รูปแบบการพัฒนาภูมิคุ้มกันทางปัญญาบนฐานทุนทางพุทธศาสนาและจิตวิทยาเชิงบวกเพื่อป้องกันการถูกล่อลวงบนสื่อสังคมออนไลน์สำหรับเยาวชนใน จังหวัดเชียงใหม่

Main Article Content

พิมภัสสร เด็ดขาด
เขมินทรา ตันธิกุล
อุเทน ลาพิงค์

บทคัดย่อ

การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อการถูกล่อลวงบนสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้บนฐานทุนทางพุทธศาสนาและจิตวิทยาเชิงบวกเพื่อป้องกันการถูกล่อลวงบนสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อประเมินประสิทธิภาพและนำเสนอรูปแบบการพัฒนาภูมิคุ้มกันทางปัญญาบนฐานทุนทางพุทธศาสนาและจิตวิทยาเชิงบวกเพื่อป้องกันการถูกล่อลวงบนสื่อสังคมออนไลน์สำหรับเยาวชนในจังหวัดเชียงใหม่ โดยแบ่งกลุ่มตัวอย่างเพื่อเก็บข้อมูลในการวิจัยดังนี้ กลุ่มตัวอย่างแรกใช้สำหรับตอบแบบสอบถาม ได้แก่ นักเรียน นักศึกษา จำนวน 983 รูป/คน และกลุ่มตัวอย่างที่สองใช้สำหรับการสัมภาษณ์และประเมินการอบรม ที่ได้คำนวณมาจากกลุ่มตัวอย่างแรก ได้แก่ นักเรียน นักศึกษา จำนวน 284 รูป/คน โดยคํานวณขนาดของกลุ่มตัวอย่างตามวิธีการของ ทาโร ยามาเน่ (Yamane, 1973) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ แบบสอบถาม แบบประเมิน และแบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง (Semi-structured Interview)


