ภาวะผู้นำแบบกระจายอำนาจที่ส่งผลต่อการบริหารงานบุคคลของสถานศึกษา ในสังกัดสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดเชียงราย

ผู้แต่ง

  • เดชา ใจแปง Master of Educational Administration, Graduate School, Chiangrai College
  • ธงชาติ วงษ์สวรรค์ Lecturer of Chiang Rai College
  • วีรพันธุ์ ศิริฤทธิ์ Lecturer of Chiang Rai College

คำสำคัญ:

ภาวะผู้นำแบบกระจายอำนาจของผู้บริหาร, การบริหารงานบุคคล

บทคัดย่อ

          บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาระดับภาวะผู้นำแบบกระจายอำนาจของผู้บริหารสถานศึกษา 2) ศึกษาระดับการบริหารงานบุคคลของสถานศึกษา 3) ศึกษาภาวะผู้นำแบบกระจายอำนาจที่ส่งผลต่อการบริหารงานบุคคลของสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดเชียงราย เป็นการวิจัยเชิงพรรณนา กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยเป็นครูผู้สอน และบุคลากร ในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดเชียงราย ประจำปีงบประมาณ 2566 จำนวน 223 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิจัย คือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน

           ผลการวิจัยพบว่า

  1. ผู้ตอบแบบสอบถาม จำแนกเพศส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง จำแนกตามช่วงอายุส่วนใหญ่เป็นช่วงอายุ
    30-39 ปี จำแนกตามวุฒิส่วนใหญ่มีวุฒิการศึกษาปริญญาตรี จำแนกตามประสบการณ์ในการทำงาน ส่วนใหญ่ มีประสบการณ์ในการทำงาน 10 ปีขึ้นไป
  2. ระดับภาวะผู้นำแบบกระจายอำนาจของผู้บริหารสถานศึกษา โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (equation= 4.52 SD = .50)
  3. ระดับการบริหารงานบุคคลของสถานศึกษา โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (equation = 4.48 SD = .52)
  4. ภาวะผู้นำแบบกระจายอำนาจที่ส่งผลต่อการบริหารงานบุคคลของสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดเชียงราย ได้แก่ ด้านวัฒนธรรมการทำงานเป็นทีม (β = .521) ลำดับต่อมา ด้านการตระหนักต่อตนเองและผู้อื่น (β = .281) และด้านวิสัยทัศน์ร่วม (β = .278) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ .05 โดยตัวแปรทั้ง 3 ด้าน สามารถร่วมกันพยากรณ์ความแปรปรวนของการบริหารงานบุคคลของสถานศึกษาได้ร้อยละ 81.1

             

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-02-05

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย (Research article)