วารสารวิทยาการจัดการมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jmspsru <p>วารสารวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฎพิบูลสงคราม เป็นวารสารที่เน้นการวิจัย ด้านการจัดการครอบคลุมทั้งสาขาวิชาสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ เช่น บริหารธุรกิจ การตลาด เศรษฐศาสตร์ การบริหารธุรกิจ เป็นต้น&nbsp;&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอบทความวิชาการและบทความที่มีคุณภาพ ที่มีประโยชน์ทั้งในเชิงทฤษฎี (Theoretical contribution) ที่ช่วยให้นักวิจัยสามารถพัฒนาและสร้างความรู้ และประโยชน์ในเชิงปฏิบัติ (Managerial contribution) ช่วยให้ผู้ประกอบการในท้องถิ่นนำไปประยุกต์ใช้ในการบริหารธุรกิจ และเพื่อให้บริการทางวิชาการแก่สังคมในรูปแบบต่างๆ อันเป็นศูนย์กลางในการเผยแพร่เรื่องราวในเชิงวิทยาการจัดการในแขนงต่างๆ รวมทั้งเป็นสื่อกลางการแลกเปลี่ยนความรู้ระว่าง คณาจารย์ นักวิชาการ ผู้บริหาร นักธุรกิจ นักศึกษา และประชาชนทั่วไป</p> มหาวิทยาลัยราชภัฎพิบูลสงคราม th-TH วารสารวิทยาการจัดการมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม 2697-4010 <div class="item copyright"> <p>บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิทยาการจัดการมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม เป็นลิขสิทธิ์ของ<strong>มหาวิทยาลัยราชภัฎพิบูลสงคราม<br></strong>บทความที่ลงพิมพ์ใน<strong> วารสารวิทยาการจัดการมหาวิทยาลัยราชภัฎพิบูลสงคราม </strong>ถือว่าเป็นความเห็นส่วนตัวของผู้เขียนคณะบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย ผู้เขียนต้องรับผิดชอบต่อบทความของตนเอง</p> </div> <div class="item addthis">&nbsp;</div> Stakeholder Pressures, Internal Drivers and Sustainable Logistics Practices on Environmental and Financial Performance in Thai food and beverage manufacturing Small and Medium Enterprises (SMEs): A Conceptual Framework https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jmspsru/article/view/262284 <p>The purpose of this article is (1) To integrate framework for stakeholder pressures on sustainable logistics practices (2) To present conceptual framework stakeholder theory and internal drivers on sustainable logistics practices and effect to financial and environmental performance in Thai food and beverage manufacturing in Small and Medium-sized Enterprises (SMEs). For academics and practitioners alike, understanding the driving forces behind the adoption of sustainable logistics practices and their effect on firm performance has become essential. The motivation and impact of stakeholder demands on the adoption of sustainable logistics practices and the performance of SMEs in the context of developing nations particularly Thai SMEs, however, remains largely unexplored. Leveraging the stakeholder theory, internal motivations and firm performances which is divided into two parts, namely environmental performance and financial performance.</p> Siritida Songkhwan Aannicha Thunyachairat Sopida Woranin Copyright (c) 2022 มหาวิทยาลัยราชภัฎพิบูลสงคราม https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2022-09-22 2022-09-22 4 3 1 14 ปัจจัยที่มีผลต่อความตั้งใจเชิงพฤติกรรมในการทำงานที่บ้าน ของบุคลากรกรมบัญชีกลาง https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jmspsru/article/view/262617 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาทัศนคติต่อการทำงานที่บ้าน และศึกษาบรรทัดฐานกลุ่มอ้างอิง และเพื่อศึกษาการรับรู้ถึงการควบคุมพฤติกรรมที่มีผลต่อความตั้งใจเชิงพฤติกรรมในการทำงานที่บ้านของบุคลากร กลุ่มตัวอย่างในการศึกษา คือ บุคลากรกรมบัญชีกลางส่วนกลางในกรุงเทพมหานครที่ทำงานที่บ้าน จำนวน 311 คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์การถดถอยเชิงพหุ ผลการวิจัยพบว่า (1) ทัศนคติต่อการทำงานที่บ้านมีผลต่อความตั้งใจเชิงพฤติกรรมในการทำงานที่บ้านของบุคลากร คือ ปัจจัยด้านการรับรู้ถึงประโยชน์ในการใช้ และปัจจัยด้านความเข้ากันได้ <br />(2) บรรทัดฐานกลุ่มอ้างอิงมีผลต่อความตั้งใจเชิงพฤติกรรมในการทำงานที่บ้านของบุคลากร คือ ปัจจัยด้านบรรทัดฐานที่ทำงาน และปัจจัยด้านบรรทัดฐานที่บ้าน และ (3) การรับรู้ถึงการควบคุมพฤติกรรมมีผลต่อความตั้งใจเชิงพฤติกรรมในการทำงานที่บ้านของบุคลากร คือ ปัจจัยด้านเทคโนโลยีที่เอื้ออำนวยต่อการใช้และปัจจัยด้านนโยบายรัฐบาล โดยปัจจัยที่ร่วมกันพยากรณ์ความตั้งใจเชิงพฤติกรรมในการทำงานที่บ้านได้มากที่สุด คือ บรรทัดฐานกลุ่มอ้างอิง ปัจจัยด้านบรรทัดฐานที่ทำงาน และปัจจัยด้านบรรทัดฐานที่บ้าน</p> พณณกร กระบวนศรี อุษณีย์ เส็งพานิช รัตนา สิทธิอ่วม Copyright (c) 2022 มหาวิทยาลัยราชภัฎพิบูลสงคราม https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2022-10-19 2022-10-19 4 3 15 29 ความได้เปรียบทางการแข่งขันที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเช่าหอพัก ในจังหวัดอุตรดิตถ์ https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jmspsru/article/view/262405 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาระดับความได้เปรียบทางการแข่งขัน และการตัดสินใจเช่าหอพักของประชาชนในจังหวัดอุตรดิตถ์ และ 2) เพื่อศึกษาความได้เปรียบทางการแข่งขันที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเช่าหอพักของประชาชนในจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ ประชากรที่ใช้ในการเก็บข้อมูลได้แก่ ประชาชนที่เคยใช้บริการเช่าที่อยู่อาศัยหรือเคยเช่าหอพัก ในอำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา จำนวน 385 คน โดยวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบบังเอิญ เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาคือแบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ </p> <p>ผลการวิจัยพบว่าระดับความได้เปรียบทางการแข่งขัน ในการเช่าหอพักของประชาชนในจังหวัดอุตรดิตถ์ ในภาพรวมอยู่ระดับมากทุกรายการ โดยเรียงจากค่าเฉลี่ยจากมากไปน้อย คือ การสร้างความแตกต่าง การเป็นผู้นำด้านต้นทุน การมุ่งเฉพาะส่วน และการตอบสนองที่รวดเร็ว สำหรับระดับการตัดสินใจเช่าหอพักของประชาชนในจังหวัดอุตรดิตถ์ในภาพรวมอยู่ในระดับมากทุกรายการ โดยเรียงจากค่าเฉลี่ยจากมากไปน้อย คือ การแสวงหาข้อมูล การประเมินผลทางเลือก การรับรู้ปัญหา พฤติกรรมภายหลังการซื้อ และการตัดสินใจ</p> <p>ผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่าตัวแปรอิสระ ทุกตัวแปรส่งผลต่อการตัดสินใจเช่าหอพักในจังหวัดอุตรดิตถ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 </p> สุพจน์ โรจนธนูชัย ภาศิริ เขตปิยรัตน์ อิราวัฒน์ ชมระกา Copyright (c) 2022 มหาวิทยาลัยราชภัฎพิบูลสงคราม https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2022-10-20 2022-10-20 4 3 30 43 การวิเคราะห์และประเมินผลต้นทุนลวดลายเอกลักษณ์ผลิตภัณฑ์ จากโบราณสถานมรดกโลกเมืองกำแพงเพชรสำหรับการเพิ่มมูลค่า ผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jmspsru/article/view/262128 <p>งานวิจัยเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1) เพื่อวิเคราะห์ต้นทุนลวดลายเอกลักษณ์ผลิตภัณฑ์จากโบราณสถานมรดกโลกเมืองกำแพงเพชรสำหรับการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม