ความพึงพอใจของนิสิตวิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ต่อกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา

Main Article Content

มารุต บุบผามาลา

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนิสิตวิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคามต่อกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา โดยเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 200 คน ใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล แล้วนำไปวิเคราะห์ด้วยโปรแกรมทางสถิติ โดยคำนวณ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน พบว่าผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 200 คน พบว่ากลุ่มตัวอย่างเป็นเพศหญิงมากที่สุด จำนวน 167 คน คิดเป็นร้อยละ 83.50 และเป็นเพศชาย จำนวน33 คน คิดเป็นร้อยละ 16.50 กำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 3 มากที่สุด จำนวน 89 คน คิดเป็นร้อยละ 44.50 รองลงมาศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 2 จำนวน 80 คน คิดเป็นร้อยละ 40.00 และศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 4 จำนวน 31 คน คิดเป็นร้อยละ 15.50 ตามลำดับ วิชาเอกรัฐประศาสนศาสตร์ มากที่สุด จำนวน 89 คน คิดเป็นร้อยละ 44.50 รองลงมาเรียนวิชาเอกการเมืองการปกครอง จำนวน 64 คน คิดเป็นร้อยละ 32.00 และเรียนวิชาเอกความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จำนวน 47 คน คิดเป็นร้อยละ 23.50 ตามลำดับ ได้รับเงินจากแหล่งอื่นนอกเหนือจากกองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา มากที่สุด จำนวน 131 คน คิดเป็นร้อยละ 65.50 และไม่ได้รับเงินจากแหล่งอื่นนอกเหนือจากกองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา จำนวน 69 คน คิดเป็นร้อยละ 34.50 ได้รับเงินจากบิดา มารดา/ผู้ปกครอง มากที่สุด จำนวน 123 คน คิดเป็นร้อยละ 93.90 รองลงมาได้รับเงินจากสมาชิกในครอบครัวหรือญาติ จำนวน 5 คน คิดเป็นร้อยละ 3.82 และได้รับเงินจากทุนการศึกษาให้เปล่า จำนวน 2 คน คิดเป็นร้อยละ 1.52 ตามลำดับ สถานภาพสมรสของบิดา มารดาอยู่ด้วยกัน มากที่สุด จำนวน 111 คน คิดเป็นร้อยละ 84.73 และมีสถานภาพสมรสของบิดา มารดาแยกกันอยู่ จำนวน 20 คน คิดเป็นร้อยละ 15.27 มีรายได้ของครอบครัวโดยเฉลี่ยต่อเดือนต่ำกว่า 10,000 บาท มากที่สุด จำนวน 71 คน คิดเป็นร้อยละ 54.20 และมีรายได้ครอบครัวโดยเฉลี่ยต่อเดือน 10,000 – 15,000 บาท จำนวน 60 คน คิดเป็นร้อยละ 45.80 มีภาระหนี้สินของผู้ปกครอง มากที่สุด จำนวน 116 คน คิดเป็นร้อยละ 88.55 และไม่มีภาระหนี้สินของผู้ปกครอง จำนวน 15 คน คิดเป็นร้อยละ 11.45 ผู้ปกครองทราบวงเงินที่กู้ มากที่สุด จำนวน 130 คน คิดเป็นร้อยละ 99.24 และไม่ทราบ จำนวน 1 คน คิดเป็นร้อยละ 0.76 นิสิตทราบจำนวนหนี้ที่เกิดจากการกู้ยืมเงินกองทุนฯ จนถึงปัจจุบัน มากที่สุด จำนวน 190 คน คิดเป็นร้อยละ 95.00 และไม่ทราบจำนวนหนี้ที่เกิดจากการกู้ยืมเงินกองทุนฯ จนถึงปัจจุบัน จำนวน 10 คน คิดเป็นร้อยละ 5.00 เมื่อสำเร็จการศึกษาสามารถชำระเงินกู้ทั้งหมดตามสัญญาที่ทำกับธนาคารได้ มากที่สุด จำนวน 198 คน คิดเป็นร้อยละ 99.00 และไม่สามารถชำระเงินกู้ทั้งหมดตามสัญญาที่ทำกับธนาคาร จำนวน 2 คน คิดเป็นร้อยละ 1.00 พบว่าความคิดเห็นของกลุ่มตัวอย่างให้ระดับความสำคัญของความพึงพอใจต่องานกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาต่อขั้นตอนการขอกู้ยืมเงิน ภาพรวมในระดับปานกลาง ความพึงพอใจต่อสภาพและวิธีการดำเนินงานที่เกิดจากหน่วยงาน ภาพรวมในระดับปานกลาง และ

