วารสารวิชาการสังคมศาสตร์เครือข่ายวิจัยประชาชื่น https://so03.tci-thaijo.org/index.php/prn <p>วารสารวิชาการสังคมศาสตร์เครือข่ายวิจัยประชาชื่น จัดทำในรูปแบบวารสารวิชาการที่เผยแพร่เป็นราย 4 เดือน มีการเปิดรับบทความเพื่อเข้ารับการพิจารณา ได้แก่ บทความวิจัย (Research Article) บทความวิชาการ (Academic Article) บทความปริทรรศน์หรือบทวิจารณ์วรรณกรรม (Review Article) บทวิจารณ์หนังสือ (Book Review)</p> th-TH <p>บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิชาการสังคมศาสตร์เครือข่ายวิจัยประชาชื่น</p> Krisada.dba@gmail.com (ดร.กฤษดา เชียรวัฒนสุข) naruemon_j@rmutt.ac.th (ผศ. ดร.นฤมล จิตรเอื้อ) Tue, 30 Jun 2026 00:00:00 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 ต้นทุนและผลตอบแทนการผลิตดอกโบตั๋นของกลุ่มผู้ประกอบการทำกระดาษสา บ้านท่าล้อ ตำบลบ่อแฮ้ว อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง https://so03.tci-thaijo.org/index.php/prn/article/view/297500 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาต้นทุนและผลตอบแทนการผลิตดอกโบตั๋นของกลุ่มผู้ประกอบการทำกระดาษสาบ้านท่าล้อ อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพโดยใช้แบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง วิเคราะห์ข้อมูลจากผู้ประกอบการทำกระดาษสาบ้านท่าล้อจำนวน 12 ราย วิเคราะห์ข้อมูลต้นทุน รายได้จากการจำหน่าย กำไรขั้นต้นและจุดคุ้มทุนเพื่อกำหนดราคาขายและวางแผนกำไรที่เหมาะสม</p> <p>ผลการศึกษาพบว่า ต้นทุนผลิตภัณฑ์ต่อถุงเท่ากับ 203.92 บาท ประกอบด้วย วัตถุดิบ 182.22 บาทต่อถุง คิดเป็นร้อยละ 89.36 ค่าแรงงาน 20 บาทต่อถุง คิดเป็นร้อยละ 9.81 และค่าใช้จ่ายการผลิต 1.70 บาทต่อถุง คิดเป็นร้อยละ 0.83 รายได้จากการจำหน่ายดอกโบตั๋นต่อปี คิดเป็นเงินเท่ากับ 300,000 บาท ต้นทุนการทำดอกโบตั๋นต่อปี เท่ากับ 244,704.01 บาท กำไรขั้นต้นจากการจำหน่ายต่อปี เท่ากับ 55,296 บาท คิดเป็นอัตราส่วนกำไรขั้นต้นต่อยอดขายร้อยละ 18.43 มีจุดคุ้มทุนของการจำหน่ายอยู่ที่ 2,109.99 บาท การที่จำนวนผลิตและจำหน่ายมีราคาสูงกว่าจุดคุ้มทุนที่คำนวณได้ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของกลุ่มกระดาษสาในการผลิตดอกโบตั๋นมีความสามารถในการแข่งขันด้านราคาในตลาดและมีการจัดการจุดคุ้มทุนที่ต่ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p> อนงค์วรรณ อุประดิษฐ์, จิรนันท์ บุพพัณหสมัย, Hai Long ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการสังคมศาสตร์เครือข่ายวิจัยประชาชื่น https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so03.tci-thaijo.org/index.php/prn/article/view/297500 Tue, 30 Jun 2026 00:00:00 +0700 ยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์และธุรกิจบริการไทยสู่มาตรฐานความยั่งยืนสากล ISO 20121:2024: การบูรณาการขีดความสามารถ เชิงพลวัตสีเขียวและโครงสร้างเศรษฐกิจเชิงพลวัต https://so03.tci-thaijo.org/index.php/prn/article/view/303898 <p>การศึกษาวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์โครงสร้างการเปลี่ยนผ่านของมาตรฐานระบบการบริหารการจัดงานอย่างยั่งยืนสากล ISO 20121:2024 พัฒนาแบบจำลองเชิงโครงสร้างเพื่อประเมินพฤติกรรมระดับจุลภาคขององค์กรธุรกิจบริการไทย และวิเคราะห์เงื่อนไขที่จำเป็นที่เป็นปัจจัยคอขวดในการขับเคลื่อนองค์กรสู่มาตรฐานความยั่งยืนสากล ผู้วิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยขั้นสูงแบบผสมผสานสองระยะ โดยระยะแรกเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึกกลุ่มผู้ให้ข้อมูลสำคัญจำนวน 15 ราย และวิเคราะห์เนื้อหาเชิงธีม เพื่อนำผลลัพธ์ไปอธิบายการวิจัยเชิงปริมาณในระยะที่สอง ซึ่งทำการเก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามจากกลุ่มตัวอย่างธุรกิจบริการและโรงแรมระดับ 5 ดาวในประเทศไทยจำนวน 280 แห่ง วิเคราะห์ข้อมูลด้วยแบบจำลองสมการโครงสร้างกำลังสองน้อยที่สุดบางส่วน (PLS-SEM) ร่วมกับการวิเคราะห์เงื่อนไขที่จำเป็น (NCA) </p> <p>ผลการวิจัยเชิงคุณภาพในระยะแรกพบว่า ยุทธศาสตร์ระดับมหภาคของสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน. สามารถขับเคลื่อนร่วมกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 ได้อย่างเป็นระบบ แต่เผชิญข้อจำกัดสำคัญด้านทรัพยากรมนุษย์และภาวะผู้นำสีเขียว ในขณะที่ผลการทดสอบทางสถิติเชิงประจักษ์ในระยะที่สองบ่งชี้ว่า ขีดความสามารถเชิงพลวัตสีเขียวมีอิทธิพลเชิงบวกต่อการพัฒนานวัตกรรมเชิงนิเวศอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (<em>β</em> = 0.649, <em>t</em> = 5.94, <em>p</em> &lt; 0.001) และส่งผ่านอิทธิพลไปยังผลการดำเนินงานทางเศรษฐกิจได้อย่างมีนัยสำคัญ แต่กลับไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมในระยะสั้นเนื่องจากปรากฏการณ์ความล่าช้าเชิงโครงระบบ ยิ่งไปกว่านั้น ผลการวิเคราะห์เงื่อนไขที่จำเป็น (NCA) ชี้ให้เห็นว่า ขีดความสามารถเชิงพลวัตสีเขียว (GDC) และนวัตกรรมเชิงนิเวศ (ECI) จัดเป็นปัจจัยคอขวดที่องค์กรขาดไม่ได้ โดยต้องผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำตามสัดส่วนเพดานคะแนนที่กำหนดเพื่อทลายข้อจำกัดเชิงปฏิบัติการและยกระดับอุตสาหกรรมไมซ์ไทยสู่เวทีโลกอย่างยั่งยืน </p> ปัญจมาพร ตำนานวัน ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการสังคมศาสตร์เครือข่ายวิจัยประชาชื่น https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so03.tci-thaijo.org/index.php/prn/article/view/303898 Mon, 03 Aug 2026 00:00:00 +0700 ALGORITHMIC AFFECTIVE REGIMES AND PUBLIC OPINION GOVERNANCE ON DOUYIN: EVIDENCE FROM CHINA’S SHORT-VIDEO PLATFORM ECOLOGY https://so03.tci-thaijo.org/index.php/prn/article/view/298166 <p>Platformization has reshaped the logic of public communication, making short-video platforms core infrastructure for the formation of public opinion. Using Douyin as a Chinese empirical case, this study constructs a unified analytical framework of Algorithmic Affective Regimes and adopts constructivist qualitative triangulation: 10 semi-structured expert interviews, three focus groups with 24 platform users, and thematic analysis of 140 policy, platform, and academic documents. </p> <p>The core findings are as follows. First, based on insiders’ accounts and platform regulatory documents, Douyin’s recommendation metrics (watch duration, interaction rate, completion rate) structurally reward high-arousal emotional content, producing fluid, rapidly circulating public opinion with short issue life cycles. Second, algorithmic visibility stratification compels users to perform affective labor to gain exposure, turning emotional expression into the primary mode of public participation and creating affective echo chambers. Third, unequal visibility allocation extends spiral of silence theory into an algorithmic iteration, in which