ความสัมพันธ์ระหว่างการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการบริหาร ของผู้บริหารสถานศึกษากับประสิทธิผลของสถานศึกษาในยุคดิจิทัล สังกัดสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดพะเยา
คำสำคัญ:
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร, การบริหารสถานศึกษา, ประสิทธิผลของสถานศึกษาบทคัดย่อ
บทความวิจัย นี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสัดส่วนการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของผู้อำนวยการในการบริหารสถานศึกษา 2) เพื่อศึกษาสัดส่วนของประสิทธิผลสถานศึกษาในยุคดิจิทัล และ 3) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการบริหารสถานศึกษากับประสิทธิผลสถานศึกษาในยุคดิจิทัล ของศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอ ในจังหวัดพะเยา เป็นการวิจัยเชิงสหสัมพันธ์ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในงานวิจัยคือ ผู้อำนวยการ ครูผู้สอน บุคลากรของศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอ ในจังหวัดพะเยา จำนวน 127 คน เครื่องมือวิจัยเป็นแบบสอบถาม สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล คือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย () ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน
ผลการวิจัยพบว่า
- สัดส่วนการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของผู้บริหารศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอ โดยรวมอยู่ในสัดส่วนที่มาก ค่าเฉลี่ย = 3.99 เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ค่าเฉลี่ยสูงสุด คือการบริหารบุคคล 4.02 อันดับสองคือ การบริหารทั่วไป 4.01 อันดับสามคือการบริหารงบประมาณ 3.97 อันดับสี่คือ การบริหารวิชาการ 3.96 ตามลำดับ
- สัดส่วนของประสิทธิผลสถานศึกษาในยุคดิจิทัล โดยรวมอยู่ในสัดส่วนที่มาก ค่าเฉลี่ย = 4.04 เมื่อพิจารณารายด้านพบว่า ด้านนวัตกรรมการบริหาร มีค่าเฉลี่ย = 4.09 ด้านความเป็นพลเมืองดิจิทัล มีค่าเฉลี่ย = 4.07 ด้านนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ มีค่าเฉลี่ย = 4.06 ด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน มีค่าเฉลี่ย = 3.97 ตามลำดับ
- ความสัมพันธ์ระหว่างการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของผู้อำนวยการในการบริหารกับประสิทธิผลของสถานศึกษาในยุคดิจิทัล มีความสัมพันธ์เชิงบวกในระดับสูง (r = .796) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยด้านบริหารทั่วไปมีความสัมพันธ์สูงสุดกับประสิทธิผลโดยรวม (r = .786) และด้านนวัตกรรมการบริหารมีความสัมพันธ์สูงสุดกับการใช้เทคโนโลยีโดยรวม (r =.794)
