https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jms_psu/issue/feed วารสารวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 2025-12-29T08:37:29+07:00 Asst. Prof. Dr. Orraya Suwanno journal.fms.psu@gmail.com Open Journal Systems <p><span lang="TH"> วารสารวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (</span>Songklanakarin Journal of Management Sciences) <span lang="TH">เป็นวารสารทางด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ดำเนินการโดยคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เดิมวารสารชื่อ “วารสารวิทยาการจัดการ (</span>Journal of Management Sciences)” <span lang="TH">ซึ่งได้ทำการปรับเปลี่ยนชื่อวารสารใหม่ โดยมีผลบังคับใช้กับวารสาร ปีที่ </span>37 <span lang="TH">ฉบับที่ </span>2 <span lang="TH">กรกฎาคม - ธันวาคม </span>2563 <span lang="TH">เป็นต้นไป ปัจจุบันมีการเผยแพร่วารสารใน</span><span lang="TH">รูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (</span>Online) เพียงอย่างเดียว<span lang="TH">โดยมี </span>ISSN <span lang="TH">คือ </span>2730-3462 (Online) <span lang="TH">ทั้งนี้ เปิดรับพิจารณาบทความที่มาจากอาจารย์ นักวิจัย นักวิชาการ และนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา</span></p> https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jms_psu/article/view/287663 การสำรวจศักยภาพการแข่งขันสู่ความยั่งยืนของธุรกิจเกษตรแปรรูปในประเทศไทย 2025-05-12T15:38:34+07:00 สุทธิดา ฉายศรี suttidac65@nu.ac.th วิชญานัน รัตนวิบูลย์สม vichayananr@nu.ac.th วศิน เหลี่ยมปรีชา wasinl@nu.ac.th <p> ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศไทย อย่างไรก็ตาม ความเปลี่ยนแปลงของตลาดและการแข่งขันที่รุนแรงทำให้ SMEs ต้องพัฒนาศักยภาพการแข่งขันอย่างต่อเนื่อง งานวิจัยนี้สำรวจศักยภาพการแข่งขันสู่ความยั่งยืนของธุรกิจเกษตรแปรรูปในประเทศไทย เพื่อค้นหาปัจจัยของการเพิ่มศักยภาพการแข่งขันสู่ความยั่งยืนด้วยความสามารถเชิงพลวัตและนวัตกรรม เพื่อแสดงจุดแข็งและจุดอ่อน และเพื่อเสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหา โดยงานวิจัยนี้ใช้ระเบียบวิธีเชิงคุณภาพ ผ่านการสัมภาษณ์เชิงลึกกับเจ้าของและผู้จัดการระดับสูง จำนวน 20 ราย ในอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปผักและผลไม้กระป๋อง พร้อมการศึกษาจากเอกสาร และการสังเกตแบบไม่มีส่วนร่วม ซึ่งผลการศึกษาได้ค้นพบปัจจัยด้านการรับรู้ การค้นหา การคว้า การผลัดเปลี่ยน และการปรับรูปร่างของความสามารถเชิงพลวัตส่งผลต่อการเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของ SMEs ผ่านการสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ แต่อย่างไรก็ตาม ยังพบอีกว่าหลายธุรกิจเกษตรแปรรูปนั้นยังขาดการไปต่อสู่ความยั่งยืน เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงจากการขาดการวางแผนระยะยาว ขาดความรู้และทักษะ ขาดงบประมาณการลงทุนและ ขาดการร่วมมือกับรัฐบาล งานวิจัยนี้จึงได้เสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหาให้กับผู้ประกอบการและรัฐบาล เพื่อช่วยกันสนับสนุนให้ธุรกิจเกษตรแปรรูปผักและผลไม้กระป๋องสามารถก้าวข้ามผ่านกำแพงอุปสรรคนี้สู่ความยั่งยืนได้อย่างสำเร็จ</p> 2025-12-29T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jms_psu/article/view/287524 ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจของกิจกรรมท่องเที่ยวชุมชนที่ดำเนินงานและจัดการบนพื้นฐานแนวคิดโมเดลเศรษฐกิจ BCG 2025-05-06T09:10:57+07:00 อัครพงศ์ อั้นทอง akarapong_un@hotmail.com กีรติ ตระการศิริวานิช Keerati@gmaejo.mju.ac.th กันต์สินี กันทะวงศ์วาร kansineeg@gmail.com <p> บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินผลตอบแทนทางเศรษฐกิจของกิจกรรมท่องเที่ยวชุมชนที่ดำเนินงานและจัดการบนพื้นฐานแนวคิดโมเดลเศรษฐกิจ BCG โดยประยุกต์แนวทางวิจัยเชิงคุณภาพระบุถึงกิจกรรมท่องเที่ยวเป้าหมาย ก่อนประยุกต์การวิเคราะห์ต้นทุน-ผลตอบแทนทางการเงินประเมินผลตอบแทนทางเศรษฐกิจของกิจกรรมท่องเที่ยวดังกล่าว ผลการศึกษาพบว่า ชุมชนท่องเที่ยวที่เป็นกรณีศึกษา ประยุกต์ใช้การออกแบบนวัตกรรมบริการในการนำทรัพยากรชีวภาพ วิถีอาชีพ และทุนชุมชนมาออกแบบกิจกรรมท่องเที่ยวที่ให้ประสบการณ์ที่แตกต่างกับผู้เยี่ยมเยือน ซึ่งเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับทรัพยากรและทุนชุมชนที่มีอยู่ ขณะที่ผลการวิเคราะห์ต้นทุน-ผลตอบแทน พบว่า การดำเนินงานและจัดการบนพื้นฐานแนวคิดโมเดลเศรษฐกิจ BCG ช่วยเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันให้กับการท่องเที่ยวชุมชนผ่านมูลค่าสินค้าและบริการท่องเที่ยว และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในการเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวที่ตระหนักถึงสิ่งแวดล้อม ดังนั้น หากต้องการกระตุ้นให้ชุมชนท่องเที่ยวประยุกต์ใช้แนวคิดโมเดลเศรษฐกิจ BCG ในการพัฒนาการท่องเที่ยว ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องควรสนับสนุนและให้ความรู้กับชุมชนท่องเที่ยวให้สามารถออกแบบกิจกรรมท่องเที่ยวบนฐานทรัพยากรและทุนชุมชน รวมถึงการให้ความรู้และการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินงานและจัดการการท่องเที่ยวบนพื้นฐานแนวคิดโมเดลเศรษฐกิจ BCG ทั้งในส่วนของผู้ให้บริการ ชุมชน และหน่วยงานท้องถิ่นที่ต้องรับผิดชอบดูแลแหล่งท่องเที่ยว</p> 2025-12-29T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jms_psu/article/view/288956 ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเชิงสร้างสรรค์และนวัตกรรมของบุคลากรในธุรกิจหัตถกรรมเครื่องเงินจากมุมมองผู้ประกอบการ 2025-06-11T13:21:32+07:00 เพ็ญพร ปุกหุต tuesday.p@hotmail.com ณัฐพันธ์ ปัญญโรจน์ nattapanpanyaroj@gmail.com พรทิพย์ ปุกหุต pukahuta.p@gmail.com <p> การวิจัยเชิงคุณภาพแบบกรณีศึกษานี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมเชิงสร้างสรรค์และนวัตกรรมของบุคลากรในธุรกิจหัตถกรรมเครื่องเงิน โดยพัฒนากรอบแนวคิดเบื้องต้นจากการทบทวนทฤษฎีฐานทรัพยากรใช้เป็นแนวทางในการกำหนดประเด็นสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง ผู้ให้ข้อมูล คือ ผู้ประกอบการและผู้นำคลัสเตอร์ระดับจังหวัด 5 ราย ที่คัดเลือกแบบเจาะจง ข้อมูลที่ได้ถูกวิเคราะห์เชิงเนื้อหา โดยจัดกลุ่มประเด็นและเชื่อมโยงของข้อมูลเพื่อสรุปผล พบว่า มีปัจจัยสำคัญ 5 ด้าน ได้แก่ (1) บทบาทของผู้นำ (2) ระบบและนโยบายองค์กร (3) บรรยากาศและวัฒนธรรมองค์กร (4) คุณลักษณะของบุคลากร และ (5) สภาพแวดล้อมการทำงาน ล้วนส่งผลต่อพฤติกรรมเชิงสร้างสรรค์และนวัตกรรมของบุคลากร ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถปรับแนวทางการใช้ทรัพยากรให้ตรงกับความต้องการของบุคลากรได้ดี</p> 2025-12-29T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jms_psu/article/view/289979 อิทธิพลของปัจจัยทางเศรษฐกิจและวิกฤตไวรัสโควิด-19 ที่มีต่ออัตราแลกเปลี่ยนของค่าเงินบาทเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐอเมริกาทั้งในระยะสั้นและระยะยาว 2025-07-02T11:11:37+07:00 พรภัทร อินทรวรพัฒน์ 0819341224pat@gmail.com <p> บทความวิจัยนี้ศึกษาอิทธิพลของปัจจัยทางเศรษฐกิจและวิกฤตไวรัสโควิด-19 ที่มีต่อค่าเงินบาทเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐอเมริกาในระยะสั้นและระยะยาว โดยศึกษาแบ่งเป็น 2 ช่วง คือ (1) ก่อนการระบาดของไวรัสโควิด-19 ในไทย (มกราคม พ.