marginal viewpoints face systematic suppression in circulation. Fourth, platform governance suffers from a persistent lag, caught in structural tensions among commercial algorithmic logic, state institutional regulatory duties, and users’ cultural communication demands. To mitigate these contradictions, this study develops a four-dimensional collaborative governance model grounded in empirical findings: technologically value-sensitive algorithm design, cross-stakeholder institutional coordination, public algorithmic-affective media literacy, and rational affective cultural cultivation. This paper systematically defines the multidimensional structure of Algorithmic Affective Regimes, distinguishes this framework from related communication theories, and offers targeted, context-specific governance suggestions for Chinese short-video platforms. This study enriches non-Western platform governance research and provides a transferable Algorithmic Affective Regime framework for comparative media studies in Southeast Asia.</p> Meng Yuan, Narong Anurak ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการสังคมศาสตร์เครือข่ายวิจัยประชาชื่น https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so03.tci-thaijo.org/index.php/prn/article/view/298166 Mon, 03 Aug 2026 00:00:00 +0700 EMOTION, COMMUNITY, AND TECHNOLOGY: HOW FANDOM CULTURE SHAPES CHINESE UNIVERSITY STUDENTS’ CONSUMPTION ATTITUDES https://so03.tci-thaijo.org/index.php/prn/article/view/298152 <p>This study examines how fandom culture shapes consumption attitudes among Chinese university students, focusing on the parallel mediating effects of fan community social identity and algorithm-driven media influence. The research adopts an explanatory sequential mixed-methods design. First, structural equation modeling (SEM) was applied to survey data collected from 400 Chinese university students to quantify path relationships. Second, semi-structured interviews with 30 highly engaged fans were analyzed using thematic analysis to uncover the underlying contextual mechanisms.</p> <p>Quantitative results show that fandom culture has a significant direct positive effect on university students’ consumption attitudes (β = 0.447, p &lt; 0.001). Social identity and media influence simultaneously play partial mediating roles, with indirect effects of 0.283 and 0.247, respectively. The aggregated total indirect effect (0.530) exceeds the direct effect, indicating that fandom culture primarily reshapes consumption attitudes through psychological identity construction and algorithmic media environment construction rather than direct stimulation. Qualitative thematic analysis further identifies three interconnected shaping mechanisms: (1) consumption functions as intra-group boundary certification and status legitimation within the social identity pathway; (2) social media algorithms create closed consumption gravitational fields that normalize fan spending as a moral obligation; and (3) emotional symbolic value synergistically amplifies consumption willingness alongside identity and media forces. This study systematically clarifies how emotion, community, and digital technology jointly construct youth consumption logics, providing empirical evidence and theoretical references for universities to implement critical media literacy education, rational identity guidance, and healthy consumption cultivation.