ความคิดเห็นของประชาชนต่อนโยบายยกฐานะองค์การบริหารส่วนตำบลขึ้นเป็นเทศบาลในประเทศไทย

Main Article Content

อนงค์วิชญา สาริบุตร

บทคัดย่อ

การศึกษาเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์ 3 ประการคือ (1) เพื่อศึกษาความคิดเห็นของประชาชนต่อนโยบายยกฐานะองค์การบริหารส่วนตำบลขึ้นเป็นเทศบาลในประเทศไทย (2) เพื่อศึกษาปัจจัยสำคัญที่มีผลกับความคิดเห็นของประชาชนต่อนโยบายยกฐานะองค์การบริหารส่วนตำบลขึ้นเป็นเทศบาลในประเทศไทย (3) เพื่อเสนอแนวทางการปฏิบัติตามนโยบายยกฐานะองค์การบริหารส่วนตำบลขึ้นเป็นเทศบาลในประเทศไทย ผู้วิจัยมุ่งศึกษาวิจัยแบบผสานวิธีระหว่างการวิจัยเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ การวิจัยเชิงคุณภาพเน้นการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth interviews) โดยสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ 25 คน และโดยการสนทนากลุ่ม (Focus group discussion) กับผู้เชี่ยวชาญจำนวน 18 คน การวิเคราะห์ข้อมูลการสัมภาษณ์เชิงลึกใช้การวิเคราะห์เนื้อหาเชิงพรรณนา


สำหรับการวิจัยเชิงปริมาณเป็นการวิจัยเชิงสำรวจโดยแจกแบบสอบถามแก่กลุ่มตัวอย่างหลากหลายอาชีพจำนวน 377 คน ซึ่งคำนวณจากจำนวนประชากรในพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลนาคำไฮ จังหวัดหนองบัวลำภูจำนวน 6,313 คนโดยใช้สูตรคำนวณของ ทาโร ยามาเน่ (Taro Yamane) สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลใช้การวัดค่าความถี่, ค่าร้อยละ, ค่าเฉลี่ยกลาง, ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน, วันเวย์อโนวา, และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เพียรสัน อาร์


 


ผลการวิจัย


วัตถุประสงค์ที่ 1: ความคิดเห็นของประชาชนต่อนโยบายยกฐานะองค์การบริหารส่วนตำบลขึ้นเป็นเทศบาลในประเทศไทย จากผลการวิเคราะห์การสัมภาษณ์เชิงลึก ผู้วิจัยพบว่าปัจจัยชี้วัดสำคัญ 4 ประการได้แก่ (1) รูปแบบเทศบาล (Municipal type) เป็นรูปแบบสากลซึ่งเทศบาลเป็นการปกครองท้องถิ่นระดับล่างสุดที่ใช้กันในประเทศที่เจริญแล้ว เช่น ประเทศญี่ปุ่น, ฝรั่งเศส, อเมริกา, อังกฤษ, บราซิล, สวีเดน เป็นต้น (2) การเรียนรู้ (Learning) เทศบาลสามารถจัดสร้างองค์การการเรียนรู้ และกิจกรรมการเรียนรู้ได้ดีกว่า เพราะมีรายได้และอำนาจหน้าที่มากกว่าองค์การบริหารส่วนตำบล (3) ประสิทธิภาพ (Efficiency) เทศบาลสามารถจัดบริการสาธารณะมีประสิทธิภาพดีกว่าองค์การบริหารส่วนตำบล และ (4) เศรษฐกิจ (Economy) เทศบาลมีการส่งเสริมเศรษฐกิจดีกว่าองค์การบริหารส่วนตำบล เพราะมีรายได้มากกว่าเนื่องด้วยมีฐานภาษีกว้างกว่าและได้รับการจัดสรรให้มากกว่าองค์การบริหารส่วนตำบล และจากการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณพบว่าปัจจัยสำคัญทั้ง 4 ด้านดังกล่าวอยู่ในเกณฑ์สูงโดยมีค่าเฉลี่ย 3.87-3.91, 3.87-3.93, 3.87-3.89 และ 3.81-3.86 ตามลำดับ