ศ. 2557 - ธันวาคม พ.ศ. 2562) และ (2) ช่วงเกิดการระบาดไวรัสโควิด-19 ในไทย (มกราคม พ.ศ. 2563 – เมษายน พ.ศ. 2566) โดยวิเคราะห์อิทธิพลด้วยการประมาณการแบบจำลองระยะยาว และระยะสั้น<br /> ผลการศึกษา พบว่า (1) ช่วงก่อนการระบาดของไวรัสโควิด-19 ในไทย ส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยของไทยและสหรัฐฯ ปริมาณเงิน เงินทุนสำรองระหว่างประเทศ และหนี้สาธารณะของไทย มีอิทธิพลต่อค่าเงินบาทเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว (2) ช่วงเกิดการระบาดของไวรัสโควิด-19 ในไทยในระยะสั้น ส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยไทยและสหรัฐฯ เงินทุนสำรองระหว่างประเทศของไทย และผู้เสียชีวิตจากไวรัสโควิด-19ในไทยมีอิทธิพลต่อค่าเงินบาทเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แต่ในระยะยาวหนี้สาธารณะของรัฐบาลไทยที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงวิกฤตไวรัสโควิด-19 กลับส่งผลให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงสะท้อนให้เห็นว่า การก่อหนี้สาธารณะในช่วงเกิดวิกฤตนั้น แม้จะมีความจำเป็น แต่รัฐบาลไทยก็ต้องบริหารจัดการการใช้จ่ายภาครัฐให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุดต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ร่วมไปกับการบริหารจัดการปริมาณเงินทุนสำรองระหว่างประเทศให้สามารถรองรับการเกิดวิกฤตอื่น ๆ ในอนาคต เพื่อเป็นการรักษาเสถียรภาพของค่าเงินบาทได้อย่างยั่งยืน</p> 2025-12-29T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jms_psu/article/view/287252 การศึกษาการประยุกต์เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน 2025-04-25T13:28:04+07:00 มีแสน แก่นชูวงศ์ meesaen.ka@rmuti.ac.th จักเรศ เมตตะธำรงค์ kkai6688@gmail.com ชัดชัย รัตนะพันธ์ Chudchai.Ra@rmuti.ac.th <p> การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาการประยุกต์เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และ (2) ศึกษาการประยุกต์เทคโนโลยีดิจิทัลที่มีอิทธิพลต่อการปฏิบัติงานของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านจังหวัดสกลนคร จำนวน 400 คน ดำเนินการเก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถาม วิเคราะห์หาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยรูปแบบ PLS-SEM โดยใช้โปรแกรม ADANCO เพื่อหาค่าอิทธิพลทางตรงและทางอ้อม ผลการวิจัยพบว่า (1) การประยุกต์เทคโนโลยี ประกอบด้วย การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีด้านสาธารณสุข ด้านการศึกษา ด้านการใช้ระบบออนไลน์ ด้านการบริหารงานกับหน่วยงานภาครัฐ ด้านการบันทึกและจัดเก็บข้อมูล ด้านการสื่อสาร ด้านเครือข่ายสังคม และด้านการหาข้อมูล และ (2) ผลการศึกษาการประยุกต์เทคโนโลยีไม่มีอิทธิพลทางตรงต่อการปฏิบัติงานของอสม. อาจเป็นเพราะการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศของอาสาสมัครสาธารณสุขขาดความเข้มข้นในการใช้งาน และเทคโนโลยียังไม่สนับสนุนการปฏิบัติงานที่เพียงพอ บางงานวิจัยกล่าวถึงอาสาสมัครสาธารณสุขสูงวัยไม่คุ้นเคยกับการใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีสื่อสาร