ภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์ของผู้บริหารที่ส่งผลต่อการบริหารจัดการด้านกีฬาสู่ความเป็นเลิศ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์สังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ กลุ่ม 6
คำสำคัญ:
ภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์, การบริหารจัดการด้านกีฬา, การจัดการศึกษาพิเศษบทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1) เพื่อศึกษาระดับภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์ของผู้บริหารสถานศึกษา 2) เพื่อศึกษาระดับการบริหารจัดการด้านกีฬาสู่ความเป็นเลิศ และ 3) เพื่อศึกษาภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์ที่ส่งผลต่อการบริหารจัดการด้านกีฬาสู่ความเป็นเลิศ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ สังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ กลุ่ม 6 เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่างคือผู้บริหารสถานศึกษาและครู ปีการศึกษา 2568 จำนวน 274 คน เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถาม เก็บรวบรวมข้อมูลโดยรูปแบบเอกสารและแบบออนไลน์ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน
ผลการวิจัยพบว่า
1) ภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์ของผู้บริหารสถานศึกษา โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ การกำหนดวิสัยทัศน์ และวิธีการคิดเชิงปฏิวัติ มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด
2) การบริหารจัดการด้านกีฬาสู่ความเป็นเลิศ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ การวางแผน และการควบคุม มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด
3) ภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์ที่ส่งผลต่อการบริหารจัดการด้านกีฬาสู่ความเป็นเลิศ ได้แก่ การมีความคาดหวังและการสร้างโอกาสสำหรับอนาคต ความสามารถในการนำปัจจัยนำเข้าต่าง ๆ มากำหนดกลยุทธ์ การกำหนดวิสัยทัศน์ ผู้นำที่มีความเข้าใจระดับสูง และวิธีการคิดเชิงปฏิวัติ และตัวแปรทั้ง 5 ร่วมกันอธิบายความแปรปรวนของการบริหารจัดการด้านกีฬาสู่ความเป็นเลิศได้ร้อยละ 81.90 (R2 = .819) โดยตัวแปรที่มีอำนวจสูงสุดคือ การมีความคาดหวังและการสร้างโอกาสสำหรับอนาคต มีอำนาจพยากรณ์สูงที่สุด (β = .333) รองลงมา คือ ความสามารถในการนำปัจจัยนำเข้าต่างๆ มากำหนดกลยุทธ์ (β = .292) การกำหนดวิสัยทัศน์ (β = .168) ผู้นำที่มีความคิดความเข้าใจระดับสูง (β = .125) และวิธีการคิดเชิงปฏิวัติ (β = .112) ตามลำดับ
