https://so03.tci-thaijo.org/index.php/prn/issue/feed วารสารวิชาการสังคมศาสตร์เครือข่ายวิจัยประชาชื่น 2026-04-25T12:11:47+07:00 ดร.กฤษดา เชียรวัฒนสุข Krisada.dba@gmail.com Open Journal Systems <p>วารสารวิชาการสังคมศาสตร์เครือข่ายวิจัยประชาชื่น จัดทำในรูปแบบวารสารวิชาการที่เผยแพร่เป็นราย 4 เดือน มีการเปิดรับบทความเพื่อเข้ารับการพิจารณา ได้แก่ บทความวิจัย (Research Article) บทความวิชาการ (Academic Article) บทความปริทรรศน์หรือบทวิจารณ์วรรณกรรม (Review Article) บทวิจารณ์หนังสือ (Book Review)</p> https://so03.tci-thaijo.org/index.php/prn/article/view/301220 เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ ทำงานกับ AI ให้เป็น 2026-04-25T12:11:47+07:00 กัณฑ์กณิษฐ์ จิตรีโภชน์ 67145436500007@ptu.ac.th <p>หนังสือเปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ ทำงานกับ AI ให้เป็น ถูกเขียนขึ้นจากผู้เขียนที่มีประสบการณ์การทำงานด้าน Generative AI &nbsp;และเป็นวิทยากรบรรยายด้านดิจิทัล การตลาด ธุรกิจ ให้กับหน่วยงาน ผู้ประกอบการ สถาบันการศึกษา ภาคธุรกิจเอกชน ทำให้การเขียนหนังสือออกมาในลักษณะเป็นการสอนที่เริ่มจากการปูพื้นทำความเข้าใจสำหรับคนที่ไม่ได้เก่งเทคโนโลยี โดยมีตัวอย่างการใช้ AI ในแต่ละประเภทชิ้นงานให้ศึกษาภายในเล่มพร้อมภาพประกอบที่เข้าใจง่าย ครอบคลุมหลากหลายวงการในการทำงาน สามารถศึกษาและลองทำตามได้ ทำให้คนที่ non-tech หรือ low – tech สามารถเข้าถึงและใช้ AI ได้ โดยไม่ต้องใช้ความรู้ทางเทคนิคขั้นสูง แค่มีความรู้เกี่ยวกับการใช้งานคอมพิวเตอร์ โปรแกรมพื้นฐานและอินเทอร์เน็ตก็พอ หนังสือเล่มนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพัฒนาตนเองในการใช้ AI มาเป็นผู้ช่วยการทำงาน โดยไม่ต้องเริ่มต้นหาข้อมูลเองตั้งแต่แรก ทำให้เราสามารถค้นพบโอกาสใหม่ๆ ในการทำงานซึ่งจะช่วย เสริมศักยภาพในการทำงานของบุคคล และเสริมสร้างความได้เปรียบขององค์กร</p> <p>สำหรับผู้ที่ไม่ค่อยถนัดเทคโนโลยี อาจมองว่าการทำงานร่วมกับ AI เป็นเรื่องที่ซับซ้อนและยากที่จะเข้าถึง แต่หากเรามีความเข้าใจในพื้นฐานการใช้งานคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต การทำงานร่วมกับ AI ก็จะเป็นไปได้ไม่ยากและอาจช่วยให้การทำงานของเรามีความรวดเร็วและมีคุณภาพมากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องเรียนรู้ทักษะทางเทคนิคที่ซับซ้อน แค่ลองเปิดใจที่จะเรียนรู้ก็จะได้เปิดประสบการณ์ ก้าวผ่านช่องว่างไปยังวิถีการทำงานที่ก้าวกระโดดที่น่าอัศจรรย์</p> 2026-04-28T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการสังคมศาสตร์เครือข่ายวิจัยประชาชื่น https://so03.tci-thaijo.org/index.php/prn/article/view/299327 เชื่อมการรับรู้นโยบายการทำงานสู่ความผูกพันต่อองค์กร: บทบาทส่งผ่าน ของความพึงพอใจในการทำงานในบริษัทไทยและบริษัทข้ามชาติในประเทศไทย 2026-03-29T15:10:35+07:00 ภาวิน เนียมประดิษฐ์ parwin.ni@ku.th อรวี ศรีบุญลือ orawee.sr@ku.th <p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาอิทธิพลของการรับรู้นโยบายการทำงาน 4 ด้าน ได้แก่ ความยืดหยุ่นของเวลาทำงาน การพัฒนาสมรรถนะและผลการปฏิบัติงาน รางวัลภายนอก และวัฒนธรรมองค์กร ที่มีต่อความพึงพอใจในการทำงานและความผูกพันต่อองค์กร รวมทั้งทดสอบบทบาทการเป็นตัวแปรส่งผ่านของความพึงพอใจในการทำงาน และเปรียบเทียบตัวแปรดังกล่าวระหว่างพนักงานในบริษัทไทยและบริษัทข้ามชาติในประเทศไทย การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ เก็บข้อมูลจากพนักงานในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลจำนวน 447 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา การวิเคราะห์โมเดลสมการโครงสร้างแบบกำลังสองน้อยที่สุดบางส่วน (PLS-SEM) และการทดสอบค่าทีแบบอิสระ</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า นโยบายการทำงานทั้ง 4 ด้านมีอิทธิพลเชิงบวกต่อความพึงพอใจในการทำงานอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ขณะที่การพัฒนาสมรรถนะและผลการปฏิบัติงาน รางวัลภายนอก และวัฒนธรรมองค์กรมีอิทธิพลทางตรงต่อความผูกพันต่อองค์กรอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนความยืดหยุ่นของเวลาทำงานไม่มีอิทธิพลทางตรง