ผลการวิจัยพบว่า ผลการวิเคราะห์ความคิดเห็นเกี่ยวกับรูปแบบการพัฒนาภูมิคุ้มกันทางปัญญาบนฐานทุน ทางพุทธศาสนาและจิตวิทยาเชิงบวกเพื่อป้องกันการถูกล่อลวงบนสื่อสังคมออนไลน์สำหรับเยาวชน ในจังหวัดเชียงใหม่ จากกลุ่มตัวอย่างแรก พบว่า บรรพชิต จำนวน 164 รูป คิดเป็นร้อยละ 16.68 คฤหัสถ์ชาย จำนวน 424 คน  คิดเป็นร้อยละ 43.13 คฤหัสถ์หญิง จำนวน 395 คน คิดเป็นร้อยละ 40.18 มีช่วงอายุ ระหว่าง 15–20 ปี จำนวน 539 รูป/คน ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 460 รูป/คน คิดเป็นร้อยละ 46.80 มีสถานะเป็นนักเรียน จำนวน 672 รูป/คน คิดเป็นร้อยละ 68.36 ระยะเวลาที่ท่านใช้อินเทอร์เน็ตเฉลี่ยเป็นชั่วโมงต่อวัน 4-6 ชั่วโมง จำนวน 421 รูป/คน คิดเป็นร้อยละ 42.83 สถานที่ที่ท่านใช้อินเทอร์เน็ตเป็นประจำ คือ สถานศึกษา จำนวน 983 รูป/คน คิดเป็นร้อยละ 100.0 ใช้อินเตอร์เน็ตเพื่อติดต่อสื่อสาร จำนวน 983 รูป/คน คิดเป็นร้อยละ 100.00 โดยพฤติกรรมที่พบจากการถูกล่อลวงบนสื่อสังคมออนไลน์ โดยพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า การพบเห็นโฆษณา การใช้บริการการพนันออนไลน์ หรือเคยสนับสนุน พบเห็นมากที่สุดอันดับแรก (= 4.87, S.D. = 0.83) 1) ผลการวิเคราะห์การสัมภาษณ์ ากกลุ่มตัวอย่างที่สอง พบว่า การดำเนินโครงการหรือกิจกรรมใดๆ อันจะเป็นการทุนทางจิตวิทยาเชิงบวกให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพชีวิตในทางบวก ซึ่งเกี่ยวข้องทั้งสุขภาพทางกายและสุขภาพทางจิตซึ่งมีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกันอย่างใกล้ชิด ซึ่งในปัจจุบันได้มีการนำแนวคิดจิตวิทยาเชิงบวกไปประยุกต์ใช้ในหลากหลายบริบทของสถานศึกษาในส่วนนี้ของเนื้อหาวิชา การยกตัวอย่าง การเผยแพร่ความรู้ในการถูกล่อลวงบนสื่อสังคมออนไลน์สำหรับเยาวชนดังนั้นผู้ให้ข้อมูลจากการสัมภาษณ์จึงเสนอแนวทางของโครงการส่งเสริมการรู้จักตนเองเป็นกิจกรรมการเรียนรู้ที่จะเข้าใจความต้องการ การบูรณาการระหว่าครอบครัว โดยเสริมให้ผู้ปกครอง ได้สอนให้บุตรหลานให้รู้เท่าทันภัยจากการใช้สื่อออนไลน์ และกิจกรรมการสร้างภูมิคุ้มกันการกลั่นแกล้งทางไซเบอร์ (Cyber Bully) การกลั่นแกล้งกันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ในสังคมของเด็ก เยาวชน กับการถูกฉ้อโกงจากธุรกรรมออนไลน์ (Online fraud) เพราะมีโอกาสที่จะเกิดการฉ้อโกงได้ง่าย ซึ่งการป้องกันฉ้อโกงออนไลน์สำหรับเด็กและเยาวชนนั้น สำคัญที่สุดคือการสอนให้พวกเขารู้จักตรวจสอบและสืบค้นข้อมูลของผู้ที่ทำธุรกรรมสำหรับเยาวชน ผลกระทบจากภัยออนไลน์ต่าง ๆ เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าภัยจากโลกออนไลน์ ผู้วิจัยจึงได้สรุปเป็นได้แก่ อันดับ 1 รูปบบเกมออนไลน์ (Online Game) อันดับ 2 รูปแบบข้อมูล ข่าวสาร ปลอม (Fake News) อันดับ 3 รูปแบบการกลั่นแกล้งทางไซเบอร์ (Cyber Bully) อันดับ 4 รูปแบบฉ้อโกงจากธุรกรรมออนไลน์ (Online fraud) อันดับ 5 รูปแบบการพนันออนไลน์ (Online gambling) อันดับ 6 รูปแบบการถูกเข้าถึงข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยมิชอบ (Hack) อันดับ 7 รูปแบบการล่อลวงทางออนไลน์ (Online temptation) และอันดับ 8 รูปแบบอื่น ๆ เช่น ความเชื่อทางลัทธิ, ไสยศาสตร์ ฯลฯ ซึ่งอาจสรุปได้ว่าการถูกล่อลวงบนสื่อสังคมออนไลน์สำหรับเยาวชนมีรูปแบบนั้นใกล้ตัวเด็กและเยาวชนมากกว่าที่คิดซึ่งถ้าพวกเขาไม่มีภูมิคุ้มกันที่ดีหรือมีผู้ให้คำปรึกษาที่เหมาะสม พวกเขาก็อาจไม่สามารถจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นจากภัยเหล่านี้ นอกจากนั้น นักเรียน นักศึกษาของท่านสามารถรับมือกับถูกล่อลวงบนสื่อสังคมออนไลน์จากด้านความฉลาดทางอารมณ์ เพิ่มความฉลาดทางอารมณ์ทางออนไลน์คือการทำให้แน่ใจว่านักเรียน ต้องได้รับการขัดเกลาทางสังคมในตัวเองเพียงพอ ด้านวิธีการคิดและแก้ปัญหาให้เป็น ด้านรู้จักหน้าที่ บทบาท ของตัวเอง ด้านภูมิคุ้มกันต่อสิ่งแวดล้อมการให้ความรู้และบอกเล่าสถานการณ์

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
เด็ดขาด พ., ตันธิกุล เ., & ลาพิงค์ อ. (2025). รูปแบบการพัฒนาภูมิคุ้มกันทางปัญญาบนฐานทุนทางพุทธศาสนาและจิตวิทยาเชิงบวกเพื่อป้องกันการถูกล่อลวงบนสื่อสังคมออนไลน์สำหรับเยาวชนใน จังหวัดเชียงใหม่. วารสารพุทธจิตวิทยา, 10(4), 640–651. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jbp/article/view/280740
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

ชุติมาภรณ์ ค้าขาย. (2562). อิทธิพลของสื่อสังคมออนไลน์ต่อพฤติกรรมเบี่ยงเบนของเด็กและเยาวชนในเขตกรุงเทพมหานคร. วารสารสังคมสงเคราะห์ศาสตร์, 27(2), 194-227.

