การบริหารสถานศึกษาโดยใช้หลักธรรมาภิบาลที่ส่งผลต่อความสุขในการปฏิบัติงานของครูโรงเรียนเฉพาะความพิการด้านสติปัญญา สังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ กลุ่ม 6

ผู้แต่ง

  • เจนจิรา ตานาคำ Master of Educational Administration, Graduate School, Chiang Rai College
  • จำนงค์ แจ่มจันทรวงษ์ Lecturer of Chiangrai College
  • วีรพันธุ์ ศิริฤทธิ์ Lecturer of Chiangrai College

คำสำคัญ:

การบริหารสถานศึกษา, หลักธรรมาภิบาล, ความสุขในการปฏิบัติงานของครู

บทคัดย่อ

          บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับการบริหารสถานศึกษาโดยใช้หลักธรรมาภิบาล 2) ศึกษาระดับความสุขในการปฏิบัติงานของครู และ 3) ศึกษาการบริหารสถานศึกษาโดยใช้หลักธรรมาภิบาลที่ส่งผลต่อความสุขในการปฏิบัติงานของครู เป็นการวิจัยแบบสำรวจ กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 186 คน เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถาม เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามทั้งในรูปแบบเอกสารและแบบออนไลน์ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน

           ผลการวิจัยพบว่า

           1) การบริหารสถานศึกษาโดยใช้หลักธรรมาภิบาล โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( = 3.79, S.D. = 0.24) โดยหลักความโปร่งใสมีค่าเฉลี่ยสูงสุด ( = 3.92, S.D. = 0.41) และหลักนิติธรรมมีค่าเฉลี่ยต่ำสุด ( = 3.72, S.D. = 0.39)

           2) ความสุขในการปฏิบัติงานของครู โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( = 4.44, S.D. = 0.17) โดยด้านความสำเร็จในงานมีค่าเฉลี่ยสูงสุด ( = 4.49, S.D. = 0.38) และด้านการเป็นที่ยอมรับมีค่าเฉลี่ยต่ำสุด ( = 4.38, S.D. = 0.26)

           3) การบริหารสถานศึกษาโดยใช้หลักธรรมาภิบาลที่ส่งผลต่อความสุขในการปฏิบัติงานของครูอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ได้แก่ หลักความโปร่งใส หลักการมีส่วนร่วม หลักความรับผิดชอบ หลักความคุ้มค่า และหลักคุณธรรม โดยหลักความโปร่งใสมีอำนาจพยากรณ์สูงสุด (β = 0.334) และตัวแปรทั้ง 5 ร่วมกันอธิบายความแปรปรวนของความสุขในการปฏิบัติงานของครูได้ร้อยละ 44.90 สามารถเขียนเป็นสมการถดถอยได้ ดังนี้

             = 2.799 + 0.137(X2) + 0.078(X3) +0 .077(X1) + 0.071(X6) + 0.067(X5)

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-05-24

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย (Research article)