แนวทางการพัฒนาห้องสมุดวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
คำสำคัญ:
วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม, ห้องสมุดวิสาหกิจบทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาแนวทางการจัดระเบียบสารสนเทศและบริการที่ตรงตามความต้องการของผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ผู้วิจัยใช้วิธีวิจัยแบบผสานวิธี (Mixed Methods) เก็บรวบรวมข้อมูลทั้งวิธีการเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ โดยการสำรวจสภาพการใช้และความต้องการสารสนเทศและบริการสารสนเทศของผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในจังหวัดเชียงใหม่ (กลุ่มตัวอย่าง 398 คน) และสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ/ที่ปรึกษาวิสาหกิจ เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูลคือ แบบสอบถาม และแบบสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณโดยการแจกแจงความถี่และหาค่าร้อยละ ผลการวิจัยพบว่า 1) ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ใช้และต้องการทรัพยากรสารสนเทศประเภทหนังสือมากที่สุด สารสนเทศที่ใช้และต้องการมากที่สุดคือ สารสนเทศด้านการตลาด สารสนเทศที่ต้องการต้องมีความทันสมัย ลักษณะสารสนเทศที่ต้องการต้องให้ความรู้และความเพลิดเพลิน มีความเฉพาะเจาะลึก และเป็นสารสนเทศเชิงสถิติ วัตถุประสงค์ของการใช้สารสนเทศคือ เพื่อติดตามข้อมูลข่าวสารและเพื่อปรับปรุงและพัฒนาธุรกิจ 2) ผู้ประกอบการเข้าถึงสารสนเทศผ่านอินเทอร์เน็ตมากที่สุด โดยค้นจากสถาบันการเงิน/ธนาคารพาณิชย์ 3) บริการสารสนเทศที่ผู้ประกอบการต้องการมากที่สุด คือบริการแจ้งข่าวสาร รองลงมาคือบริการแนะนำแหล่งสารสนเทศ และบริการช่วยค้นคว้าและตอบคำถาม นอกจากนี้ยังต้องการให้มีบริการแบบจุดเดียวเบ็ดเสร็จ ได้แก่การรวบรวม และเชื่อมโยง แนะนำให้ผู้ใช้เห็นภาพรวมของสารสนเทศทั้งหมดที่จำเป็นสำหรับการประกอบธุรกิจ และบริการที่แตกต่างจากที่อื่น เช่น การบริการวิเคราะห์ข้อมูล โดยเน้นบริการออนไลน์ที่มีเครื่องมือในการสืบค้นสารสนเทศที่ใช้งานง่าย มีการเก็บคำค้นที่ผู้ใช้สืบค้นเพื่อนำมาพัฒนา ปรับปรุงการให้บริการต่อไป 4) ปัญหาและอุปสรรคในการใช้สารสนเทศ ได้แก่ ความทันสมัยของสารสนเทศ ลักษณะของสารสนเทศ คุณภาพของสารสนเทศ การเข้าถึงแหล่งสารสนเทศ และสารสนเทศภาษาต่างประเทศ
แนวทางการจัดระเบียบสารสนเทศ คือ จำแนกสารสนเทศตามประเภทของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม 21 ประเภท โดยแต่ละประเภทจะแบ่งสารสนเทศตามขั้นตอนการประกอบธุรกิจโดยใช้แนวคิดของห้องสมุดบริติชที่จัดกลุ่มสารสนเทศเป็น 3 ขั้นตอน คือ 1) การเริ่มต้นธุรกิจ การวางแผนธุรกิจ 2) การปกป้องความคิด ความรู้เรื่องลิขสิทธิ์ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง 3) การพัฒนาธุรกิจ การเติบโตของธุรกิจ แนวโน้มธุรกิจในอนาคต จากนั้นจัดทำดรรชนี หัวเรื่องและศัพท์สัมพันธ์ เพื่อให้ผู้ใช้เข้าถึงและสืบค้นสารสนเทศได้ง่าย สะดวก และรวดเร็ว ส่วนแนวทางการบริการสารสนเทศ เน้นการบริการออนไลน์ในลักษณะจุดเดียวแบบเบ็ดเสร็จ นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ การทำเหมืองข้อมูล
เว็บบอร์ด และสื่อสังคมออนไลน์มาใช้ สร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานและผู้เชี่ยวชาญ/ผู้ที่ประสบความสำเร็จในวงการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
การป้องกันปัญหาด้านลิขสิทธิ์และการคัดลอกผลงาน
ผู้เขียนบทความมีหน้าที่ในการขออนุญาตใช้วัสดุที่มีลิขสิทธิ์คุ้มครองจากเจ้าของลิขสิทธิ์ ผู้เขียนบทความมีความรับผิดชอบที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมายในการคัดลอกและทำสำเนาวัสดุที่มีลิขสิทธิ์อย่างเคร่งครัด การคัดลอกข้อความและการกล่าวพาดพิงถึงเนื้อหาจากวัสดุตีพิมพ์อื่น ต้องมีการอ้างอิงแหล่งที่มากำกับและระบุแหล่งที่มาให้ชัดเจนในส่วนบรรณานุกรม การคัดลอกข้อความหรือเนื้อหาจากแหล่งอื่นโดยไม่มีการอ้างอิงถือเป็นการละเมิดจริยธรรมทางวิชาการที่ร้ายแรง และเข้าข่ายการละเมิดลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 หากมีการฟ้องร้องดำเนินคดีใด ๆ เกิดขึ้น ผู้เขียนบทความมีความรับผิดชอบทางกฎหมายแต่เพียงผู้เดียว