ทีมไทยเซิร์ต. (2556). รายงานประจำปีไทยเซิร์ต 2556. กรุงเทพฯ: สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์.

ธวัชชัย แม่นศร. (2562). กลยุทธ์การนำเสนอสารของเฟซบุ๊กแฟนเพจบริษัททัวร์ชั้นนำของประเทศไทย (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยรามคำแหง.

บุษบา สุธีธร. (2564). ผลกระทบของสื่อสังคมที่มีต่อวัยรุ่น. วารสารการประชาสัมพันธ์และการโฆษณา, 14(1), 34-48.

ปัญจพร เกื้อนุ้ย. (2022). พฤติกรรมการใช้สื่อสังคมออนไลน์และการรู้เท่าทันสื่อสังคมออนไลน์ของนักเรียน โรงเรียนช้างกลางประชานุกูล จังหวัดนครศรีธรรมราช. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 9(6), 198-221.

พัทธ์รดา ยาประเสริฐ. (2564). นวัตกรรมการปรึกษาเชิงบูรณาการเพื่อเสริมสร้างกลยุทธ์เชิงบวกในการเผชิญปัญหาการถูกรังแกบนโลกไซเบอร์ของนักเรียนวัยรุ่นไทย (ดุษฎีนิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต). มหาวิทยาลัยบูรพา.

พวงรัตน์ ทวีรัตน์. (2560). วิธีการวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์และสังคมศาสตร์. (พิมพ์ครั้งที่ 7). กรุงเทพฯ: สำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒ.

มูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย. (2568). รายงานสถานการณ์เด็กและเยาวชนไทยกับภัยออนไลน์. กรุงเทพฯ: มูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย.

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (NECTEC). (2568). รายงานการสำรวจความตระหนักด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้ในประเทศไทย. กรุงเทพฯ: NECTEC.

สุรัมภา รอดมณี และคณะ. (2560). การพัฒนาภูมิคุ้มกันทางจิตวิทยาเพื่อความหยุ่นตัวทางการเรียนของนักศึกษาพยาบาลตำรวจโดยใช้รูปแบบการให้การปรึกษากลุ่มแบบบูรณาการ. วารสารพยาบาลตำรวจ, 9(2), 173-185.

Canadian Women’s Foundation. (2023). Online hate and cyberviolence. Retrieved June 15, 2024, from https://canadianwomen.org/the-facts/online-hate-and-cyberviolence/

DataReportal. (2025). Digital 2025: Global Overview Report. Retrieved June 18, 2024, from https://datareportal.com/reports/digital-2025-global-overview

Foundation for Internet Development Thailand. (2568). รายงานสถานการณ์เยาวชนกับภัยคุกคามออนไลน์. กรุงเทพฯ: มูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย.

Kaspersky. (2025). Cybersecurity Threats to Youth: Annual Report. Retrieved June 15, 2024, from https://www.kaspersky.com

Laeheem, K. (2024). Cyberbullying among Thai youth in Southern Thailand: Factors and prevention. Children, 11(7), 790.

PACER. (2024). National bullying prevention statistics. Retrieved June 12, 2024, from https://www.pacer.org/bullying/info/stats/

Pew Research Centre. (2023). Teens, social media and technology. Retrieved June 15, 2024, from https://www.pewresearch.org/internet

Plan International. (2020). Free to be online: Experiences of girls and young women. Retrieved June 22, 2024, from https://plan-international.org/publications/freetobeonline/

Trend Micro. (2025). The rise of AI-based threats and deepfake cyberattacks. Retrieved June 23, 2024, from https://www.trendmicro.com.

Trend Micro. (2025). The Rise of Deepfake Phishing and AI-driven Threats. Retrieved June 26, 2024, fromhttps://www.trendmicro.com

Yamane, T. (1973). Statistics: an introductory analysis. New York: Harper & Row.