การพัฒนาโมเดลความร่วมมือภาคประชาสังคมเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ของจังหวัดเชียงใหม่

Main Article Content

สุรพงษ์ วีระศิลป์ชัย
สุปรีชา ชำนาญพุฒิพร

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพทั่วไปปัญหาและอุปสรรคความร่วมมือภาคประชาสังคม
2) วิเคราะห์ความร่วมมือภาคประชาสังคม 3) สร้างโมเดลความร่วมมือภาคประชาสังคม เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยใช้วิธีการสัมภาษณ์เชิงลึกประกอบกับการสนทนากลุ่ม จำนวน 35 คน จากภาคประชาชน ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว หน่วยงานรัฐและท้องถิ่นฯ


ผลการวิจัย พบว่า 1) ความร่วมมือระหว่างรัฐ เอกชน ประชาสังคม และชุมชนในเชียงใหม่ยังไม่เข้มแข็ง
แม้ประชาสังคมเริ่มมีบทบาท แต่ยังติดข้อจำกัดด้านโครงสร้าง งบประมาณ บุคลากร กฎหมาย และเครือข่าย แนวทางพัฒนาคือการสร้างกลไกกลาง แพลตฟอร์มร่วม พัฒนาศักยภาพชุมชน จัดทำฐานข้อมูล และเปิดพื้นที่ให้ประชาสังคมมีส่วนร่วมจริง 2) ภาคประชาสังคมมีจุดแข็งในการรักษาอัตลักษณ์ล้านนา สร้างเครือข่าย และได้รับการสนับสนุนจากรัฐ – เอกชน ทำให้การท่องเที่ยวเติบโตควบคู่กับการอนุรักษ์วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตามยังมีอุปสรรคด้านการประสานงาน ผลประโยชน์ต่างกัน และทรัพยากรจำกัด จึงต้องใช้กลไกกลางและระบบติดตามประเมินผล 3) โมเดลความร่วมมือภาคประชาสังคม เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ สามารถสรุปได้เป็น “LANNA Model” (Local Leadership, Alliance Building, Nurturing Identity, Networking Participation, Advancement Capacity) เพื่อขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชียงใหม่ให้ยั่งยืนทั้งเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
วีระศิลป์ชัย ส. ., & ชำนาญพุฒิพร ส. (2026). การพัฒนาโมเดลความร่วมมือภาคประชาสังคมเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ของจังหวัดเชียงใหม่. วารสารพุทธจิตวิทยา, 11(3), 441–452. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jbp/article/view/300731
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กรุงเทพธุรกิจ. (2568, 21 มกราคม). ททท. เบ่งยอดทัวริสต์ 40 ล้านคนปี 2568 เข็นเป้ารายได้รวมโต 17% แตะ 3 ล้านล้านบาท. สืบค้นเมื่อ 25 พฤษภาคม 2568,จาก https://www.bangkokbiznews.com/ business/business/1163070

พระมหากันตินันท์ กนฺตสีโล (เฮงสกุล) และคณะ. (2567). การบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่: กลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการปฏิรูประบบราชการสู่รัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทย. วารสารวิจัยนวัตกรรมการศึกษาและเทคโนโลยี, 2(2), 40–53.

พระมหาศิรินญ์ชัย ธนญฺชยเมธี. (2566). รูปแบบการจัดการท่องเที่ยวชุมชนเชิงอนุรักษ์ อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ (ดุษฎีนิพนธ์ปริญญาพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต), มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

รัฐนันท์ พงศ์วิริทธิ์ธร และกัญญากาญจน์ ไซเออร์ส. (2559). แนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ตามทัศนะของนักท่องเที่ยวเพื่อความยั่งยืน. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยธนบุรี, 10(22), 60–66.

ศิริลักษณ์ คัมภิรานนท์. (2563). ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมในจังหวัดชายแดนใต้. วารสารวิทยบริการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, 31(1), 1–16.

ศิลปวิชญ์ น้อยสมมิตร. (2562). รูปแบบการพัฒนาการจัดการท่องเที่ยวชุมชนอย่างยั่งยืนในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (ดุษฎีนิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต). มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

สำนักงานจังหวัดเชียงใหม่, กลุ่มงานยุทธศาสตร์และข้อมูลเพื่อการพัฒนาจังหวัด. (2568). บรรยายสรุปจังหวัดเชียงใหม่: ข้อมูล ณ ตุลาคม 2568. สืบค้นเมื่อ 23 ธันวาคม 2568, จาก http://www.chiangmai.go.th/ managing/public/D8/8D22Oct2025143145.pdf

Higgins-Desbiolles, F. (2018). Sustainable tourism: Sustaining tourism or something more? Tourism Management Perspectives, 25, 157–160.

John, S. P. & Supramaniam, S. (2024). Value co-creation research in tourism and hospitality management: A systematic literature review. Journal of Hospitality and Tourism Management, 58, 96–114.