ความพึงพอใจในการทำงานเป็นตัวแปรส่งผ่านแบบบางส่วนสำหรับ 3 ด้านแรก และเป็นตัวแปรส่งผ่านแบบทางอ้อมเท่านั้น สำหรับความยืดหยุ่นของเวลาทำงาน ผลการทดสอบด้วย Independent Samples t-test พบว่าพนักงานในบริษัทไทยมีค่าเฉลี่ยสูงกว่าพนักงานในบริษัทข้ามชาติ<br />อย่างมีนัยสำคัญในเกือบทุกด้าน ยกเว้นความยืดหยุ่นของเวลาทำงาน</p> 2026-04-23T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการสังคมศาสตร์เครือข่ายวิจัยประชาชื่น https://so03.tci-thaijo.org/index.php/prn/article/view/297686 การสื่อสารเชิงวัฒนธรรมผ่านพิธีกรรมสูตรเสื้อสูตรผ้า: กรณีศึกษาชาวไทพวน จังหวัดนครนายก 2026-04-17T21:12:37+07:00 สุชาญวุฒิ กิ่งแก้ว suchanwud.ki@spu.ac.th อารีวรรณ หัสดิน areewan_h@rmutt.ac.th สมพร ธุรี somporn_t@rmutt.ac.th <p>งานวิจัยเรื่อง การสื่อสารเชิงวัฒนธรรมผ่านพิธีกรรมสูตรเสื้อสูตรผ้า: กรณีศึกษาชาวไทพวน จังหวัดนครนายก มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพิธีกรรมสูตรเสื้อสูตรผ้าในฐานะกระบวนการสื่อสารเชิงวัฒนธรรม วิเคราะห์องค์ประกอบการสื่อสารเชิงพิธีกรรม และอธิบายบทบาทหน้าที่ของพิธีกรรมดังกล่าวต่อชุมชนไทพวน งานวิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ โดยเก็บข้อมูลจากการศึกษาเอกสาร การสัมภาษณ์เชิงลึก การสนทนากลุ่ม และการสังเกตแบบมีส่วนร่วมในพื้นที่อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก</p> <p>ผลการศึกษาพบว่า พิธีกรรมสูตรเสื้อสูตรผ้าเป็นพิธีกรรมสำคัญที่สะท้อนระบบความเชื่อของชาวไทพวน ซึ่งผสมผสานพุทธศาสนา ความเชื่อเรื่องบรรพชน และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในท้องถิ่น พิธีกรรมดังกล่าวแสดงองค์ประกอบของกระบวนการสื่อสารอย่างครบถ้วน ได้แก่ ผู้ส่งสาร สาร ช่องทางการสื่อสาร และผู้รับสาร โดยการสื่อสารมิได้อาศัยภาษาเพียงอย่างเดียว หากเกิดขึ้นผ่านการกระทำเชิงพิธีกรรม เครื่องประกอบพิธี วัตถุ เวลา และพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งทำหน้าที่เป็นสัญญะทางวัฒนธรรมที่สมาชิกชุมชนเข้าใจร่วมกัน นอกจากนี้ พิธีกรรมสูตรเสื้อสูตรผ้ายังทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการเชื่อมโยงมนุษย์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และบรรพชน เป็นพื้นที่ของการถ่ายทอดความเชื่อ คุณค่าทางวัฒนธรรม และอัตลักษณ์ไทพวนผ่านการมีส่วนร่วมของครอบครัวและชุมชน โดยเฉพาะแนวคิดเรื่องความกตัญญู ระบบเครือญาติ และความสามัคคีของกลุ่ม ตลอดจนมีบทบาทในการสร้างความมั่นคงทางจิตใจของสมาชิกในชุมชนในช่วงเปลี่ยนผ่านของปีใหม่ตามประเพณีสงกรานต์</p> 2026-04-24T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการสังคมศาสตร์เครือข่ายวิจัยประชาชื่น https://so03.tci-thaijo.org/index.php/prn/article/view/298433 ความหลากหลายทางเพศ องค์ประกอบอื่นของคณะกรรมการบริษัท และโครงสร้างเงินทุนของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย 2026-03-19T13:38:29+07:00 ศิรดา จารุตกานนท์ sirada@buu.ac.th สุธิษา เบ็ญเจิด sirada@buu.ac.th <p>งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ในการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความหลากหลายทางเพศในคณะกรรมการบริษัท องค์ประกอบอื่นของคณะกรรมการบริษัท ซึ่งประกอบด้วยขนาดของคณะกรรมการบริษัท สัดส่วนของคณะกรรมการอิสระ การควบรวมตำแหน่งประธานคณะกรรมการบริษัทกับประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และการถือหุ้นของคณะกรรมการบริหารกับโครงสร้างเงินทุนของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยระหว่างปีพ.