การปรึกษาครอบครัวทฤษฎีเล่าเรื่องต่อความโดดเดี่ยวของมารดา ที่อยู่ในภาวะรังว่างเปล่า

Main Article Content

นภสร ประทุมเทา
เพ็ญนภา กุลนภาดล
วรากร ทรัพย์วิระปกรณ์

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เปรียบเทียบคะแนนความโดดเดี่ยวของมารดาที่ได้รับการปรึกษาครอบครัวทฤษฎีเล่าเรื่องแบบออนไลน์ ระหว่างระยะก่อนการทดลอง ระยะหลังการทดลอง และระยะติดตามผล และ 2) เปรียบเทียบคะแนนความโดดเดี่ยวระหว่างมารดากลุ่มที่ได้รับการปรึกษาครอบครัวทฤษฎีเล่าเรื่องแบบออนไลน์กับกลุ่มที่ไม่ได้รับการปรึกษา ในระยะก่อนการทดลอง ระยะหลังการทดลอง และระยะติดตามผล กลุ่มตัวอย่างเป็นมารดาที่อยู่ในภาวะรังว่างเปล่าและมีคะแนนความโดดเดี่ยวตั้งแต่ 37 คะแนนขึ้นไป จำนวน 20 คน คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างโดยวิธีการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) ตามเกณฑ์การคัดเข้า จากนั้นใช้วิธีการสุ่มเข้ากลุ่ม (Random Assignment) ด้วยวิธีจับฉลาก เพื่อจัดกลุ่มตัวอย่างเข้าสู่กลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 10 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แบบวัดความโดดเดี่ยวของมารดาที่อยู่ในภาวะรังว่างเปล่าที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น มีค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อคำถามกับวัตถุประสงค์ (IOC) อยู่ระหว่าง 0.66–1.00 และมีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ .861 และ 2) โปรแกรมการปรึกษาครอบครัวทฤษฎีเล่าเรื่องแบบออนไลน์ กลุ่มทดลองได้รับการปรึกษาครอบครัวทฤษฎีเล่าเรื่องแบบออนไลน์ จำนวน 8 ครั้ง ส่วนกลุ่มควบคุมไม่ได้รับการปรึกษาและดำเนินชีวิตตามปกติ ทั้งสองกลุ่มได้รับการเก็บรวบรวมข้อมูลในระยะก่อนการทดลอง ระยะหลังการทดลอง และระยะติดตามผล วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบสองทางที่มีการวัดซ้ำในหนึ่งตัวประกอบ (Two-Way Analysis of Variance with Repeated Measures on One Factor) และเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีบอนเฟอโรนี (Bonferroni)


ผลการวิจัยพบว่า (1) กลุ่มทดลองมีคะแนนความโดดเดี่ยวในระยะหลังการทดลองต่ำกว่าระยะก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 แต่ไม่พบความแตกต่างระหว่างระยะติดตามผลกับระยะก่อนการทดลอง และ (2) กลุ่มทดลองมีคะแนนความโดดเดี่ยวในระยะหลังการทดลองต่ำกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 แต่ไม่พบความแตกต่างระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมในระยะติดตามผล


ผลการวิจัยครั้งนี้สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการจัดบริการปรึกษาสำหรับมารดาที่อยู่ในภาวะรังว่างเปล่า โดยควรพิจารณาการเสริมกิจกรรมหรือการปรึกษาต่อเนื่องภายหลังสิ้นสุดโปรแกรม เพื่อส่งเสริมความต่อเนื่องของผลที่เกิดขึ้นจากการปรึกษา

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ประทุมเทา น., กุลนภาดล เ., & ทรัพย์วิระปกรณ์ ว. (2026). การปรึกษาครอบครัวทฤษฎีเล่าเรื่องต่อความโดดเดี่ยวของมารดา ที่อยู่ในภาวะรังว่างเปล่า. วารสารพุทธจิตวิทยา, 11(4), 873–884. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jbp/article/view/303553
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

จันทร์จิราพร ทองประสิทธิ์, และทิพยา จินตโกวิท. (2563). พฤติกรรมของผู้สูงอายุในการใช้แอปพลิเคชันไลน์บนสมาร์ตโฟน. วารสารวิชาการพระจอมเกล้าพระนครเหนือ, 30(1), 118–129.

จินตนา ลี้ละไกรวรรณ. (2566). การจัดการความรู้สึกว้าเหว่ของผู้สูงวัยที่อยู่ตามลำพังในชนบท. วารสาร Pacific Institute of Management Science, 9(2), 45–58.