และ 2) เพื่อประเมินผลการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมจากการนำลวดลายเอกลักษณ์โบราณสถานมรดกโลกเมืองกำแพงเพชรไปใช้ มีวิธีดำเนินการวิจัยด้วยการวิจัยเชิงคุณภาพ ด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึก ผู้ให้ข้อมูลหลัก คือ วัฒนธรรมจังหวัดกำแพงเพชร ปราชญ์ชาวบ้าน และนักวิชาการ จำนวน 6 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสัมภาษณ์เชิงลึก มีวิธีการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา</p> <p>ผลการวิจัยเรียงตามวัตถุประสงค์ พบว่า 1) ต้นทุนลวดลายเอกลักษณ์ผลิตภัณฑ์สำหรับการเพิ่มมูลค่าทางวัฒนธรรมมีต้นทุนในด้านของต้นทุนแรงงาน ต้นทุนค่าออกแบบ และต้นทุนวัตถุดิบตามลำดับ <br />2) การประเมินผลการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมจากการนำลวดลายเอกลักษณ์โบราณสถานมรดกโลกเมืองกำแพงเพชรไปใช้ทำให้เกิดประโยชน์ในด้านของการช่วยส่งเสริมเอกลักษณ์ของจังหวัดกำแพงเพชร เกิดประโยชน์ในด้านของการช่วยอนุรักษ์วัฒนธรรม และทำให้มีรายได้จากการนำลวดลายเอกลักษณ์โบราณสถานมรดกโลกมาใช้</p> ธนธรณ์ แจ้งโม้ Copyright (c) 2022 มหาวิทยาลัยราชภัฎพิบูลสงคราม https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2022-10-25 2022-10-25 4 3 44 62 คุณภาพการบริการและความไว้วางใจของลูกค้าที่มีต่อการตัดสินใจเข้าใช้บริการสนามฟุตบอลหญ้าเทียมอุตรดิตถ์ยูไนเต็ด https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jmspsru/article/view/262749 <p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาระดับความคิดเห็นด้านคุณภาพการบริการ ความไว้วางใจ และการตัดสินใจเข้าใช้บริการสนามฟุตบอลหญ้าเทียมอุตรดิตถ์ยูไนเต็ด และ 2) เพื่อศึกษาคุณภาพการบริการ และความไว้วางใจของลูกค้าที่มีต่อการตัดสินใจเข้าใช้บริการสนามฟุตบอลหญ้าเทียมอุตรดิตถ์ยูไนเต็ด กลุ่มตัวอย่างคือ ลูกค้าที่เคยใช้บริการสนามฟุตบอลหญ้าเทียมอุตรดิตถ์ยูไนเต็ด 2 ครั้งขึ้นไป จำนวน 385 คน ใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างตามความสะดวก เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ แบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามเห็นว่าคุณภาพการบริการที่อยู่ในระดับมากที่สุด คือ ด้านความน่าเชื่อถือ ด้านการให้ความมั่นใจแก่ลูกค้า และด้านการเข้าใจและรู้จักลูกค้า ผู้ตอบแบบสอบถามมีความไว้วางใจระดับมากที่สุดในด้านการสื่อสาร และผู้ตอบแบบสอบถามเห็นว่าการตัดสินใจใช้บริการที่มีความสำคัญมากที่สุดคือ ด้านพฤติกรรมหลังการใช้บริการ ผลการทดสอบสมมติฐาน ที่ระดับนัยสำคัญ 0.05 พบว่า คุณภาพการบริการด้านการตอบสนองลูกค้า ด้านการให้ความมั่นใจแก่ลูกค้า และด้านความน่าเชื่อถือ มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเข้าใช้บริการ และความไว้วางใจด้านการให้ความสะดวกสบาย ด้านการแก้ไขสถานการณ์ขัดแย้ง และด้านการให้ข้อผูกมัด มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเข้าใช้บริการสนามฟุตบอลหญ้าเทียมอุตรดิตถ์ยูไนเต็ด</p> ตฤณสิษฐ์ วรพันธ์พิมล อิราวัฒน์ ชมระกา ชัชชัย สุจริต Copyright (c) 2022 มหาวิทยาลัยราชภัฎพิบูลสงคราม https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2022-10-27 2022-10-27 4 3 63 78 การรับรู้คุณค่า และความพึงพอใจที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อคอนกรีตผสมเสร็จของ บริษัท ส.อรุณคอนกรีต จำกัด https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jmspsru/article/view/262807 <p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาระดับความสำคัญของการรับรู้คุณค่า ความพึงพอใจและการตัดสินใจซื้อคอนกรีตผสมเสร็จของ บริษัท ส.