แนวทางการขับเคลื่อนศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตยด้วยกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน กรณีศึกษาในเขตอำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร
คำสำคัญ:
การขับเคลื่อน, ศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตยตำบล, จังหวัดพิจิตรบทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษา 1) ระดับการมีส่วนร่วมของประชาชนในการขับเคลื่อนศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตย 2) เพื่อเปรียบเทียบปัจจัยส่วนบุคคลกับการมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตย และ 3) เพื่อเสนอแนวทางการขับเคลื่อนศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตย โดยใช้รูปแบบการวิจัยแบบผสมผสาน วิจัยเชิงปริมาณเก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามจากประชากร จำนวน 259 คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ ค่าร้อยละ ค่าความถี่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่า t-test การทดสอบค่า f-test วิจัยเชิงคุณภาพดำเนินการสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 5 คน และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า
- ระดับการมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนศูนย์ฯ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (= 4.34) ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือด้านการสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ( = 4.37) และด้านที่มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด คือ ด้านการส่งเสริมการมีส่วนร่วมในกระบวนการเลือกตั้งการจัดกิจกรรมของศูนย์ฯ ( = 4.28)
- 2. ผลการเปรียบเทียบปัจจัยส่วนบุคคลกับการมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตย พบว่า ประชาชนที่มีเพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ รายได้ต่อเดือน ตำแหน่งในชุมชน และบทบาทหน้าที่ที่แตกต่างกันมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตย โดยภาพรวมไม่แตกต่างกัน
- แนวทางการขับเคลื่อนศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตย พบว่า การสร้างความเข้าใจบทบาทหน้าที่ บูรณาการเครือข่ายภาคประชาชนสู่การมีส่วนร่วมเชิงรุกด้วยวิถีประชาธิปไตย โดยใช้การสื่อสารที่เข้าถึงทุกช่องทางและพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณที่เพียงพอเพื่อความยั่งยืนอย่างแท้จริง
