แนวทางการพัฒนาท่าอากาศยานนครพนมอย่างยั่งยืนเพื่อรองรับการเป็น เมืองหลักทางการท่องเที่ยวในอนาคต

ผู้แต่ง

  • ชลิดา ช่วยสุข Ph.D. Student in Tourism and Hotel Business Management, College of Tourism and Service Industry, Nakhon Phanom University
  • อภิไทย แก้วจรัส Lecturer, Doctor of Philosophy Program in Tourism and Hotel Business Management, College of Tourism and Service Industry, Nakhon Phanom University

คำสำคัญ:

แนวทางการพัฒนา, ท่าอากาศยาน, เมืองหลักทางการท่องเที่ยว

บทคัดย่อ

          บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาทัศนคติของนักท่องเที่ยวเกี่ยวกับการจัดการท่าอากาศยานนครพนมอย่างยั่งยืน 2) วิเคราะห์ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อแรงจูงใจของนักท่องเที่ยวเกี่ยวกับการจัดการท่าอากาศยานนครพนมอย่างยั่งยืน และ 3) เสนอแนวทางการพัฒนาท่าอากาศยานนครพนมอย่างยั่งยืนเพื่อรองรับการเป็นเมืองหลักทางการท่องเที่ยวในอนาคต เป็นการวิจัยแบบผสมผสาน เครื่องมือที่ใช้เก็บข้อมูลเชิงปริมาณคือแบบสอบถามจากกลุ่มตัวอย่างผู้โดยสารท่าอากาศยานนครพนม จำนวน 400 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ ส่วนการวิจัยเชิงคุณภาพเก็บข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ให้ข้อมูลสำคัญจำนวน 11 คน วิเคราะห์ด้วยกระบวนการลงรหัสและการวิเคราะห์แก่นสาระ

           ผลการวิจัยพบว่า 1) ทัศนคติและแรงจูงใจของนักท่องเที่ยวต่อการจัดการท่าอากาศยานอย่างยั่งยืนโดยรวมอยู่ในระดับมาก (X̄ = 3.75, S.D. = 0.41) 2) ปัจจัยทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ ด้านองค์ความรู้ ด้านอารมณ์ ด้านพฤติกรรม และด้านการรับรู้ มีอิทธิพลเชิงบวกต่อแรงจูงใจของนักท่องเที่ยว โดยด้านอารมณ์มีค่าสัมประสิทธิ์อิทธิพลสูงที่สุด (β = 0.366) และโมเดลสามารถอธิบายความแปรปรวนของแรงจูงใจได้ร้อยละ 50.40 และ 3) แนวทางการพัฒนาท่าอากาศยานนครพนมอย่างยั่งยืน ประกอบด้วย 5 ด้านยุทธศาสตร์ ได้แก่ การสร้างรากฐานกายภาพและสิ่งแวดล้อม การยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน การสร้างประสบการณ์สะท้อนอัตลักษณ์พื้นที่ การเชื่อมโยงบทบาทสนามบินกับเศรษฐกิจจังหวัด และการพัฒนาธรรมาภิบาลและการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย ข้อค้นพบดังกล่าวสะท้อนว่าท่าอากาศยานนครพนมควรถูกพัฒนาให้เป็นทั้งโครงสร้างพื้นฐานด้านการเดินทาง พื้นที่สร้างประสบการณ์ และกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของจังหวัดภายใต้กรอบความยั่งยืน

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-09-28

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย (Research article)