วารสารการสื่อสารและสื่อบูรณาการ
https://so03.tci-thaijo.org/index.php/masscomm
<p><strong>วารสารการสื่อสารและสื่อบูรณาการ</strong></p> <p>เป็นวารสารวิชาการที่จัดทำโดยคณะการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่ผ่านการรับรองคุณภาพวารสาร Thai-Journal Citation Index: TCI Group II</p> <p>มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ผลงานทางวิชาการของคณาจารย์<br />และนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาด้านการสื่อสารมวลชน วารสารศาสตร์ นิเทศศาสตร์และสาขาอื่นๆ ที่มีผลงานเกี่ยวเนื่องกับศาสตร์ทางด้านนี้ และเพื่อส่งเสริมและกระตุ้นให้เกิดการวิจัย รวมทั้งการพัฒนาองค์ความรู้ทางด้านการสื่อสารในสาขาวิชาต่างๆ มากขึ้น</p> <p><span lang="th">แต่ละบทความจะได้รับพิจารณาจากคณะกรรมการกลั่นกรองบทความวารสาร (Peer Review) จำนวน 3 ท่านที่มีความเชี่ยวชาญในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องจากหลากหลายสถาบันและมิใช่สังกัดเดียวกับผู้นิพนธ์บทความ และได้รับความเห็นชอบจากกองบรรณาธิการก่อนตีพิมพ์ โดยการพิจารณาบทความนั้น ผู้พิจารณาบทความจะมิทราบชื่อหรือข้อมูลของผู้เขียนบทความ อีกทั้ง ผู้เขียนบทความไม่ทราบชื่อผู้พิจารณาบทความ (Double - blind Peer Review)</span></p> <p><span lang="th">กำหนดการตีพิมพ์เผยแพร่ปีละ 2 ฉบับ ได้แก่<br /></span><span lang="th">- ฉบับที่ 1 เดือนมกราคม-มิถุนายน กำหนดเผยแพร่ในเดือน มิถุนายน<br />- ฉบับที่ 2 เดือนกรกฎาคม-ธันวาคม กำหนดเผยแพร่ในเดือน ธันวาคม</span></p> <p><strong>ISSN: <span class="WdYUQQ text-decoration-none text-strikethrough-none">2985-0665</span> (Print) </strong><strong>ISSN: <span class="WdYUQQ text-decoration-none text-strikethrough-none">2985-0673 </span>(Online)</strong></p>
คณะการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (Faculty of Mass Communication, Chiang Mai University)
th-TH
วารสารการสื่อสารและสื่อบูรณาการ
2985-0665
<p>ลิขสิทธ์ที่ผู้เขียนบทความต้องยอมรับ</p>
-
การวิเคราะห์วาทศิลป์ดิจิทัลในการเล่าเรื่องวรรณกรรมสามก๊ก ผ่านช่องทางยูทูบของอาจารย์มิกซ์ ณัฐกริช เปาอินทร์
https://so03.tci-thaijo.org/index.php/masscomm/article/view/289640
<p>งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ (qualitative research) มีวัตถุประสงค์ หลัก 2 ประการได้แก่ (1) เพื่อวิเคราะห์การใช้วาทศิลป์ดิจิทัลในการเล่าเรื่องวรรณกรรม "สามก๊ก" ผ่านช่องทางยูทูบของอาจารย์มิกซ์ ณัฐกริช เปาอินทร์ และ (2) เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อความชื่นชอบของผู้ชมที่มีต่อการเล่าเรื่องดังกล่าว เครื่องมือวิจัยคือ (1) การสัมภาษณ์เชิงลึกอาจารย์มิกซ์ ณัฐกริช เปาอินทร์ (2)การวิเคราะห์เนื้อหาคลิปวิดีโอสามก๊กที่ได้รับยอดเข้าชมสูงที่สุด และ (3) การสัมภาษณ์ผู้ชมจำนวน 10 คน โดยใช้กรอบแนวคิดวาทศิลป์ดิจิทัล เป็นฐานในการวิเคราะห์</p> <p>ผลการวิจัยด้านการใช้วาทศิลป์ดิจิทัลชี้ว่า การนำเสนอของอาจารย์มิกซ์สอดคล้องกับกรอบทั้ง 5 ประการ ได้แก่ (1) การคิดค้นสาร (invention) เน้นการให้ความรู้และเป็นคลังข้อมูลสามก๊กออนไลน์ โดยไม่ได้ใช้เวลาเตรียมเนื้อหาสารมากนักเนื่องจากผู้เล่ามีความเข้าใจในเนื้อหาสารดีอยู่แล้ว (2) การเรียบเรียง (arrangement) เริ่มจากบอกสิ่งที่ผู้ชมจะได้ การเกริ่นนำที่น่าสนใจ เนื้อหาหลัก และจบประทับใจ (3) การจดจำ (memory) ใช้โน้ตสั้น (bulletnotes) เพื่อช่วยจำแม้ในขณะบันทึกจริงไม่ได้อ่านสคริปต์เต็มรูปแบบ (4) ลีลา (style) ใช้สำนวนภาษาเพื่อสร้างอารมณ์ร่วม (5) การนำเสนอเชิงดิจิทัล (digital delivery) น้ำเสียงทุ้ม ฟังเพลิน ใช้ภาษากายประกอบการเล่าได้เหมาะสมและเป็นธรรมชาติ ด้านเทคนิคการตัดต่อ ได้แก่ การขึ้นข้อความ ภาพประกอบ เสียงประกอบ การโคลสอัพ การซูมและเอฟเฟกต์พิเศษปัจจัยที่ส่งผลต่อความชื่นชอบของผู้ชม พบว่า ชื่นชอบแก่นเรื่อง ถ้อยคำ และน้ำเสียงมากที่สุดรองลงมาคือ เทคนิคการตัดต่อวิดีโอด้านต่าง ๆ สะท้อนให้เห็นว่าผู้ชมให้ความสำคัญกับองค์ประกอบในตัวตนผู้เล่าเรื่อง (personal expression/authenticity) มากกว่าการเสริมเทคนิคการตัดต่อวิดีโอ</p>
ภรัณยู ขำน้ำคู้
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารการสื่อสารและสื่อบูรณาการ
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2025-12-26
2025-12-26
13 2
1
29
-
อนาคตภาพของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยในยุคปัญญาประดิษฐ์
https://so03.tci-thaijo.org/index.php/masscomm/article/view/292176
<p>บทความวิจัยนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาและทำความเข้าใจถึงอนาคตภาพของภาพยนตร์ในยุคปัญญาประดิษฐ์จากบุคลากรในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของไทย การศึกษาประยุกต์ใช้แนวคิดห่วงโซ่คุณค่าของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ และแนวคิดปัญญาประดิษฐ์ในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์เป็นแกนหลัก โดยใช้การวิจัยแบบผสานวิธี (mixed methods) แบบการวิจัยอนาคตเชิงชาติพันธุ์วรรณาด้วยเทคนิคเดลฟาย (EDFR) โดยการสำรวจเอกสารทางวิชาการ การสัมภาษณ์และการตอบแบบสอบถามโดยกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่าจากฉากทัศน์อนาคต 3 แบบสำหรับ 5 ปีข้างหน้า (พ.ศ. 2573) ฉากทัศน์แบบเป็นกลางมีแนวโน้มจะเกิดขึ้นได้มากที่สุด นั่นคือ การใช้ปัญญาประดิษฐ์จะดำเนินไปข้างหน้าอย่างค่อยเป็นค่อยไป ผ่านการเรียนรู้จากประเทศที่ก้าวหน้ากว่าข้อคิดเห็นประการสำคัญคือจะมีปริมาณใช้งานเพิ่มขึ้นในฐานะผู้ช่วยเชิงเทคนิคและจัดระบบ แต่ยังมีมนุษย์เป็นศูนย์กลางในการคิดและลงมือทำ โดยข้อเสนอแนะคือ การจัดระบบอุตสาหกรรมภาพยนตร์เดิมให้มีประสิทธิภาพก่อน ตามด้วยการทำงานกับปัญญาประดิษฐ์ โดยการส่งเสริมด้านความรู้และการอบรมยังเป็นสิ่งจำเป็น เช่นเดียวกับการสร้างกรอบกำกับดูแลในเชิงของแรงงานมนุษย์ กฎหมายและลิขสิทธิ์</p>