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
บุบผามาลา ม. (2017). ความพึงพอใจของนิสิตวิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ต่อกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา. Journal of Politics and Governance, 7(2), 321–334. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jopag/article/view/156809
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กุลธน ธนาพงศธร. (2526). การพัฒนาบุคลากร. เอกสารการสอนชุดวิชาการบริการงานบุคคล หน่วยที่ 5 มหาวิทยาลัยสุโขทยัธรรมาธิราช. กรุงเทพฯ: วิกเตอรี่เพาเวอร์พอยท์.
กุลนดา โชติมุกตะ. (2538). ความพึงพอใจของประชาชนต่อระบบและกระบวนการการให้บริการของ กรุงเทพมหานคร: ศึกษากรณีสํานักงานเขตบางซื่อ. กรุงเทพฯ: สถาบันบัณฑิตพัฒน บริหารศาสตร์.
เกรียงศักดิ์ เกษวิเศษ และคณะ. (2545). การศึกษาทัศนคติและพฤติกรรมของผู้ใช้บริการตลาดนัด จตุจักร. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตร์มหาบัณฑิต. สาขาบริหารรัฐกิจ บัณฑิตวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยมหิดล.
จีราภา ริ้วเหลือง. (2544). ความพึงพอใจของประชาชนในงานบริการ ฝ่ายทะเบียนของสาํนักงานเขตบางขุนเทียน. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตร์มหาบัณฑิต. สาขาบริหารรัฐกิจ บัณฑิตวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยมหิดล.
ชำนาญ ภู่เอี่ยม. (2548). Service Mind: การมีจิตมุ่งบริการ. เทศาภิบาล.100, 2(ก.พ.2548)35-38.
บังอร ผงผ่าน. (2538). ความพึงพอใจของผู้รับบริการต่องานบริการของโรงพยาบาลชุมชน: ศึกษากรณี โรงพยาบาลกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ. กรุงเทพฯ: สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์. 109 หน้า.
บุญชม ศรีสะอาด. (2543). วิธีการทางสถิติสําหรับการวิจัย. กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์นการพิมพ์.
ประยูร กาญจนดุล. (2533). คำบรรยายกฏหมายปกครอง. พิมพ์ครั้งที่ 2 . กรุงเทพฯ: สํานักพิมพ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ประหยัด ยะคะนอง. (2523). ทัศนคติของประชาชนที่มีต่อการบริการสาธารณะของหน่วยการปกครองท้องถิ่น: ศึกษาเฉพาะกรณีเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา.
ปรัชญา เวสารัชช์. (2526). การสื่อสารในองค์การ. วารสารข้าราชการ. 28,3 (มี.ค.26) หนา้ 17-26.
พยุงศักดิ์ นามวรรณ. (2537). ความพึงพอใจในการปฏิบัติหน้าที่สืบสวนของเจ้าหน้าที่ตาํรวจชั้นประทวน ในสถานีตาํรวจภธูร จังหวัดขอนแก่น. มปป.
พรรณี แผลงจันทึก. (2532). ความพึงพอใจของนิสิตบัณฑิตศึกษาต่อกระบวนการเรียนการสอนระดับบัณฑิตศึกษา. ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต มหาวทิยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ บางแสน.
มณีวรรณ ตั๋นไทย. (2533). พฤติกรรมการให้บริการของเจ้าหน้าที่กองควบคุมยาสำนกังานคณะกรรมการ อาหารและยาต่อประชาชนผู้มาติดต่อ. ภาคนิพนธ์ปริญญาพัฒนบริหารศาสตร มหาบัณฑิต (พัฒนาสังคม) สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์.
วัลลภา ชายหาด. (2532). ความพึงพอใจของประชาชนที่มีต่อการให้บริการสาธารณะด้านรักษาความ สะอาดของกรุงเทพมหานคร. วิทยานิพนธ์ปริญญารัฐศาสตรมหาบัณฑิต ภาควิชารัฐประศาสนศาสตร์ บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วิเชียร เกตุสิงห์. (2538). ค่าเฉลี่ยกับการแปลความหมาย: เรื่องง่ายๆ ที่บางครั้งก็พลาดได้. ข่าวสารการวิจัยการศึกษา, 1(4), 13.
วิบูลย์ วงศ์ก้อม. (2535). ความพึงพอใจของประชาชนในเขตเทศบางเมืองมหาสารคาม ต่อการป้องกัน และปราบปรามอาชญากรรมของตำรวจ. ปริญญานิพนธ์ศิลปศาสตร์มหาบณัฑิต,สาขาศิลปศาสตร์, บัณฑิตวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
ศิริพร ตันติพูลวินัย. (2538). การพัฒนาคุณภาพงาน. รามาธิบดีพยาบาลสาร. 1,3 (ก.ย.-ธ.ค.38) 91-95.
สมเกียรติ สมพงษ์, พ.ต.ต. (2536). ความพึงพอใจของประชาชนต่อการป้องกันและปราบปราม อาชญากรรม ในเขตรับผิดชอบของสถานีตำรวจภูธร กิ่งอำเภอ จังหวัดมุกดาหาร. ปริญญานิพนธ์ศิลปศาสตร์มหาบณัฑิต,สาขาศิลปศาสตร์, บัณฑิตวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
สาโรช ไสยสมบัติ. (2534). ความพึงพอใจในการทำงานของครูอาจารย์โรงเรียนมธัยมศึกษา สังกัดกรมสามญัศึกษา จังหวัดร้อยเอ็ด. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา, บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒ มหาสารคาม.
สุเทพ เฉลิมแสน. (2540). ความพึงพอใจของเกษตรกรลูกค้าที่มีต่อการให้บริการสินเชื่อของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรในจังหวัดร้อยเอ็ด. วิทยานิพนธ์ วท.ม.ขอนแก่น: มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
อัจฉนา โทบุญ. (2534). ระดับความพึงพอใจของผู้มารับบริการงานทะเบียนราษฎร์ สำนักทะเบียน อำเภอเมืองมหาสารคาม. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตร์มหาบัณฑิต,สาขาศิลปศาสตร์, บัณฑิตวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
Millet, John D. (1954). Management in the Public Service. New York: McGraw Hill Book Company.
Wolman, B. B. (1973). Dictionary of behavioral science. (1st ed.).