การศึกษาระดับเสียงจากการจราจรในช่วงเวลากลางวันและกลางคืน กรณีศึกษา: ถนนมิตรภาพ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น
คำสำคัญ:
ระดับเสียงสูงสุด, ระดับเสียงเฉลี่ย, มลภาวะทางเสียง, การตรวจวัดระดับเสียงบทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาข้อมูลเชิงพรรณนา มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับเสียงจากการจราจรบริเวณแยกไฟจราจรในช่วงเวลากลางวันและกลางคืนและเปรียบเทียบระดับเสียงที่เกิดจากการจราจรกับค่ามาตรฐาน โดยทำการตรวจวัดระดับเสียงบริเวณแยกไฟจราจรบนถนนมิตรภาพจังหวัดขอนแก่น เวลากลางวัน จำนวน 6 จุด และเวลากลางคืน จำนวน 3 จุด
ผลการศึกษา พบว่า มีระดับเสียงเฉลี่ย (Leq 1 hr) สูงที่สุดบริเวณจุดตรวจวัดที่ 3 และจุดตรวจวัดที่ 4 เท่ากัน คือ 73 dB(A) ระดับเสียงเฉลี่ยช่วงเวลากลางวัน (Leq 9 hr) พบสูงสุด71 dB(A) บริเวณจุดตรวจวัดที่ 3 และจุดที่ 6 ระดับเสียงเฉลี่ยช่วงเวลากลางคืน (Leq 2 hr) พบสูงที่สุดบริเวณจุดตรวจวัดที่ 371 dB(A) และพบระดับเสียงสูงสุด (Lmax) ตํ่ากว่าเกณฑ์มาตรฐาน 115 dB(A) ทั้ง 6 จุด ซึ่งมี Lmax สูงสุดบริเวณจุดตรวจวัดที่ 3 เท่ากับ 107 dB(A) ในช่วงเวลากลางคืน และเมื่อเปรียบเทียบ Lmax บริเวณจุดตรวจวัดที่ 1 จุดที่ 2 และจุดที่ 3 พบว่า มีผลการตรวจวัดระดับเสียงในช่วงเวลากลางคืนมากกว่าช่วงเวลากลางวันทั้ง 3 จุด
ผลการศึกษาระดับเสียงจากการจราจรในครั้งนี้ มีระดับเสียงสูงสุด (Lmax) เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน แต่มีระดับเสียงที่มากกว่า 100 dB(A) ทั้งในช่วงเวลากลางวันและกลางคืนหลายจุด ซึ่งควรมีการเฝ้าระวังโดยการตรวจวัดระดับเสียงเป็นประจำ มีมาตรการควบคุมระดับเสียงจราจรที่เหมาะสม เพื่อเป็นการป้องกันผลกระทบที่จะเกิดขึ้นและแก้ไขผลที่จะเกิดจากการจราจรในอนาคต
เอกสารอ้างอิง
กรมควบคุมมลพิษ. (2550). คูมื่อวัดเสียงรบกวน. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพบ์ ริษัทไอดีปริ้นท ์ จำกัด.
_________. (2554). รายงานสถานการณ์มลพิษของประเทศไทย ปี 2554. สืบค้นเมื่อ 6 ตุลาคม 2560 จาก http://www.pcd.go.th/info_serv/Eco_Asean/fi les/Report_Thai2554.pdf.
กรมควบคุมมลพิษ. (2560). รายงานสถานการณ์มลพิษของประเทศไทย ปี 2559. สืบค้นเมื่อ 4 เมษายน 2561จาก http://www.pcd.go.th.
ประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ. (2540). เรื่องกำหนดมาตรฐานระดับเสียงทั่วไป. สืบค้นเมื่อ 21 มีนาคม 2560 จาก http://infofi le.pcd.go.th/air/Noise_law.
pdf?CFID=11473631.
เถลิงศักดิ์ เพ็ชรสุวรรณ. (2553). Source, Type and Effect of Noise Pollution.สืบค้นเมื่อ 10 ตุลาคม 2560จาก http://www.en.mahidol.ac.th/elearning/upload/
Pollution_Analysis_Noise.pdf
สำนักงานจัดการคุณภาพอากาศและเสียง. (2559). สรุปข้อมูลผลการตรวจวัดระดับเสียงจังหวัดขอนแก่น ปี 2557. สืบค้นเมื่อ 8 ตุลาคม 2560 จากhttp://aqnis.pcd.go.th/noise.
ธันวดี ศรีธาวิรัตน์. (2552). การศึกษาผลกระทบด้านเสียงจากการจราจรโดยใช้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์.วารสารวิทยาศาสตร์, 10(1-2): 34-45.
ศริญญา ชูพูล. (2544). การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างระดับเสียงจากการจราจรกับการตอบสนองของประชากรในชุมชนพื้นที่พาณิชยกรรมและที่อยู่อาศัยหนาแน่นมากในเขตเทศบาล
นครหาดใหญ่. วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.
อนุชา ชาติวงศ์. (2559). ตอนกลางคืนได้ยินเสียงชัดกว่าตอนกลางวัน. สืบค้นเมื่อ 19 พฤศจิกายน 2560 จาก http://anucha.patum.ac.th.
Ashfi eld.(2017). Noise Nuisance [Online].Retrieved May 14, 2017, from https://www.ashfi eld.govuk/residents/ community -safety/community-nuisance/
noise-nuisance.
Basner, M., Babisch, W., Davis, A., Brink, M., Charlotte, C.& Janssen, S. (2014). Auditory and non-auditory effects of noise on health.The Lancet, 388 (9925): 1325-1332.
Google Map. (2559).เส้นทางอำเภอเมืองจังหวัดของแก่น. สืบค้นเมื่อ 2 มีนาคม 2559, จาก https://www.google. co.th/maps.
Mohammadi, G. (2009). An investigation of community respond to urban traffi c noise. Journal of Environmental Health Science & Engineering, 2: 137–142.
Sirchanhod. (2012). มลพิษทางเสียง (Noise Pollution). สืบค้นเมื่อ 10 ตุลาคม 2560 จากhttps://sirchanhod.wordpress.com/2012/02/13/noise-pollution.
Zannin, P. H. T., Bunn F. (2014). Noise annoyance through railway traffi c - a case study. Journal of Environmental Health Science & Engineering, 12: 1-12.
Zannin, P. H. T., Calixto, A., Diniz, F. B., Ferreira, J. A., &Schuhli, R. B. (2003). Survey of urban noise annoyance in a large Brazilian city: the importance of a
subjective analysis in conjunction with an objective analysis. Environmental Impact Assessment Review, 245: 255–23.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิจัยมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
วารสาร TCI อยู่ภายใต้การอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) เว้นแต่จะรุบุไว้เป็นอย่างอื่นโปรดอ่านหน้านโยบายของเราสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเช้าถึงแบบเปิด ลิขสิทธิ์ และการอนุญาต