การนำกลยุทธ์ซอฟต์พาวเวอร์มาใช้เพื่อทำให้วิชาภาษาไทยเป็นที่ดึงดูดใจ ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา

Main Article Content

นริสา ภาสบุตร
ศุภฤกษ์ ทานาค
นาตยา ปิลันธนานนท์

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาการนำกลยุทธ์ซอฟต์พาวเวอร์มาใช้เพื่อทำให้วิชาภาษาไทย
เป็นที่ดึงดูดใจของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา และ 2) ประเมินการนำกลยุทธ์ซอฟต์พาวเวอร์มาใช้เพื่อทำให้วิชาภาษาไทยเป็นที่ดึงดูดใจของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา เป็นการวิจัยเชิงพรรณนา (Descriptive Research) และมีการใช้วิธีการวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed Methods) ทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา 1-6 จำนวน 63 คน ผู้บริหารสถานศึกษาและคณะครู จำนวน 6 คน โรงเรียนวัดหนองกะธาตุ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระบุรี เขต 1 ปีการศึกษา 2568 และบุคคลในท้องถิ่น จำนวน 10 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1) แบบสอบถามแบบมีโครงสร้างสำหรับนักเรียนและบุคคลในท้องถิ่น และ 2) แบบประเมินการนำกลยุทธ์ซอฟต์พาวเวอร์ไปใช้เพื่อทำให้วิชาภาษาไทยเป็นที่ดึงดูดใจของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ การวิเคราะห์เชิงพรรณนา ค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน


ผลการวิจัยพบว่า 1) การนำกลยุทธ์ซอฟต์พาวเวอร์มาใช้เพื่อทำให้วิชาภาษาไทยเป็นที่ดึงดูดใจของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา ทั้ง 9 กลยุทธ์ ที่ได้จากการศึกษา ช่วยให้การเรียนวิชาภาษาไทยของนักเรียนระดับประถมศึกษาน่าสนใจมากขึ้น เพราะเชื่อมโยงกับชีวิตจริง วัฒนธรรม และสิ่งที่ผู้เรียนคุ้นเคย ซึ่งนักเรียนต้องการการเรียนรู้ที่สนุกและมีส่วนร่วม ครูและชุมชนเห็นตรงกันว่าภูมิปัญญาท้องถิ่นหรือวัฒนธรรมประเพณีในท้องถิ่น สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการจัดการเรียนรู้ภาษาไทยได้อย่างสร้างสรรค์ 2) ผลการประเมินการนำกลยุทธ์ซอฟต์พาวเวอร์มาใช้เพื่อทำให้วิชาภาษาไทยเป็นที่ดึงดูดใจของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา ในภาพรวม พบว่า กลยุทธ์มีความเหมาะสม อยู่ในระดับมากที่สุด โดยมีค่าเฉลี่ยรวมเท่ากับ 4.80

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ภาสบุตร น., ทานาค ศ., & ปิลันธนานนท์ น. (2026). การนำกลยุทธ์ซอฟต์พาวเวอร์มาใช้เพื่อทำให้วิชาภาษาไทยเป็นที่ดึงดูดใจ ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา. วารสารพุทธจิตวิทยา, 11(2), 246–257. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jbp/article/view/297652
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย. กรุงเทพฯ: ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

กรุงเทพธุรกิจ. (2565). Soft power คืออะไร และ soft power ของไทยมีอะไรบ้าง. สืบค้นเมื่อ 5 กุมภาพันธ์ 2568, จาก https://www.bangkokbiznews.com/blogs/columnist/1013929/

ขาหมูแอนด์เดอะแก๊ง. (2568). เพจเฟซบุ๊ก ขาหมูแอนด์เดอะแก๊งค์. สืบค้นเมื่อ 3 กุมภาพันธ์ 2568, จาก https://www.facebook.com/profile.php?id=100069015466568

จตุพร มีสกุล และคณะ. (2565). ปัญหาและแนวทางการจัดการเรียนรู้ของครูภาษาไทยระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 กลุ่มโรงเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานที่เข้าร่วมโครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาและการพัฒนาท้องถิ่นโดยมีสถาบันอุดมศึกษาเป็นพี่เลี้ยงเครือข่ายภาคกลางตอนบน. วารสารมหาจุฬาคชสาร, 13(2), 177–190.

ทิศนา แขมมณี. (2560). ศาสตร์การสอน. กรุงเทพฯ: ด่านสุทธา.

บุญชม ศรีสะอาด. (2556). การวิจัยเบื้องต้น ฉบับปรับปรุงใหม่. (พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.

พนัส จันทร์ศรีทอง. (2565). การพัฒนาการศึกษากับซอฟต์พาวเวอร์. ครุศาสตร์สาร, 16(2), 33–46.

วิชัย วงษ์ใหญ่ และ มารุต พัฒผล. (2563). Soft power all education: การสร้างสรรค์นวัตกรรม. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

วิมลรัตน์ สุนทรโรจน์. (2558). นวัตกรรมการเรียนรู้ภาษาไทย. มหาสารคาม: สารคามการพิมพ์-สารคามเปเปอร์.

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ. (2567). Soft power: กลยุทธ์ในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ประเทศไทยจาก emotional value. สืบค้นเมื่อ 5 กุมภาพันธ์ 2568, จาก https://www.nia.or.th/Soft-Power-Emotional-Value/

อิงอร เนตรานนท์. (2562). พลังอำนาจแห่งชาติซอฟท์เพาเวอร์ของไทยในศตวรรษที่ 21 (วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต). มหาวิทยาลัยรังสิต.

De Martino, M. (2020). Soft power: Theoretical framework and political foundations. Przegląd Europejski, 4, 11–24.

Nye, J. S. (2004). Soft power: The means to success in world politics. New York, NY: Public Affairs.

Vuving, A. L. (2009). How soft power works. Toronto: American Political Science Association annual meeting.