วัตถุประสงค์ที่ 2: ปัจจัยสำคัญที่มีผลกับความคิดเห็นของประชาชนต่อนโยบายยกฐานะองค์การบริหารส่วนตำบลขึ้นเป็นเทศบาลในประเทศไทย ผลการวิเคราะห์การสัมภาษณ์เชิงลึก พบว่าปัจจัยสำคัญทั้ง 4 ประการได้แก่ (1) โครงสร้างขององค์การบริหารส่วนตำบล เป็นโครงสร้างที่ดี มีสองฝ่ายคือฝ่ายบริหาร และฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งเป็นไปตามหลักการดุลยอำนาจตามทฤษฎีประชาธิปไตย (2) ภาวะผู้นำขององค์การบริหารส่วนตำบล นายกองค์การบริหารส่วนตำบลส่วนใหญ่มีภาวะที่ดี (3) รายได้ขององค์การบริหารส่วนตำบล ส่วนใหญ่มีรายได้น้อยจากรายได้ที่จัดเก็บเอง นอกจากนี้เป็นรายได้ที่หน่วยงานของรัฐบาลจัดเก็บและแบ่งให้ และมีรายได้จากเงินอุดหนุนของรัฐบาล และ (4) สภาวะสิ่งแวดล้อมขององค์การบริหารส่วนตำบล ปรากฏว่ายังมีสภาวะสิ่งแวดล้อมที่มีผลกระทบในเชิงลบต่อองค์การบริหารส่วนตำบล ได้แก่ ภัยธรรมชาติ เช่น น้ำท่วม, ฝนแล้ง เป็นต้น และสภาวะสิ่งแวดล้อมทางสังคม เป็นการอพยพของราษฎรวัยหนุ่มสาวและวัยกลางคน อพยพไปทำงานในกรุงเทพและจังหวัดใหญ่ จากผลการวิเคราะห์เชิงปริมาณพบว่าปัจจัยสำคัญทั้ง 4 ด้านดังกล่าวมีค่าเฉลี่ยระดับ 3.54-4.16, 3.47-3.81, 3.46-4.04 และ 3.11-3.56 ตามลำดับ


และวัตถุประสงค์ที่ 3: ผู้วิจัยได้เสนอแนวทางการปฏิบัติตามนโยบายยกฐานะองค์การบริหารส่วนตำบลขึ้นเป็นเทศบาลในประเทศไทยออกเป็นสองกรณี ได้แก่ กรณีที่ 1 สามารถยกฐานะองค์การบริหารส่วนตำบลขึ้นเป็นเทศบาลได้ทันทีเมื่อมีกฎหมายบังคับใช้เนื่องจากมีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์ถูกต้องทุกข้อ และกรณีที่ 2 เห็นสมควรเลื่อนการยกฐานะองค์การบริหารส่วนตำบลขึ้นเป็นเทศบาลออกไปเป็นเวลา 4 ปี (2020-2023) สำหรับองค์การบริหารส่วนตำบลที่ยังไม่มีคุณสมบัติครบตามเกณฑ์ของกฎหมายเมื่อครบกำหนด 4 ปีแล้วจึงบังคับให้เป็นไปตามเกณฑ์ของกฎหมาย และถึงเวลานั้นแล้วประเทศไทยจะไม่มีองค์การบริหารส่วนตำบลทั่วประเทศ คงมีแต่เทศบาลเป็นองค์กรปกครองท้องถิ่นในระดับล่างสุดต่อไป

Downloads

Download data is not yet available.

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

The Act on Municipality B.E. 2496. (In Thai)
The Act on State Administration B.E. 2534. Royal Thai Government Gazette (In Thai)
The Act on Tambon Council and Tambon Administration Organization 1994 (B.E. 2537). Royal Thai Government Gazette. 49, 53K(2 December 1994)(In Thai)
BoontonDockthaisong. (2010). The extent of public administration in the age of globalization. Bangkok: Panyachon.(In Thai).
James E. Anderson. (2003). Public Policymaking. New York, Houghton Mifflin Company.
The National Local Government Reform Committee, ” The Report on Decentralization and Local Government Reform Approaches”, Bangkok, B.E. 2558 (In Thai)
The National Reform Steering Committee in Local Government Sector, the National Reform Steering Council, “The Report on the Structure and Authority of Local Government Organizations in General Forms and The Draft of the Law of Local Government Organization B.E….(In Thai)
Richard L. Daft (2001) “Organization, Theory and Design” South-Western College Publishing, Ohio, U.S.A.
Robbins, Stephen P. and Coulter, Mary. (2002) Management, 7thed. New Jersey: Prentice-Hall.
Stephen P. Robbins (2012), Mary Coulter “Management” Pearson Education Limited, Essex, England.
Sukhum Saributra. (2001). The Success of TAO Administration in Sukhothai Province. Bangkok: Research document, National Defend Academy. (In Thai)
Sumeth Theraniti. (1997). An Understanding on TAOs Executive Rules. Master’s thesis,