แนวทางการบริหารหลักสูตร เพื่อส่งเสริมทักษะอาชีพของนักเรียนโรงเรียนในสังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ในจังหวัดเลย

ผู้แต่ง

  • ปนัสยา เพ็งแจ่ม Master of Education Program students, Program in Educational Administration, Faculty of Education Uttaradit Rajabhat University
  • วจี ปัญญาใส Program in Educational Administration, Assistant Professor Dr., Advisor Faculty of Education Uttaradit Rajabhat University
  • ศุภราภรณ์ ทองสุขแก้ว Program in Educational Administration, Assistant Professor Dr., Advisor Faculty of Education Uttaradit Rajabhat University

คำสำคัญ:

การบริหารหลักสูตร, ทักษะอาชีพ, ความต้องการจำเป็น

บทคัดย่อ

          บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพที่เป็นอยู่และสภาพที่ควรจะเป็นของการบริหารหลักสูตร เพื่อส่งเสริมทักษะอาชีพของนักเรียน โรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ในจังหวัดเลย 2) เพื่อศึกษาแนวทางการบริหารหลักสูตร เพื่อส่งเสริมทักษะอาชีพของนักเรียน โรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ในจังหวัดเลย 3) เพื่อประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของแนวทางการบริหารหลักสูตร เพื่อส่งเสริมทักษะอาชีพของนักเรียน โรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ในจังหวัดเลย การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบผสานวิธี กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 31 คน ครูวิชาการ จำนวน 31 คน และครูจำนวน 256 คน รวมทั้งสิ้น จำนวน 318 คน และบุคคลที่มีแนวทางการปฏิบัติที่ดี จำนวน 10 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถาม และแบบสัมภาษณ์ สถิติที่ใช้ประกอบด้วย การวิเคราะห์ค่า PNI ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และวิเคราะห์เนื้อหา

           ผลการวิจัย พบว่า วัตถุประสงค์ข้อที่ 1) สภาพที่เป็นอยู่ทั้ง 4 ด้าน มีค่าเฉลี่ยต่ำกว่าสภาพที่ควรจะเป็นทุกด้าน วัตถุประสงค์ข้อที่ 2) พบว่า ด้านการวางแผน ควรสำรวจความต้องการ ความถนัดของผู้เรียน ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน ด้านการดำเนินงาน ควรจัดการเรียนการสอนทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียน ด้านการตรวจสอบ ควรนิเทศติดตามการจัดการเรียนการสอนอย่างเป็นระบบ โดยมีหลักฐานร่องรอยการนิเทศ ด้านการปรับปรุงแก้ไข ควรประเมินความคิดเห็นของครูผู้สอนอย่างต่อเนื่องในการใช้หลักสูตร วัตถุประสงค์ข้อที่ 3) พบว่ามีความเหมาะสมและความเป็นไปได้อยู่ในระดับมากที่สุด

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2024-07-08

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย (Research article)