อรุณคอนกรีต จำกัด เป็นงานวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่าง คือ ลูกค้าที่เคยซื้อคอนกรีตผสมเสร็จของ บริษัท ส.อรุณคอนกรีต จำกัด ตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไป จำนวน 90 ราย เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา คือ แบบสอบถาม สถิติที่ใช้ คือ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ</p> <p> ผลการวิจัย พบว่า ระดับความสำคัญการรับรู้คุณค่าอยู่ระดับปานกลาง ( = 3.30, S.D. <em>=</em> 0.68) โดย ด้านคุณภาพอยู่ระดับมากที่สุด รองลงมาด้านราคา ความพึงพอใจอยู่ระดับปานกลาง ( = 3.15, S.D. <em>=</em> 0.73) โดยด้านการให้บริการอย่างเสมอภาคอยู่ระดับมากที่สุด รองลงมาด้านการให้บริการอย่างต่อเนื่อง และการตัดสินใจซื้ออยู่ระดับปานกลาง ( = 3.16, S.D. <em>=</em> 0.72) และผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่า การรับรู้คุณค่าด้านคุณภาพส่งผลต่อการตัดสินใจซื้ออย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 อธิบายค่าความผันแปรของการตัดสินใจซื้อ ได้ร้อยละ 36.20 ความพึงพอใจด้านการให้บริการอย่างเสมอภาค และด้านการให้บริการอย่างก้าวหน้าส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อคอนกรีตผสมเสร็จของ บริษัท ส.อรุณคอนกรีต จำกัด อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 อธิบายค่าความผันแปรของการรับรู้คุณค่าและความพึงพอใจที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อคอนกรีตผสมเสร็จของ บริษัท ส.อรุณคอนกรีต จำกัด ได้ร้อยละ 61.80 (R<sup>2</sup>=0.618)</p> ภษร ฌานรานนท์ ภาศิริ เขตปิยรัตน์ อิราวัฒน์ ชมระกา Copyright (c) 2022 มหาวิทยาลัยราชภัฎพิบูลสงคราม https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2022-11-26 2022-11-26 4 3 79 100 การจัดการการตลาดและสื่อสังคมออนไลน์แหล่งท่องเที่ยวเชิงการเรียนรู้ OTOP นวัตวิถี กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเครื่องปั้นดินเผาเคลือบศิลาดล ตำบลสัมปทวน อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jmspsru/article/view/260673 <p>การศึกษาวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษากลยุทธ์การตลาดดิจิทัลการพัฒนาสื่อประชาสัมพันธ์และการเพิ่มศักยภาพในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลกับแหล่งท่องเที่ยวและผลิตภัณฑ์ให้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเครื่องปั้นดินเผาเคลือบศิลาดล 2. เพื่อพัฒนาสื่อประชาสัมพันธ์ทางสื่อสังคมออนไลน์ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเครื่องปั้นดินเผาเคลือบศิลาดลเป็นการวิจัยแบบผสมผสาน การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพใช้ทฤษฎี วิเคราะห์สถานการณ์ทางการตลาด (Swot Analysis) และส่วนประสมทางการตลาด (Marketing Mix) หรือ 4P’s และประมวลผลวิเคราะห์ด้วยโปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติโดยคำนวณหาค่าสถิติ ได้แก่ค่าความถี่ (Frequency) และค่าร้อยละ (Percentage) พบว่าแอปพลิเคชัน Facebook ด้านประเภทเนื้อหา พบว่า<br />ส่วนใหญ่ มีระดับความคิดเห็นมากที่สุดเรื่อง Chatbot ทำให้สะดวกและรวดเร็วในการติดต่อระหว่างผู้ใช้งานกับเพจ อยู่ในระดับมากที่สุด รองลงมาคือ QR Code ทำให้มีความสะดวกต่อผู้ใช้งานมากขึ้น อยู่ในระดับมากที่สุด น้อยที่สุดคือการจัดทำและพัฒนา Page Facebook สร้างการรับรู้มากขึ้น อยู่ในระดับมาก</p> <p><strong> </strong></p> ณฐาพัชร์ วรพงศ์พัชร์ Copyright (c) 2022 มหาวิทยาลัยราชภัฎพิบูลสงคราม https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2022-11-27 2022-11-27 4 3 101 115