</p> Xi Ning, Narong Anurak ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการสังคมศาสตร์เครือข่ายวิจัยประชาชื่น https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so03.tci-thaijo.org/index.php/prn/article/view/298152 Mon, 03 Aug 2026 00:00:00 +0700 กลยุทธ์การตลาดบริการและแบบจำลองมังกร (DRAGON Model) ในการแปลงทุนทางวัฒนธรรมเป็นซอฟต์พาวเวอร์อย่างยั่งยืน: การบูรณาการปัญญาประดิษฐ์ในการท่องเที่ยวเชิงอาหารย่านเยาวราช https://so03.tci-thaijo.org/index.php/prn/article/view/303896 <p>การศึกษาวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) วิเคราะห์ทุนทางวัฒนธรรมและความตึงเครียดเชิงอัตลักษณ์ระหว่างความดั้งเดิมของวัฒนธรรมอาหารกับการปรับตัวเพื่อการค้าสมัยใหม่ (2) ตรวจสอบอิทธิพลของมิติต่าง ๆ ในส่วนประสมการตลาดบริการที่มีต่อการรับรู้ซอฟต์พาวเวอร์ และ (3) เสนอแนะแนวทางเชิงกลยุทธ์ผ่านแบบจำลองมังกร (DRAGON Model) ในการบูรณาการระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อสร้างความยั่งยืนให้แก่พื้นที่มรดกวัฒนธรรมอาหารย่านเยาวราช กรุงเทพมหานคร การวิจัยนี้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสานเชิงอธิบายแบบต่อเนื่อง ระยะแรกเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพผ่านการสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ให้ข้อมูลสำคัญจำนวน 10 ราย ซึ่งคัดเลือกแบบเจาะจง ระยะที่สองเป็นการวิจัยเชิงปริมาณเก็บข้อมูลจากนักท่องเที่ยวจำนวน 400 ราย วิเคราะห์ข้อมูลด้วยแบบจำลองสมการโครงสร้างกำลังสองน้อยที่สุดบางส่วน (PLS-SEM)</p> <p>เพื่อความสอดคล้องกับบริบทการท่องเที่ยวเชิงอาหารริมทาง ผู้วิจัยได้หลอมรวมส่วนประสมการตลาดบริการ (7Ps) ออกเป็น 5 ตัวแปรแฝงหลัก ผลการวิจัยเชิงคุณภาพพบความตึงเครียดเชิงวัฒนธรรมจากการสูญเสียผู้เชี่ยวชาญการปรุงอาหารระดับปรมาจารย์ และภัยคุกคามจากการเปลี่ยนแปลงแทนที่ของกลุ่มทุนใหม่ ผลการวิเคราะห์เชิงปริมาณชี้ว่า มิติด้านพื้นที่และภูมิทัศน์กายภาพ มีอิทธิพลทางตรงสูงสุดต่อการรับรู้ซอฟต์พาวเวอร์ (β = 0.382, p &lt; 0.001) ตามด้วยการส่งเสริมการตลาด (β = 0.315, p &lt; 0.001) และอัตลักษณ์ของผลิตภัณฑ์อาหารและกระบวนการ (β = 0.290, p &lt; 0.001) ในขณะที่การรับรู้ด้านราคาไม่มีอิทธิพลอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (β = 0.052, p = 0.395) นอกจากนี้การรับรู้ซอฟต์พาวเวอร์มีอิทธิพลเชิงบวกในระดับสูงมากต่อความตั้งใจกลับมาเยือนซ้ำ (β = 0.795, p &lt; 0.001) โดยสามารถอธิบายความแปรปรวนของตัวแปรตามได้ร้อยละ 63.2 (R² = 0.632) งานวิจัยนี้จึงได้นำเสนอแบบจำลองมังกร (DRAGON Model) ที่ผสานรวมเทคโนโลยี AI ควบคู่กับแผนประเมินความเป็นไปได้เชิงปฏิบัติเพื่อมุ่งสู่การเป็นจุดหมายปลายทางมรดกวัฒนธรรมอัจฉริยะระดับโลกอย่างยั่งยืน</p> สุวิมล จันโททัย ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการสังคมศาสตร์เครือข่ายวิจัยประชาชื่น https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so03.tci-thaijo.org/index.php/prn/article/view/303896 Thu, 06 Aug 2026 00:00:00 +0700