การพัฒนาการไกล่เกลี่ยข้อพิพาททางอาญาในชั้นการสอบสวน: กรอบเชิงนโยบาย และปฏิบัติในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสังเคราะห์ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ข้อเสนอเชิงปฏิบัติ และกรอบการพัฒนาการไกล่เกลี่ยข้อพิพาททางอาญาในชั้นการสอบสวนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก การวิจัยใช้ระเบียบวิธีแบบผสานวิธี โดยเก็บข้อมูลเชิงปริมาณด้วยแบบสอบถามจากพนักงานสอบสวนในจังหวัดชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา จำนวน 222 คน และเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึกแบบกึ่งโครงสร้างจากผู้ให้ข้อมูลสำคัญจำนวน 15 คน ประกอบด้วยผู้บริหารตำรวจ หัวหน้าสถานีตำรวจหรือหัวหน้ากลุ่มงานสอบสวน และผู้ไกล่เกลี่ยที่ขึ้นทะเบียนกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับการวิเคราะห์เอกสารที่เกี่ยวข้อง ข้อมูลเชิงปริมาณวิเคราะห์ด้วยสถิติเชิงพรรณนา ส่วนข้อมูลเชิงคุณภาพวิเคราะห์ด้วยการวิเคราะห์เนื้อหาและการวิเคราะห์เชิงประเด็น พร้อมตรวจสอบความน่าเชื่อถือของข้อมูลแบบสามเส้า ผลการศึกษาพบ 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ ประการแรก การไกล่เกลี่ยยังถูกมองเป็น ภารกิจทางเลือก เนื่องจากขาดนโยบายและสถานะเชิงสถาบันที่ชัดเจน ประการที่สอง การดำเนินงานยังเผชิญข้อจำกัดด้านภาระงาน ทรัพยากร บุคลากรสนับสนุน และระบบติดตามผล และประการที่สาม ความสำเร็จของการไกล่เกลี่ยขึ้นอยู่กับสมรรถนะของผู้ปฏิบัติงานและความร่วมมือเชิงเครือข่ายในระดับพื้นที่งานวิจัยจึงเสนอให้กำหนดการไกล่เกลี่ยเป็นภารกิจหลักของงานสอบสวน พัฒนาตัวชี้วัดเชิงผลลัพธ์ จัดสรรทรัพยากรและระบบสนับสนุน พัฒนาหลักสูตรเชิงสมรรถนะ และจัดตั้งพื้นที่นำร่องใน EEC ก่อนขยายผลในระดับประเทศ
Article Details
เอกสารอ้างอิง
ชยาภรณ์ จตุรพรประสิทธิ์. (2568). การไกล่เกลี่ยข้อพิพาททางอาญาในชั้นการสอบสวนตามพระราชบัญญัติการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท พ.ศ. 2562 กรณีศึกษาพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก [เล่มสมบูรณ์โครงการวิจัย]. ทุนวิจัยพัฒนาศักยภาพผลงานวิจัย ประจำปีงบประมาณ 2567, คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา.
ชลัท ประเทืองรัตนา. (2565). โอกาสและอุปสรรคในการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในชั้นพนักงานสอบสวนตามพระราชบัญญัติการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท พ.ศ. 2562.
วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 9(7), 150–164.ณรงค์ ใจหาญ. (2554). กระบวนการยุติธรรมทางเลือกและกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์. รพี, 54, 41–61. https://so01.tci-thaijo.org/index.php/lawhcu/article/download/157756/114258/พระราชบัญญัติการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท พ.ศ. 2562. (2562, 22 พฤษภาคม). ราชกิจจานุเบกษา, 136(67 ก),1–16.
ระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าด้วยพนักงานสอบสวนผู้มีอำนาจออกคำสั่งให้ไกล่เกลี่ยข้อพิพาททางอาญา พ.ศ. 2562. (2562). ราชกิจจานุเบกษา.
สกฤติ อิสริยานนท์, & ชยาภรณ์ จตุรพรประสิทธิ์. (2564). การถือครองที่ดินในพื้นที่อ่าวตราด จังหวัดตราด: ปัญหาความขัดแย้งและทางเลือกการแก้ไขปัญหา. วารสารด้านการบริหารรัฐกิจและการเมือง, 10(1), 19–41.
ภาษาอังกฤษ
Cappelletti, M., & Garth, B. G. (1978). Access to justice: The worldwide movement to make rights effective—A general report. A.W. Sijthoff.
Christie, N. (1977). Conflicts as property. The British Journal of Criminology, 17(1), 1–15. https://doi.org/10.1093/oxfordjournals.bjc.a046783
Fuller, L. L. (1971). Mediation: Its forms and functions. Southern California Law Review, 44, 305–339.
Hood, C. (1991). A public management for all seasons? Public Administration, 69(1), 3–19. https://doi.org/10.1111/j.1467-9299.1991.tb00779.x
Latimer, J., Dowden, C., & Muise, D. (2005). The effectiveness of restorative justice practices: A meta-analysis. The Prison Journal, 85(2), 127–144. https://doi.org/10.1177/0032885505276969
Menkel-Meadow, C. (2011). Mediation, arbitration, and alternative dispute resolution (ADR). In P. Cane & H. M. Kritzer (Eds.), The Oxford handbook of empirical legal research (pp. 596–634). Oxford University Press.
Osborne, S. P. (Ed.). (2010). The new public governance? Emerging perspectives on the theory and practice of public governance. Routledge.
Pollitt, C., & Bouckaert, G. (2017). Public management reform: A comparative analysis—Into the age of austerity (4th ed.). Oxford University Press.
Torfing, J., Peters, B. G., Pierre, J., & Sørensen, E. (2012). Interactive governance: Advancing the paradigm. Oxford University Press.
Van Ness, D. W., & Strong, K. H. (2015). Restoring justice: An introduction to restorative justice (5th ed.). Routledge.
Zehr, H. (2002). The little book of restorative justice. Good Books.