ศ. 2563-2567 จำนวนตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยมีจำนวนรวมทั้งสิ้น 2,635 ตัวอย่าง ผู้วิจัยเก็บรวบรวมข้อมูลกลุ่มตัวอย่างจากรายงานทางการเงิน และรายงานประจําปี จากนั้นนำข้อมูลมาวิเคราะห์ด้วยสถิติเชิงพรรณนาและทดสอบสมมติฐานวิจัยด้วยการวิเคราะห์ความถดถอยเชิงพหุด้วยแบบจำลอง Fixed Effect</p> <p>ผลวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างมีโครงสร้างเงินทุนที่มาจากการก่อหนี้และจากส่วนของผู้ถือหุ้นในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน ในส่วนของการทดสอบความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบของคณะกรรมการบริษัทและโครงสร้างเงินทุนพบว่า การถือหุ้นของคณะกรรมการบริหารมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับโครงสร้างเงินทุนของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ในขณะที่สัดส่วนของคณะกรรมการอิสระมีความสัมพันธ์เชิงลบกับโครงสร้างเงินทุนของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.10 อย่างไรก็ตามงานวิจัยฉบับนี้ไม่พบความสัมพันธ์ระหว่างขนาดของคณะกรรมการบริษัท การควบรวมตำแหน่งประธานคณะกรรมการบริษัทกับประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และความหลากหลายทางเพศในคณะกรรมการบริษัทกับโครงสร้างเงินทุนของบริษัท</p> 2026-04-24T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการสังคมศาสตร์เครือข่ายวิจัยประชาชื่น https://so03.tci-thaijo.org/index.php/prn/article/view/298765 การสร้างความผูกพันในองค์การด้วยความยืดหยุ่นในการทำงาน: บทบาทส่งผ่าน ของความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงานและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานเจเนอเรชันวายและซี 2026-03-29T15:07:46+07:00 อัจฉราพรรณ สีหะบัณฑ์ ajcharapun.s@ku.th อรวี ศรีบุญลือ orawee.sr@ku.th <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาอิทธิพลของความยืดหยุ่นในการทำงานที่มีต่อความสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงาน ความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน และความผูกพันในองค์การของพนักงานเจเนอเรชันวายและซี 2) ทดสอบบทบาทส่งผ่านของความสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงานและความเป็นอยู่ที่ดีในความสัมพันธ์ระหว่างความยืดหยุ่นในการทำงานกับความผูกพันในองค์การ และ 3) สังเคราะห์แนวทางในการเสริมสร้างความผูกพันในองค์การของพนักงานเจเนอเรชันวายและซีในกรุงเทพมหานคร การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณโดยใช้แบบสอบถามเก็บข้อมูลจากพนักงานเจเนอเรชันวายและซีที่ทำงานในองค์การซึ่งมีนโยบายการทำงานแบบยืดหยุ่นในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 400 คน การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน และการวิเคราะห์แบบจำลองสมการโครงสร้างแบบกำลังสองน้อยที่สุดบางส่วน (PLS-SEM)</p> <p>ผลการวิจัย พบว่า ความยืดหยุ่นในการทำงานมีอิทธิพลเชิงบวกต่อความผูกพันในองค์การ ความสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงาน และความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานเจเนอเรชันวายและซี อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 ในขณะที่ความสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงานมีอิทธิพลเชิงบวกต่อความผูกพันในองค์การ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานมีอิทธิพลเชิงบวกต่อความผูกพันในองค์การ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 นอกจากนี้ ความยืดหยุ่นในการทำงานยังมีอิทธิพลเชิงบวกต่อความผูกพันในองค์การผ่านความสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงานและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานในฐานะตัวแปรส่งผ่านบางส่วน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ผลการวิจัยนี้เน้นย้ำว่าองค์การควรนำนโยบายการทำงานแบบยืดหยุ่นมาใช้ เพื่อส่งเสริมความสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงานและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน อันจะช่วยเสริมสร้างความผูกพันในองค์การของพนักงานเจเนอเรชันวายและซี</p> 2026-04-24T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการสังคมศาสตร์เครือข่ายวิจัยประชาชื่น https://so03.tci-thaijo.org/index.php/prn/article/view/297876 STRUCTURAL FEATURES OF PRIZE-WINNING WORKS IN THE CHINA NEWS AWARDS (INTERNATIONAL COMMUNICATION CATEGORY, 2016–2025) 2026-04-20T20:28:01+07:00 Yingzhe Wang s66584946005@ssru.ac.th