การมีส่วนร่วมของชุมชนในการระงับข้อพิพาทในชุมชน: ศึกษาชุมชนหมู่ 7 ตำบลเกิ้ง อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ ประชากรเป้าหมาย คือ ประชาชนในชุมชนหมู่ 7 ตำบลเกิ้ง อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม โดยกลุ่มประชากรตัวอย่างจำนวน 22 คน ได้จากการคำนวณโดยใช้วิธีสุ่มเลือกมาแบบอาศัยความน่าจะเป็น คือ สุ่มแบบแบ่งเป็นชั้นภูมิ ชนิดมีระบบ (Stratified systematic random sampling) โดยใช้บทบาทหน้าที่ของกลุ่มตัวอย่างในชุมชน 4 กลุ่ม คือ คณะกรรมการชุมชน คณะกรรมการศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ประชาชนในชุมชน และเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีหน้าที่กำกับดูแลการระงับข้อพิพาทในชุมชนเป็นตัวแปรชั้นภูมิ โดยการใช้แบบสัมภาษณ์เชิงโครงสร้าง ผู้วิจัยทำการวิเคราะห์ข้อมูลจากการสัมภาษณ์ ดำเนินการประมวลผลตามวัตถุประสงค์ของการวิจัยและนำเสนอในเชิงพรรณนา ผลการวิจัยพบว่า สาเหตุหรือปัจจัยในการเข้ามีส่วนร่วมของชุมชน แบ่งออกเป็น 2 กรณี คือ 1. ประชาชนที่มิได้รับการแต่งตั้งให้เป็นคณะกรรมการชุมชนและคณะกรรมการศูนย์ไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาทประจำชุมชนหมู่ 7 ตำบลเกิ้ง อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม สาเหตุหรือปัจจัยหลัก คือ ประชาชนในชุมชนมีความเชื่อมั่นและเคารพศรัทธาในตัวบุคคลผู้ที่ทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาทว่าจะให้ความยุติธรรมแก่ประชาชนได้ ประกอบกับประชาชนเห็นว่า การทำให้ข้อพิพาทจบลงด้วยวิธีการไกล่เกลี่ยของศูนย์ไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาทชุมชน มีความเป็นกันเอง สะดวกและรวดเร็วมากกว่าการดำเนินคดีในศาลหรือวิธีการอื่น ส่วนสาเหตุหรือปัจจัยรอง คือ ประชาชนเห็นว่า การนำข้อพิพาทเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายในการฟ้องร้องดำเนินคดีและการบังคับคดี 2. ประชาชนที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นคณะกรรมการชุมชนและคณะกรรมการศูนย์ไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาทประจำชุมชนหมู่ 7 ตำบลเกิ้ง อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม สาเหตุหรือปัจจัยหลัก คือ เห็นว่าการระงับข้อพิพาทนั้นเป็นหน้าที่ของตนโดยตรง ส่วนปัจจัยรอง คือ เพื่อช่วยลดปัญหาความขัดแย้งภายในชุมชน ช่วยรักษาความสงบเรียบร้อยของชุมชน สังคม ประเทศชาติ และความต้องการที่จะร่วมกันแก้ไขปัญหาของชุมชน ผลการวิจัยพบว่า รูปแบบการระงับข้อพิพาทใช้การไกล่เกลี่ย ส่วนวิธีการระงับข้อพิพาทใช้การพูดคุยด้วยการรับฟังเหตุผลของทั้งสองฝ่าย โดยยึดมั่นในหลักคุณธรรมจริยธรรม ไม่เอนเอียงเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
Article Details
เอกสารอ้างอิง
จุฑารัตน์ เอื้ออำนวย. (2553). การพัฒนากรอบแนวทางการวิจัยชุดโครงการกระบวนการ
ยุติธรรมทางเลือกในสังคมไทย. (รายงานผลการวิจัย). กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์กิจการยุติธรรม กระทรวงยุติธรรม.
บำรุง แสงพันธ์. (2545). ปัจจัยที่มีผลต่อการมีส่วนร่วมของราษฎรในการจัดการป่าชุมชนเขาชะอม อำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้รับการตีพิมพ์, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
ประยูร ศรีประสาธน์. (2542). ปัจจัยที่ส่งผลต่อการมีส่วนร่วมในการดำเนินงานของคณะกรรมการการศึกษาประจำโรงเรียนประถมศึกษา. (รายงานผลการวิจัย). ปทุมธานี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
วีระกิตติ์ หาญปริพรรณ์ และคนอื่นๆ. (2551). การมีส่วนร่วมของชุมชนในงานยุติธรรมชุมชน : กรณีศึกษาชุมชนคลองจระเข้น้อย ตำบลเกาะไร่ อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา (รายงานผลการวิจัย).
สรวิศ ลิมปรังษี. (2545). อนุญาโตตุลาการตามกฎหมายใหม่กับการระงับข้อพิพาท. กรุงเทพฯ :สำนักพิมพ์นิติรัฐ
สุทธิพล ทวีชัยการ. (ม.ป.ป.) กระบวนการยุติธรรมทางเลือกในคดีอาญา ค้นเมื่อ 28 สิงหาคม 2557, จาก http://law.stou.ac.th/dynfiles/41717-9-A.pdf,
สุธี วรประดิษฐ์. (2547). การมีส่วนร่วมของชุมชน. ค้นเมื่อ 9 สิงหาคม 2557, จาก http://trat.nfe.go.th/trat/topic5_old.php?page=5
Cohen, J.M. and Uphoff. (1996). N.T. Rural Development Participation: Concept Measures for Project Design Implementation and Evaluation. Rural Development Committee Center for International Studies. Cornell University.
United Nation. (1981). Department of International Economic and Social Affair. Popular Participation as a Strategy for Promoting Community Level Action and Nation Development. Report of The Meeting for The Adhoc Group of Expert. New York: United Nation