วิโรจน์ สุทธิสีมา
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารการสื่อสารและสื่อบูรณาการ
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2025-12-26
2025-12-26
13 2
30
79
-
การวิเคราะห์องค์ประกอบการเล่าเรื่องเพื่อสื่อสารประเด็นทางสังคมในซีรีส์ กรณีศึกษา ซีรีส์การุณยฆาต
https://so03.tci-thaijo.org/index.php/masscomm/article/view/292114
<p>งานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์องค์ประกอบการเล่าเรื่องที่ใช้ในการสื่อสารประเด็นทางสังคมในซีรีส์เรื่อง การุณยฆาต โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพผ่านการวิเคราะห์ตัวบทของซีรีส์ทั้ง 8 ตอน ร่วมกับการวิเคราะห์เอกสารที่เกี่ยวข้อง ผลการวิจัยพบว่า ซีรีส์ดังกล่าวมีองค์ประกอบการเล่าเรื่องที่สมบูรณ์ ได้แก่ การใช้โครงเรื่องแบบ Fichtean Curve ที่เร้าอารมณ์และสร้างจุดเปลี่ยนสำคัญ แก่นเรื่องที่สะท้อนสิทธิในการเลือกตายอย่างมีศักดิ์ศรี ความขัดแย้งหลายระดับที่เชื่อมโยงกับประเด็นทางจริยธรรมและสังคม ตัวละครที่มีพัฒนาการหลากหลายรูปแบบ ฉากที่สะท้อนสภาพสังคมไทยร่วมสมัย บทสนทนาที่เปิดพื้นที่ให้เกิดการตั้งคำถามต่อหลักศีลธรรม มุมมองการเล่าเรื่องที่หลากหลาย และการใช้สัญลักษณ์เชิงวัฒนธรรมและสื่อสารอารมณ์อย่างลุ่มลึก กลวิธีในการสื่อสารประเด็นเรื่อง “การุณยฆาต”ซีรีส์ได้นำเสนอผ่านการเล่าเรื่องด้วยการออกแบบองค์ประกอบด้านเสียงภาพและวัตถุ ตลอดจนการใช้ตัวละครที่มีความหลากหลายทั้งทางเพศและบทบาททางสังคม ส่งผลให้ผู้ชมสามารถมีส่วนร่วมในการไตร่ตรอง ตั้งคำถามต่อประเด็นดังกล่าว ผลการวิจัยนี้สามารถนำไปปรับใช้เป็นแนวทางในการเขียนบทซีรีส์ที่ต้องการสื่อสารประเด็นทางสังคมที่อ่อนไหวได้</p>
การดา ร่วมพุ่ม
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารการสื่อสารและสื่อบูรณาการ
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2025-12-27
2025-12-27
13 2
80
113
-
การสื่อสารอัตลักษณ์ภาคใต้ในบทบรรยายชุดประจำจังหวัด: กรณีศึกษาการประกวดมิสแกรนด์ไทยแลนด์ พ.ศ. 2559 - 2567
https://so03.tci-thaijo.org/index.php/masscomm/article/view/293557
