามหยามเหยียดผู้พ่ายแพ้ ยิ่งประกอบกับการเลือกช่วงเวลาตีพิมพ์อาทิ ตำนานควายชนะที่สื่อนัยของอุดมการณ์ชาตินิยมอย่างชัดเจน ส่วนตำนานอเล็กซานเดอร์กับลูกชายทั้ง 3 คน และตำนานกษัตริย์อาทิตยวรมันที่นอกจากจะเป็นประวัติศาสตร์ที่มาของกษัตริย์คนแรก ยังสื่อนัยความต้องการจะลืมเรื่องราวต้นกำเนิดที่ต่ำต้อยกว่าชาวศรีวิชัยของชาวสุมาตราที่เติบโตในชวา ทั้งยังสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงอิทธิพลของวัฒนธรรมอินเดียที่เกิดขึ้นร่วมสมัยกับตำนานนั้น ๆ กรณีศึกษาตำนาน 3 เรื่องของชาวมีนังกาเบา จึงสะท้อนการสถาปนาเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์บนความภาคภูมิใจ ของกลุ่มชาติพันธุ์ของตนเหนือกลุ่มอื่นเพื่อแย่งชิงอำนาจทางการปกครองของรัฐโบราณ แต่เมื่อตำนานถูกผลิตซ้ำในปัจจุบันก็กลายเป็นการสร้างอัตลักษณ์และอำนาจที่เปลี่ยนไปจากการรับใช้ รัฐโบราณหรือชนเผ่ากลายมาเป็นรับใช้รัฐ ชาติ หรือชาตินิยม

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ชัยนิคม ภ. (2018). การเมืองของปกรณัมในการสถาปนาระบอบความจริงของชาวมีนังกาเบา. Journal of Politics and Governance, 8(3), 220–234. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jopag/article/view/162276
ประเภทบทความ
บทความวิชาการ

เอกสารอ้างอิง

กัญญรัตน์ เวชชศาสตร์. (2541). ศรีธนญชัยในอุษาคเนย์. กรุงเทพฯ: มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์.
ปรานี วงษ์เทศ. (2543). สังคมและวัฒนธรรมในอุษาคเนย์. กรุงเทพฯ: ศิลปวัฒนธรรม.
ผ่องพันธุ์ มณีรัตน์. (2529). มานุษยวิทยากับการศึกษาคติชาวบ้าน. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
ศิราพร ณ ถลาง. (2545). ชนชาติไทยในนิทาน: แลลอดแว่นคติชน และวรรณกรรมพื้นบ้าน. กรุงเทพฯ: มติชน.
อานันท์ กาญจนพันธุ์. (2543). ความคิดทางประวัติศาสตร์และศาสตร์ของวิธีคิด : รวมบทความทางประวัติศาสตร์. กรุงเทพฯ: อมรินทร์.
ฮอลล์, ดี. จี. อี. (2549ก). ประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้: สุวรรณภูมิ-อุษาคเนย์ภาคพิสดาร เล่ม 1. แปลโดย วรุณยุพา สนิทวงศ์ ณ อยุธยา และคณะ, บรรณาธิการโดย ชาญวิทย์ เกษตรศิริ. กรุงเทพฯ: มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ และมูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย.

ฮอลล์, ดี. จี. อี.. (2549ข). ประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้: สุวรรณภูมิ-อุษาคเนย์ภาคพิสดาร เล่ม 2. แปลโดย วรุณยุพา สนิทวงศ์ ณ อยุธยา และคณะ, บรรณาธิการโดย ชาญวิทย์ เกษตรศิริ. กรุงเทพฯ: มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ และมูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย.
Hadler, J. (2003). Rusli Amran and the Rewriting of Minangkabau History. Kyoto Review of Southeast Asia. Retrieved June 29, 2017, from https://kyotoreview.org/ issue-3-nations-and-stories/rusli-amran-and-the-rewriting-of-minangkabau-history
Josselin de Jong, P. E. de. (2012). Minangkabau and Negri Sembilan: socio-political structure in Indonesia. Springer Science & Business Media.
_______. (ed.). (1988). Unity in diversity: Indonesia as a field of anthropological study. Dordrecht: Foris.
Kato, T. (1977). Social Change in a Centrifugal Society: the Minangkabau of West Sumatra. Southeast Asia Program, Cornell University.
Unny, Govindan. (1994). Kinship Systems in Southeast Asia: A Study. New Delhi: Vikas Publishing House.
King, Victor T. (ed.). (1992). The Rejang of Southern Sumatra. Special Issue, Occasional Paper No. 19, Centre for South-East Asian Studies, University of Hull, p.16-17
Vlekke, B. H. M. (1959). Nusantara, A History of Indonesia. Bruxelles: Les Editions A. Manteau, S.A.