Nititorn Ounpipat nititorn.ou@ssru.ac.th <p>This study examines the structural features of award-winning international communication works recognized by the China News Award (International Communication Category) from the 26th to the 35th sessions, covering 2016 to 2025. It uses a mixed-methods approach, combining quantitative content analysis with qualitative grounded analysis, to analyze a complete set of 396 works. The analysis focuses on five key dimensions: reporting themes, journalistic genres, media platforms, language usage, and attitudinal orientation.</p> <p data-start="149" data-end="760">The findings reveal a highly stable and institutionalized structural paradigm, characterized by a focus on strategically important issues, a dominant narrative style that prioritizes depth, a hierarchical media platform configuration with traditional mainstream media at the core, a stratified language structure that emphasizes Chinese for narrative stability and English for external engagement, and a strong positive attitude, with over 80% of the sample expressing such an attitude. The consistent reproduction of these characteristics over a decade suggests that award-winning international communication practices function as a professionalized, strategically coordinated system, rather than a collection of disjointed editorial efforts. This study advances the field of international communication research by providing systematic and empirical evidence of established communication patterns</p> 2026-04-25T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการสังคมศาสตร์เครือข่ายวิจัยประชาชื่น https://so03.tci-thaijo.org/index.php/prn/article/view/296272 การวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบพฤติกรรมผู้เรียนต่อการเลือกสถาบันอุดมศึกษาเอกชนในบริบทประเทศไทย สิงคโปร์ และสหรัฐอเมริกา 2025-12-22T20:04:33+07:00 สมัชญา พลชัย 6801436500006@ptu.ac.th อุทัยรัตน์ เมืองแสน uthairat@ptu.ac.th ศิริพัฒน์ กล่ำกลิ่น siribhat@nervedigital.co.th <p>บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบพฤติกรรมผู้เรียนต่อการเลือกสถาบันอุดมศึกษาเอกชนในบริบทประเทศไทย สิงคโปร์ และสหรัฐอเมริกา ด้วยการสังเคราะห์จากเอกสาร ซึ่งการเลือกสถาบันอุดมศึกษาเอกชนของผู้เรียนสะท้อนพฤติกรรมเชิงเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมที่แตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ ผู้เรียนในสิงคโปร์มักให้ความสำคัญกับชื่อเสียงและการยอมรับทางสังคม ขณะที่ผู้เรียนในสหรัฐอเมริกาอาจถูกชี้นำโดยการจัดอันดับโลกของมหาวิทยาลัยและโอกาสด้านอาชีพ คุณภาพการเรียนการสอนและสภาพแวดล้อมการศึกษา ในขณะที่ในประเทศไทย ปัจจัยทางการเงินและคำแนะนำของผู้ปกครองมีบทบาทสำคัญ เมื่อพิจารณาจากการเปรียบเทียบเชิงพฤติกรรมสะท้อนให้เห็นว่า การตัดสินใจเลือกเรียนสถาบันอุดมศึกษาเอกชนไม่ได้ขึ้นอยู่กับคุณภาพเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับความคาดหวังทางสังคม ทุนทางวัฒนธรรม และแรงกดดันจากครอบครัว การวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบสามารถนำไปสู่ข้อเสนอแนะในการปรับนโยบายและกลยุทธ์ของสถาบันเพื่อรองรับความต้องการและความคาดหวังของนักเรียนที่หลากหลาย รวมทั้งเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในการสร้างกลยุทธ์ทางการแข่งขันให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้เรียนต่อการเลือกสถาบันอุดมศึกษาเอกชนในประเทศไทย อีกทั้งยังเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและกลยุทธ์ของสถาบันควรพัฒนาตามพฤติกรรมและความคาดหวังของนักเรียน เพื่อให้การตัดสินใจทางการศึกษาเป็นไปอย่างรอบคอบ มีข้อมูลสนับสนุน และสร้างผลประโยชน์สูงสุดต่อผู้เรียน</p> 2026-04-28T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการสังคมศาสตร์เครือข่ายวิจัยประชาชื่น