บทบาทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกับการจัดการความขัดแย้งในอำเภอนบพิตำ กรณีศึกษา ปัญหาความขัดแย้งจากการใช้สารเคมีในการทำการเกษตร

Main Article Content

ธีรยุทธ ชะนิล
ปาริชาติ ชุมพงศ์
เกรียงไกร ข่ายม่าน

บทคัดย่อ

การศึกษาวิจัยครั้งนี้ เป็นการวิจัยแบบผสมวิธี มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพปัญหาและความขัดแย้งในการใช้สารเคมีในการทำการเกษตรในอำเภอนบพิตำ บทบาทการจัดการความขัดแย้งขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและแนวทางการจัดการความขัดแย้งขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในอำเภอนบพิตำมีผู้ให้ข้อมูลหลัก คือ เกษตรกร ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำชุมชน ในพื้นอำเภอนบพิตำ จำนวน 11 คน และกลุ่มตัวอย่าง คือ ประชาชนในเขตอำเภอนบพิตำ จำนวน 100 คน ใช้เครื่องมือในการวิจัย คือ การรวบรวมข้อมูลเอกสาร การสังเกตการสัมภาษณ์เชิงลึก การจัดเวทีประชุมกลุ่มย่อย วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหา และการจัดประเภทข้อมูล และใช้วิธีการตรวจสอบข้อมูลแบบสามเส้า


ผลการวิจัยพบว่า บริบทของพื้นที่และมุมมองของการทำการเกษตรที่แตกต่างกันของเกษตรกรในอำเภอนบพิตำ ความรู้ความเข้าใจในเรื่องเกษตรเคมีที่ไม่เท่ากันของประชาชนในท้องถิ่น ส่งผลให้เกิดความขัดแย้งของประชาชนในพื้นที่ระหว่างกลุ่มเกษตรกรที่เน้นเกษตรเคมี กลุ่มเกษตรกรที่เน้นเกษตรอินทรีย์ กลุ่มชาวบ้านที่อยู่ใกล้พื้นที่ หรือกลุ่มประชาชนที่มีแนวคิดในเรื่องของการอนุรักษ์ธรรมชาติ ส่งผลให้เกิดการร้องเรียนต่อหน่วยงานราชการ ผู้นำท้องถิ่น


เมื่อเกิดปัญหาความขัดแย้งขึ้นมาในชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ใช้วิธีการควบคุมทางสังคมโดยใช้บทบาทของผู้นำชุมชน หรืออำนาจท้องถิ่น เป็นหลักในการจัดการความขัดแย้ง มีการบูรณาการหลักพุทธธรรมในการจัดการความขัดแย้ง โดยการนำหลักอริยสัจ 4 มาสังเคราะห์ เป็นการแก้ปัญหาอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ และสันติวิธี ซึ่งจะถือเป็นกระบวนการสุดท้ายในการจัดการความขัดแย้ง ทำให้เกิดความสามัคคีอันเป็นการอยู่ร่วมกันโดยสันติวิธี

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
[1]
ชะนิล ธ. ., ชุมพงศ์ ป. ., และ ข่ายม่าน เ. ., “ บทบาทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกับการจัดการความขัดแย้งในอำเภอนบพิตำ กรณีศึกษา ปัญหาความขัดแย้งจากการใช้สารเคมีในการทำการเกษตร”, ้่j of human, ปี 16, ฉบับที่ 1, น. 97–109, มิ.ย. 2026.
ประเภทบทความ
บทความวิชาการและบทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

ชาย โพธิสิตา. (2547). ศาสตร์และศิลป์แห่งการวิจัยเชิงคุณภาพ. กรุงเทพฯ: อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด.

นักรบ เถียรอ่ำ. (2556). บทบาทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกับการจัดการความขัดแย้งชุมชนท้องถิ่น.วารสารร่มพฤกษ์, 31(2), 172-200.

พระมหาธงชัย วชิรญาโณ. (2568). การบูรณาการหลักธรรมเชิงพุทธของผู้บริหารท้องถิ่นในการจัดการความขัดแย้ง ด้านการใช้น้ำในชุมชน ตำบลนาจักร อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่. วารสารพุทธศาสตร์ มจร.อุบลราชธานี, 7(3), 23-36.

วรชัย วุฒิสารสกุล. (2553). การบริหารความขัดแย้งในองค์กร. (รายงานการวิจัย). นครราชสีมา. มหาวิทยาลัยรามคำแหง.

สมศักดิ์ สามัคคีธรรม. (2553). การจัดการความขัดแย้งและการมีส่วนร่วม. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยเกริก

สำนักงานคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น. (2546). คู่มือการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น.

Corbin, J. and Strauss, A.L. (2008). Basics of Qualitative Research: Techniques and Procedures for Developing Grounded Theory. 3rd Edition. Thousand Oaks, CA: sage.

Creswell, J.W. (1998). Qualitative Inquiry and Research Design: Choosing Among Five Traditions. (2nd ed). Thousand Oaks, CA: Sage.

Glaser, B.G. and Strauss, A.L. (1999). The Discovery of Grounded Theory. Hawthorne, NY: Aldine, 1967. reprinted 1999.

Schwandt, T.A. (2001). Dictionary of Qualitative Inquiry (Second Edition). Thousand Oaks, CA: sage.