แต่มีข้อค้นพบว่า (1) การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีของอสม. ในงานสาธารณสุขส่งผลต่อการบันทึกและจัดเก็บข้อมูล (2) การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีของอสม. ในการศึกษาส่งผลต่อการหาข้อมูล (3) การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีของอสม. ในการใช้ระบบออนไลน์ส่งผลต่อการบริหารงานกับหน่วยงานภาครัฐ เครือข่ายสังคม และการหาข้อมูล และ (4) การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีของอสม. ในการบริหารงานกับหน่วยงานภาครัฐส่งผลต่อการสื่อสาร โดยนำผลวิจัยจากตัวแปรที่ได้ไปสู่แผนปฏิบัติงานการส่งเสริมและใช้ประโยชน์ร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป</p> 2025-12-29T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jms_psu/article/view/291345 วัคซีนทางการคลัง: การจัดสรรรายจ่ายสาธารณะด้านการเสริมสร้างสุขภาพและป้องกันโรคเพื่ออนาคตที่มั่นคงของประเทศไทย 2025-08-08T08:32:57+07:00 ชัชรินทร์ ทองหม่อมราม pongchatcharin@gmail.com <p> การระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 และการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรสู่สังคมสูงอายุได้เผยให้เห็นถึงความอ่อนแอของระบบสุขภาพและความจำเป็นเร่งด่วนในการปรับเปลี่ยนแนวทางการจัดสรรรายจ่ายสาธารณะด้านสุขภาพ ประเทศไทยที่ก้าวเข้าสู่สังคมสูงอายุด้วยสัดส่วนผู้สูงอายุ 20% และเผชิญกับภาระโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่ส่งผลให้เศรษฐกิจสูญเสียมูลค่า 1.6 ล้านล้านบาทต่อปี จำเป็นต้องมีกรอบแนวคิดใหม่ในการลงทุนด้านสุขภาพที่มุ่งเน้นการป้องกันและความยั่งยืนทางการคลัง การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนากรอบแนวคิด “วัคซีนทางการคลัง” โดยการบูรณาการทฤษฎีจากสาขาเศรษฐศาสตร์สาธารณะ รัฐประศาสนศาสตร์ และนโยบายสาธารณะ เพื่อการจัดสรรรายจ่ายสาธารณะด้านการเสริมสร้างสุขภาพและป้องกันโรคอย่างเป็นระบบและยุทธศาสตร์ การศึกษาใช้วิธีการทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบตามแนวทาง PRISMA จากงานวิจัย 127 เรื่อง ร่วมกับการพัฒนากรอบแนวคิดและการวิเคราะห์ความเป็นไปได้ในการประยุกต์ใช้ ผลการศึกษาได้พัฒนากรอบแนวคิดวัคซีนทางการคลัง ซึ่งเปรียบเทียบการจัดสรรรายจ่ายสาธารณะเข้ากับการทำงานของวัคซีนทางการแพทย์ เพื่อสร้าง “ภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจ” ให้กับประเทศ กรอบแนวคิดประกอบด้วยองค์ประกอบหลัก 5 ประการ คือ แนวทางการป้องกันเป็นหลัก การลงทุนเชิงกลยุทธ์ระยะยาว การประสานงานข้ามภาคส่วน การมุ่งเน้นความยั่งยืน และการติดตามประเมินผลแบบบูรณาการ โดยดำเนินการผ่านกลไกการทำงาน 5 ขั้นตอนที่เชื่อมโยงกัน วัคซีนทางการคลังเป็นนวัตกรรมทางความคิดที่มีศักยภาพในการเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับผู้กำหนดนโยบายในการสร้างความมั่นคงด้านสุขภาพและเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในบริบทของประเทศกำลังพัฒนาที่เผชิญกับความท้าทายด้านการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรและความยั่งยืนทางการคลัง</p> 2025-12-29T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jms_psu/article/view/288995 อิทธิพลของภาษาจูงใจของผู้นำที่มีต่อความสัมพันธ์ระหว่างบรรยากาศบริการและพฤติกรรมสมาชิกในองค์กรบริการ 2025-06-30T11:15:40+07:00 กุสุมา พิริยาพรรณ Kusuma.pi@ku.th ยุวดี ศิริยทรัพย์ yuvadee_jum@hotmail.com <p> งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาอิทธิพลของภาษาจูงใจของผู้นำที่มีต่อบรรยากาศการบริการ และพฤติกรรมสมาชิกในองค์กรบริการในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ของประเทศไทย เก็บรวบรวมข้อมูลจากพนักงานในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ของประเทศไทย จำนวน 361 คน ด้วยการสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง และใช้การวิเคราะห์ข้อมูลด้วยโมเดลสมการโครงสร้าง ผลการศึกษา พบว่า (1) ภาษาจูงใจของผู้นำมีอิทธิพลเชิงบวกต่อบรรยากาศการบริการ (2) ภาษาจูงใจของผู้นำมีอิทธิพลเชิงบวกต่อพฤติกรรมสมาชิกในองค์กรบริการ (3) บรรยากาศการบริการส่งผลเชิงบวกต่อพฤติกรรมสมาชิกในองค์กรบริการ และ (4) บรรยากาศการบริการเป็นตัวแปรกลางระหว่างภาษาจูงใจของผู้นำกับพฤติกรรมสมาชิกในองค์กรบริการ<br /> ข้อค้นพบเฉพาะของงานวิจัยนี้ยืนยันได้ว่าภาษาจูงใจของผู้นำมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมสมาชิกในองค์กรบริการ ทั้งทางตรงและทางอ้อมผ่านบรรยากาศการบริการซึ่งเป็นตัวแปรกลาง ดังนั้น ภาษาจูงใจของผู้นำจึงเป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ในการเสริมสร้างการรับรู้ต่อสภาพแวดล้อมการทำงานร่วมกันและพฤติกรรมที่องค์การคาดหวัง และยังส่งผลโดยตรงในการกระตุ้น จูงใจและขับเคลื่อนให้เกิดพฤติกรรมสมาชิกในองค์กรบริการของพนักงานในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ของประเทศไทย</p> 2025-12-29T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jms_psu/article/view/288664 ความสำเร็จในการจัดการน้ำของฝายชะลอน้ำอำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ 2025-07-15T10:36:44+07:00 ภูสวัสดิ์ สุขเลี้ยง phusawasdi@gmail.com กัมปนาท วงษ์วัฒนพงษ์ kampanart.fnp@gmail.com <p> ฝายชะลอน้ำในอำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ มีบทบาทสำคัญต่อการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม ยังขาดการประเมินผลอย่างเป็นระบบเกี่ยวกับความสำเร็จในการจัดการน้ำ ทำให้การแก้ไขปัญหาและการพัฒนาในอนาคตขาดข้อมูลสนับสนุนที่ชัดเจน เพื่อเป็นแนวทางในการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการน้ำและเสริมสร้างความยั่งยืนให้กับชุมชน บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยแห่งความสำเร็จในการจัดการน้ำด้วยการพัฒนาฝายชะลอน้ำของประชาชน ชุมชน และหน่วยงาน หรือร่วมกันบริหารจัดการในอำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ พบว่า ปัจจัยสังคม ประกอบด้วย การมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงของชุมชนในทุกขั้นตอน การแก้ไขความขัดแย้งอย่างเป็นธรรม การเคารพวัฒนธรรมท้องถิ่น และการสร้างความตระหนักรู้ด้านการจัดการน้ำ รวมถึงการมีธรรมาภิบาลที่ดีและการจัดการความเหลื่อมล้ำในสังคม ปัจจัยทางเศรษฐกิจ ประกอบด้วยการสนับสนุนภาคเกษตรกรรมให้มีความมั่นคงด้านแหล่งน้ำ เพิ่มผลผลิตและรายได้แก่เกษตรกร นอกจากนี้ ยังส่งเสริมโอกาสทางเศรษฐกิจอื่น ๆ ในชุมชน เช่น การท่องเที่ยว และมีการพิจารณาถึงความคุ้มค่าและผลประโยชน์ทางเศรษฐศาสตร์ในระยะยาว และปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างเหมาะสมเพื่อเพิ่มการกักเก็บน้ำและรักษาความชุ่มชื้นของระบบนิเวศ การอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ในพื้นที่ต้นน้ำเพื่อรักษาปริมาณและคุณภาพน้ำ และการพิจารณาถึงลักษณะทางกายภาพของพื้นที่ รวมถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</p> 2025-12-29T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์