ทินกร วงศ์ปการันย์ และณหทัย วงศ์ปการันย์. (2563). แบบวัดความรู้สึกว้าเหว่ยูซีแอลเอ (UCLA Loneliness Scale Version 3) ฉบับภาษาไทย [แบบวัด].

ศตพร เทยาณรงค์. (2558). ปัจจัยทำนายความว้าเหว่ของผู้สูงอายุโรคเรื้อรังที่มารับบริการที่แผนกผู้ป่วยนอกของโรงพยาบาล (วิทยานิพนธ์พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยบูรพา.

สุรินทร์รัตน์ บัวเร่งเทียนทอง, ดวงรัตน์ กวีนันทชัย และอารียา เกียรติก้องระบือ. (2566). ภาวะรังว่างเปล่าในผู้สูงอายุบริบทสังคมไทย: บทบาทพยาบาล. วชิรสารการพยาบาล, 25(2), 96–109.

Al Ubaidi, B. A. (2017). Empty-nest syndrome: Pathway to “construction or destruction.” Journal of Family Medicine and Disease Prevention, 3, 064.

Badiani, A. & Sousa, A. (2016). Empty nest syndrome: A review. Journal of Family Medicine and Primary Care, 5(2), 234–237.

Bansal, A. & Pandey, N. (2024). Navigating transitions: Correlations between empty nest syndrome, life meaning, and social support in women. Journal of Mental Health and Aging, 8(3), 202.

Cacioppo, J. T. & Cacioppo, S. (2018). Loneliness in the modern age: An evolutionary theory of loneliness (ETL). In J. M. Olson (Ed.), Advances in experimental social psychology (Vol. 58, pp. 127–197). Academic Press.

Chow, E. O. W. & Fung, S.-F. (2021). Narrative group intervention to rediscover life wisdom among Hong Kong Chinese older adults: A single-blind randomized waitlist-controlled trial. Innovation in Aging, 5(3), 27.

Dastbaaz, A., et al. (2014). The effect of group counseling “Narrative Therapy” to reduce depression and loneliness among older women. Iranian Rehabilitation Journal, 12(20), 11–15.

Erikson, E. H. (1950). Childhood and society. New York, NY: W. W. Norton & Company.

Hartanto, A., Sim, L., Lee, D., Majeed, N. M. & Yong, J. C. (2024). Cultural contexts differentially shape parents’ loneliness and wellbeing during the empty nest period. Communications Psychology, 2(1), 105.

Holt-Lunstad, J., et al. (2015). Loneliness and social isolation as risk factors for mortality: A meta-analytic review. Perspectives on Psychological Science, 10(2), 227–237.

Inkster, B., Sarda, S. & Subramanian, V. (2018). An empathy-driven, conversational artificial intelligence agent (Wysa) for digital mental well-being: Real-world data evaluation mixed-methods study. JMIR mHealth and uHealth, 6(11), 12106.

Jiang, D., et al. (2025). Effects of wisdom-enhancement narrative-therapy and empathy-focused interventions on loneliness over 4 weeks among older adults: A randomized controlled trial. The American Journal of Geriatric Psychiatry, 33(1), 18–30.

Levinson, D. J. (1978). The seasons of a man's life. New York, NY: Alfred A. Knopf.

Nissa, F. & Primana, L. (2023). The implementation of narrative counseling for reducing final-year students' anxiety. KONSELI: Jurnal Bimbingan dan Konseling (E-Journal), 10(2), 199–206.

Peplau, L. A. & Perlman, D. (Eds.). (1982). Loneliness: A sourcebook of current theory, research and therapy. New York, NY: Wiley.

Royena, P. M. (2024). Empty nest syndrome: Loneliness and social support among middle-aged parents. Journal of Interdisciplinary Perspectives, 2(9), 121–136.

Russell, D. W. (1996). UCLA Loneliness Scale (Version 3): Reliability, validity, and factor structure. Journal of Personality Assessment, 66(1), 20–40.

Weiss, R. S. (1973). Loneliness: The experience of emotional and social isolation. Cambridge, MA: MIT Press.

White, M. & Epston, D. (1990). Narrative means to therapeutic ends. New York, NY: W. W. Norton & Company.

Winer, B. J., Brown, D. R. & Michels, K. M. (1991). Statistical principles in experimental design (3rd ed.). New York, NY: McGraw-Hill.