<p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบการสื่อสารอัตลักษณ์ภาคใต้และวิเคราะห์กระบวนการสร้างความหมายผ่านบทบรรยายชุดประจำจังหวัดในการประกวดมิสแกรนด์ไทยแลนด์ พ.ศ. 2559 – 2567 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เวทีประกวดมีบทบาทสำคัญในการนำเสนออัตลักษณ์ท้องถิ่นผ่านสื่อดิจิทัลอย่างแพร่หลาย การวิจัยเป็นแบบเชิงคุณภาพ เก็บรวบรวมข้อมูลจากบทบรรยายชุดประจำจังหวัดของผู้เข้าประกวดจาก 14 จังหวัด รวม 111 ตัวบท ผ่านช่อง YouTube “Beam Nattapong, Grand TV” ด้วยการสุ่มแบบเจาะจง และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหาและการวิเคราะห์เชิงสัญญะวิทยาตามกรอบของ Barthes (1957)<br />ผลการวิจัยพบอัตลักษณ์ภาคใต้ 6 ประเภท ได้แก่ วัฒนธรรมท้องถิ่นสถานที่ท่องเที่ยว ความเชื่อ ประเพณีท้องถิ่น ภาษาถิ่นและอาหารท้องถิ่น โดยวัฒนธรรมท้องถิ่นมีสัดส่วนสูงที่สุด (49.54%) นอกจากนี้ การวิเคราะห์เชิงสัญญะวิทยาพบว่า บทบรรยายสร้างความหมายในสามระดับ ได้แก่ ความหมายตรง ความหมายแฝงและตำนานทางวัฒนธรรม ซึ่งสะท้อนกระบวนการประกอบสร้างอัตลักษณ์ภาคใต้ที่ผสมผสานระหว่างรากเหง้าดั้งเดิมกับบริบทสมัยใหม่ งานวิจัยชี้ให้เห็นว่า เวทีประกวดนางงามทำหน้าที่เป็นพื้นที่สาธารณะร่วมสมัยที่ใช้สื่อดิจิทัลเป็นตัวกลางในการสร้าง ต่อรองและเผยแพร่อัตลักษณ์ท้องถิ่นสู่สังคมไทยในมิติที่หลากหลาย</p>
วรพงศ์ ไชยฤกษ์
ซัยยูฏีย์ ปีไสย
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารการสื่อสารและสื่อบูรณาการ
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2025-12-28
2025-12-28
13 2
114
148
-
การพัฒนาสติกเกอร์แอนิเมชันเพื่อส่งเสริมสุขภาวะทางกาย
https://so03.tci-thaijo.org/index.php/masscomm/article/view/292057
<p>การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและศึกษาผลการใช้สติกเกอร์แอนิเมชันเพื่อส่งเสริมสุขภาวะทางกาย จำนวน 26 ชิ้นงาน กลุ่มผู้เชี่ยวชาญจำนวน 3 คน ทำการประเมินคุณภาพสติกเกอร์แอนิเมชัน พบว่า มีเนื้อหาที่ถูกต้องเหมาะสมตัวละครมีบุคลิกที่น่ารัก สดใส ดึงดูดความสนใจ มีฉากหลังที่สบายตา ข้อความอ่านได้ง่าย เหมาะสมที่จะนำไปเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ มีการใช้แบบสอบถามความพึงพอใจและการรับรู้ประโยชน์สติกเกอร์แอนิเมชันเพื่อส่งเสริมสุขภาวะทางกาย เพื่อศึกษาผลการใช้สติกเกอร์แอนิเมชันของกลุ่มตัวอย่าง 551 คนผลการประเมินพบว่า มีความพึงพอใจโดยรวมที่มีต่อสติกเกอร์แอนิเมชันชุดนี้ในระดับมาก มีความถูกต้องในการสื่อความหมาย มีเอกลักษณ์สร้างการจดจำได้ มีการออกแบบที่เหมาะสม มีความน่าสนใจของสติกเกอร์แอนิเมชัน ช่วยให้การสื่อสารด้านสุขภาวะทางกายมีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้ และได้รับประโยชน์จากสติกเกอร์แอนิเมชันนี้ในระดับมาก นอกจากนี้ยังพบว่าเพศที่ต่างกันมีความพึงพอใจในประเด็นการออกแบบสติกเกอร์แอนิเมชัน ความถูกต้องเหมาะสมในการสื่อความหมายและความคิดเห็นเกี่ยวกับประสิทธิภาพในการใช้สติกเกอร์แอนิเมชันในการสื่อสารด้านสุขภาวะทางกายกับคู่สนทนา แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่ .05 สถานภาพ การทำงานที่ต่างกัน มีความพึงพอใจในประเด็นความน่าสนใจของสติกเกอร์แอนิเมชันแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่ .05 การใช้แพลทฟอร์มที่ต่างกัน มีผลความพึงพอใจและการใช้ประโยชน์ของสติกเกอร์แอนิเมชัน ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่ .05 ในทุกประเด็นเนื้อหาและความถี่ในการใช้งานที่ต่างกัน มีผลความพึงพอใจและการใช้ประโยชน์ของสติกเกอร์แอนิเมชัน แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่ .05 ในทุกประเด็นเนื้อหา</p> <p> </p>
จักรพันธ์ เรืองนุภาพขจร
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารการสื่อสารและสื่อบูรณาการ
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2025-12-27
2025-12-27
13 2
149
179
-
การเปรียบเทียบคุณลักษณะของผู้นำทางความคิดจากยุคสื่อมวลชนสู่ยุคการสื่อสารออนไลน์
https://so03.tci-thaijo.org/index.php/masscomm/article/view/292470
<p>บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเปรียบเทียบพัฒนาการและบทบาทของผู้มีอิทธิพลทางความคิด จากยุคสื่อมวลชนดั้งเดิมสู่ยุคดิจิทัล ซึ่งครอบคลุมถึง KOLs, KOCs, Influencers และ AI Influencers โดยใช้วิธีการวิเคราะห์เอกสารและการทบทวนวรรณกรรม บทความชี้ให้เห็นว่าทฤษฎีการสื่อสารสองจังหวะ แม้จะเป็นรากฐานที่สำคัญ แต่ไม่เพียงพอต่อการอธิบายปรากฏการณ์ในปัจจุบัน เนื่องจากเงื่อนไขทางสังคมและการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์สื่อ โดยเฉพาะการกระจายศูนย์กลางของสื่อ และการเกิดขึ้นของผู้รับสารเชิงรุก ปัจจัยเหล่านี้ได้ทำลายโครงสร้างการสื่อสารแบบบนลงล่าง และเปลี่ยนการไหลของข้อมูลไปสู่ ทฤษฎีการไหลหลายขั้นตอน ที่มีลักษณะเป็นเครือข่ายหลายทิศทางและซับซ้อนยิ่งขึ้น นอกจากนี้บทความยังวิเคราะห์ปัจจัยเร่งสำคัญในยุคดิจิทัล ได้แก่ บทบาทของผู้คัดกรองข้อมูลแบบอัลกอริทึมที่ส่งผลกระทบต่อการรับรู้ ความรู้สึกและพฤติกรรมของผู้ใช้ การเปลี่ยนแปลงของความน่าเชื่อถือจากความเชี่ยวชาญสู่ความสัมพันธ์ และผลกระทบของ AI Influencers ที่มีต่อระบบนิเวศของผู้สร้างเนื้อหา ผลการวิเคราะห์สรุปว่า โครงสร้างแบบการสื่อสารสองจังหวะนั้นมีข้อจำกัด และการทำความเข้าใจผู้นำทางความคิด ในปัจจุบันจำเป็นต้องอาศัยกรอบคิดแบบการไหลหลายขั้นตอนที่พิจารณาเงื่อนไขการกระจายศูนย์กลางของสื่อและอำนาจของผู้รับสารเป็นตัวแปรสำคัญ พร้อมทั้งเสนอแนะประเด็นสำหรับการวิจัยในอนาคต</p>
ปภาดา บุญมาเกี๋ยง
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารการสื่อสารและสื่อบูรณาการ
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2025-12-28
2025-12-28
13 2
180
198