แนวทางการเสริมสร้างขวัญและกำลังใจที่ส่งผลต่อความผูกพันต่อองค์กรของครู โรงเรียนพื้นที่สูงในถิ่นทุรกันดาร จังหวัดเชียงใหม่
คำสำคัญ:
การเสริมสร้างขวัญและกำลังใจ, ความผูกพันต่อองค์กรของครู, โรงเรียนพื้นที่สูงในถิ่นทุรกันดารบทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับการเสริมสร้างขวัญและกำลังใจ และระดับความผูกพันต่อองค์กรของครู 2) ศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อความผูกพันต่อองค์กรของครู และ 3) จัดทำและตรวจสอบแนวทางการเสริมสร้างขวัญและกำลังใจที่ส่งผลต่อความผูกพันต่อองค์กรของครูโรงเรียนพื้นที่สูงในถิ่นทุรกันดาร จังหวัดเชียงใหม่ ใช้วิธีวิจัยแบบผสมผสาน กลุ่มผู้ให้ข้อมูล คือ ข้าราชการครู จำนวน 350 คน โดยการสุ่มอย่างง่าย และผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 8 คน โดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ คือ แบบสอบถาม ค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.963 และ 0.964 แบบสัมภาษณ์ และแบบบันทึกการสนทนากลุ่ม วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสหสัมพันธ์ การวิเคราะห์ การถดถอยพหุคูณ และการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า 1) ระดับการเสริมสร้างขวัญและกำลังใจแก่ครู ในภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง
(x̄ = 3.42, S.D. = 0.49) และระดับความผูกพันต่อองค์กรของครู อยู่ในระดับปานกลางเช่นกัน (x̄ = 3.21, S.D. = 0.70) 2) ปัจจัยที่ส่งผลต่อความผูกพันต่อองค์กรของครู มี 4 ปัจจัย ได้แก่ ด้านลักษณะงานและความพึงพอใจในงานที่ปฏิบัติ (X3) ด้านรายได้ ค่าตอบแทน และสวัสดิการ (X2) ด้านโอกาสและความก้าวหน้าในอาชีพ (X1) และด้านความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล (X5) มีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์พหุคูณเป็น 0.851และสามารถพยากรณ์ได้ร้อยละ 72.50 อย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.05 โดยมีสมการพยากรณ์ คือ = -0.481 + 0.382(X3) + 0.313(X2) + 0.233(X1) + 0.190(X5) และ 3) แนวทางการเสริมสร้างขวัญและกำลังใจที่ส่งผลต่อความผูกพันต่อองค์กรของครู ประกอบด้วย หลักการ วัตถุประสงค์ วิธีการดำเนินการ ตัวชี้วัด และเงื่อนไขความสำเร็จ ผลการตรวจสอบพบว่าแนวทางฯ มีความเหมาะสมและความเป็นไปได้
