การบริหารการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลต่อการบริหารงานวิชาการในโรงเรียนเอกชนจังหวัดราชบุรี
คำสำคัญ:
การบริหารการเปลี่ยนแปลง, การบริหารงานวิชาการ, โรงเรียนเอกชนบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับการบริหารการเปลี่ยนแปลงในโรงเรียนเอกชน 2) ศึกษาระดับการบริหารงานวิชาการในโรงเรียนเอกชน และ 3) วิเคราะห์การบริหาร การเปลี่ยนแปลงซึ่งเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการบริหารงานวิชาการในโรงเรียนเอกชน กลุ่มตัวอย่างได้แก่ผู้บริหารและครูของโรงเรียนเอกชนจังหวัดราชบุรี จำนวน 317 คน ได้มาโดยการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้นตามสัดส่วนกระจายตามขนาดของโรงเรียน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม ที่สร้างขึ้นโดยผู้วิจัย วิเคราะห์ข้อมูลโดยหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสมการถดถอยพหุคูณ
ผลการวิจัย พบว่า 1) การบริหารการเปลี่ยนแปลงของโรงเรียนเอกชนอยู่ในระดับมากทั้งภาพรวมและรายด้าน ประกอบด้วย การเจรจาข้อตกลงร่วมกัน การร่วมกันทำงานและกำกับติดตาม พลังอำนาจการมีส่วนร่วม การติดต่อสื่อสาร และการสนับสนุนทรัพยากรทางการศึกษา 2) การบริหารงานวิชาการในโรงเรียนเอกชนอยู่ในระดับมากทั้งภาพรวมและรายด้านประกอบด้วย การจัดการเรียนการสอน การพัฒนาหลักสูตร และการวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา การวัดผลและประเมินผล การพัฒนาสื่อ นวัตกรรมและเทคโนโลยี และการนิเทศการศึกษา และ 3) การบริหารการเปลี่ยนแปลงในโรงเรียนเอกชน ได้แก่ การกำกับควบคุม ติดตามการติดต่อสื่อสาร พลังอำนาจ และการสนับสนุนทรัพยากรทางการศึกษา เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อระดับการบริหารงานวิชาการในโรงเรียนเอกชนจังหวัดราชบุรี โดยสามารถร่วมกันทำนายได้ร้อยละ 73.00 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
เอกสารอ้างอิง
ชัยเสฏฐ์ พรหมศรี. (2557). ภาวะผู้นาร่วมสมัย. กรุงเทพฯ: ปัญญาชน.
บุญชม ศรีสะอาด. (2556). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 9). กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.
ปัญญา น้ำใจสุข. (2556). การบริหารการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุพรรณบุรี เขต 2. วิทยานิพนธ์ปริญญา ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม.
ปรียาพร วงศ์อนุตรโรจน์. (2553). การบริหารงานวิชาการ. กรุงเทพฯ: ศูนยสื่อเสริมกรุงเทพฯ.
พิสมัย อรทัย. (2548). ความสัมพันธ์ระหว่างบทบาทที่หลากหลาย สุขภาวะทางจิต ทักษะ และผลการปฏิบัติงานของผู้บริหารมหาวิทยาลัยของรัฐ: การประยุกตใช้โมเดลสมการโครงสร้างแบบอิทธิพลย้อนกลับพหุกลุ่ม. ดุษฎีนิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาวิธีวิทยาการวิจัยทางการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พิสณุ ฟองศรี. (2554). วิจัยทางการศึกษา. กรุงเทพฯ: ด่านสุทธาการพิมพ์.
เมตตา สารีวงค์. (2558). การบริหารการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลต่อการบริหารงานบุคคลในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 2. วิทยานิพนธ์
ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม.
รัศมี เจริญรัตน์. (2551). ความสัมพันธ์ระหว่างการบริหารการเปลี่ยนแปลงกับประสิทธิผลการบริหารงานวิชาการในโรงเรียนนำร่องผู้นำการเปลี่ยนแปลงสังกัดสำนักงาน
เขตพื้นที่การศึกษาในจังหวัดนครพนม. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.
วิภา ทองหงำ. (2554). รูปแบบการบริหารงานวิชาการของโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร. ดุษฎีนิพนธ์ ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร.
ศิริวรรณ เสรีรัตน์. (2550). การจัดการพฤติกรรมองค์การ. กรุงเทพฯ: เพชรจรัสแสงแห่งโลกธุรกิจ.
สุนันทา เลาหนันทน์. (2551). การพัฒนาองค์การ. กรุงเทพฯ: วิรัตน์ เอ็ดดูเคชั่น.
สุวิมล ติรกานันท์. (2557). การสร้างเครื่องมือวัดตัวแปรในการวิจัยทางสังคมศาสตร์: แนวทางสู่การปฏิบัติ. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
Kotter, J. P. & Schlesinger, L. A. (2008). Choosing strategies for change. Harvard Business Review, 86(July-August): 1-13.
Minudin, O. B. (1987). The role of the secondary school principal as perceived bysecondary school principals in Sabah, Malaysia. Dissertation Abstracts
International, 47(7): 2403-A.
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
วารสาร TCI อยู่ภายใต้การอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) เว้นแต่จะรุบุไว้เป็นอย่างอื่นโปรดอ่านหน้านโยบายของเราสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเช้าถึงแบบเปิด ลิขสิทธิ์ และการอนุญาต