ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับภาวะเหนื่อยล้าในการปฏิบัติงานของพยาบาลวิชาชีพในสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยเชิงพรรณนาแบบภาคตัดขวาง (Cross-sectional descriptive research) มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาระดับภาวะเหนื่อยล้าจากการปฏิบัติงานของพยาบาลวิชาชีพทั้งในภาพรวมและรายด้าน และ (2) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคลและปัจจัยด้านงานกับภาวะเหนื่อยล้า ในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19
ที่ศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุ ชลประทาน มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กลุ่มตัวอย่างเป็นพยาบาลวิชาชีพจำนวน 84 คน ที่มีใบประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ชั้นหนึ่ง คำนวณขนาดตัวอย่างตามสูตรของ Cochran และคัดเลือกแบบบังเอิญ (Accidental sampling) เก็บข้อมูลระหว่างเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566 เครื่องมือวิจัยประกอบด้วยแบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล แบบสอบถามลักษณะงานและองค์กร และแบบประเมินภาวะหมดไฟในการทำงาน (Maslach Burnout Inventory: MBI) ฉบับภาษาไทย วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา One-way ANOVA และ Pearson’s Chi-square test ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ 0.05
ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างเป็นเพศหญิงร้อยละ 95 อายุเฉลี่ย 34.0 ± 10.5 ปี ในภาพรวมพบว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ (ร้อยละ 46) มีภาวะเหนื่อยล้าอยู่ในระดับปานกลาง รองลงมาคือระดับสูง (ร้อยละ 35) และระดับต่ำ (ร้อยละ 19) เมื่อพิจารณารายด้านพบว่า ด้านความอ่อนล้าทางอารมณ์ส่วนใหญ่อยู่ในระดับปานกลาง (ร้อยละ 49) ด้านการลดความเป็นบุคคลพบในระดับปานกลางและระดับสูงในสัดส่วนเท่ากัน (ระดับละร้อยละ 43) และด้านความสำเร็จส่วนบุคคลส่วนใหญ่อยู่ในระดับปานกลาง (ร้อยละ 42) แต่มีกลุ่มที่อยู่ในระดับสูง (ซึ่งสะท้อนความรู้สึกว่าตนเองมีความสำเร็จลดลง) ถึงร้อยละ 40
ผลการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ พบว่าปัจจัย 3 ตัวแปรมีความสัมพันธ์กับภาวะเหนื่อยล้าอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ได้แก่ ปริมาณงาน (χ² = 13.30, p = 0.010) ความพึงพอใจในงาน (χ² = 22.45,
p < 0.001) และความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน (χ² = 12.74, p = 0.013) โดยความพึงพอใจในงานเป็นปัจจัยที่มีความสัมพันธ์เด่นชัดที่สุด (p < 0.001) พยาบาลที่มีความพึงพอใจในงานต่ำมีแนวโน้มประสบภาวะเหนื่อยล้าสูงกว่ากลุ่มอื่นอย่างมีนัยสำคัญ
ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ผู้บริหารควรประเมินภาวะเหนื่อยล้าของบุคลากรอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง พัฒนาระบบงานที่ส่งเสริมความพึงพอใจในงาน เปิดโอกาสการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ และสร้างกลไกจัดการความขัดแย้งในที่ทำงานอย่างเป็นธรรม เพื่อป้องกันและลดภาวะเหนื่อยล้าของบุคลากรทางการแพทย์อย่างยั่งยืน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
เกศินี กิตติบาล, อารี ชีวเกษมสุข และ ชูชาติ พ่วงสมจิตร์. (2564). การจัดการความเหนื่อยล้าจากการทำงานของพยาบาลวิชาชีพโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา. วารสารพยาบาลโรคหัวใจและทรวงอก, 32(1), 121–126.
นันทาวดี วรวสุวัส. (2563). การพัฒนารูปแบบการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางใจเพื่อป้องกันภาวะหมดไฟการทำงานของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเขตสุขภาพที่ 7. วารสารวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพ, 13(2), 603–613.
ปิยะวดี สุมาลัย. (2564). ภาวะหมดไฟในการทำงานของพยาบาลวิชาชีพ สถาบันบำราศนราดูร. วารสารวิทยาลัยพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดสระบุรี, 4(2), 66–78.
พิไลภัสสร์ ฉัตรชัยกุลศิริ. (2563). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับภาวะหมดไฟในการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์สถาบันประสาทวิทยา. วารสารสถาบันประสาทวิทยา, 14(2), 45–58.
ศูนย์สุขภาพจิตที่ 7 จังหวัดขอนแก่น. (2558). คู่มือการใช้แบบประเมินภาวะหมดไฟในการทำงาน (Maslach Burnout Inventory: MBI) ฉบับภาษาไทย. ขอนแก่น: ศูนย์สุขภาพจิตที่ 7 จังหวัดขอนแก่น.
Adriaenssens, J., De Gucht, V. & Maes, S. (2015). Determinants and prevalence of burnout in emergency nurses: A systematic review of 25 years of research. International Journal of Nursing Studies, 52(2), 649–661.
Beehr, T. A. & Newman, J. E. (1978). Job stress, employee health, and organizational effectiveness: A facet analysis, model, and literature review. Personnel Psychology, 31(4), 665–699.
Chinvararak, C., et al. (2022). Mental health among healthcare workers during COVID-19 pandemic in Thailand. PLoS ONE, 17(5), e0268704.
Cochran, W. G. (1977). Sampling techniques. (3rd ed.). New York, NY: John Wiley & Sons.
Dall'Ora, C., Ball, J., & Reinius, M. (2020). Burnout in nursing: A theoretical review. Human Resources for Health, 18, 41.
Demerouti, E., et al. (2001). The job demands-resources model of burnout. Journal of Applied Psychology, 86(3), 499–512.
Edú-Valsania, S., Laguía, A. & Moriano, J. A. (2022). Burnout: A review of theory and measurement. International Journal of Environmental Research and Public Health, 19(3), 1780.
Karasek, R. A. (1979). Job demands, job decision latitude, and mental strain: Implications for job redesign. Administrative Science Quarterly, 24(2), 285–308.
Laopakorn, C., Kunakorn, P. & Wacharasint, P. (2021). Burnout syndrome among Thai intensivists and nurses in pre-COVID-19 era. Clinical and Critical Care, 29, e0009.
Maslach, C. & Jackson, S. E. (1981). The measurement of experienced burnout. Journal of Organizational Behavior, 2(2), 99–113.
Woo, T., et al. (2020). Global prevalence of burnout symptoms among nurses: A systematic review and meta-analysis. Journal of Psychiatric Research, 123, 9–20.
World Health Organization. (2019). Burn-out an “occupational phenomenon”: International Classification of Diseases. Retrieved March 1, 2025, from https://www.who.int/news/ item/28-05-2019-burn-out-an-occupational-phenomenon-international-classification-of-diseases