วารสารนวัตกรรมธุรกิจ การจัดการ และสังคมศาสตร์ https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jibim <p>เพื่อเผยแพร่ผลงานวิจัยและผลงานวิชาการ นวัตกรรม ความก้าวหน้างานวิจัย และการสร้างสรรค์ผลงานทางวิชาการของนักวิจัย คณาจารย์และนักศึกษา ในสาขาบริหารธุรกิจ การจัดการ การตลาด เศรษฐศาสตร์ สังคมศาสตร์ และสาขาอื่นๆ ที่เกียวข้อง เป็นต้น</p> th-TH korbkul.jan@rmutr.ac.th (Korbkul Jantarakolica) jutamas.won@rmutr.ac.th (Jutamas Wongkantarakorn) Thu, 30 Apr 2026 16:27:46 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 การพัฒนากรอบแนวคิดเชิงบูรณาการ SCF–5C สำหรับนวัตกรรมการตลาดในยุคการเปลี่ยนผ่าน: การสังเคราะห์แนวคิดจากวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jibim/article/view/297696 <p>บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสังเคราะห์และบูรณาการแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบสารเพื่อการรับรู้ การออกแบบเพื่อคนทั้งมวล และนวัตกรรมการตลาดในบริบทดิจิทัล เพื่อพัฒนากรอบแนวคิดเชิงบูรณาการ SCF–5C สำหรับอธิบายนวัตกรรมการตลาดในมิติของการรับรู้ของผู้บริโภค การศึกษานี้ใช้วิธีการทบทวนและสังเคราะห์วรรณกรรมที่เกี่ยวข้องในลักษณะการวิเคราะห์เชิงแนวคิด เพื่อทำความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างการออกแบบสาร การรับรู้ของผู้บริโภค และนวัตกรรมการตลาดในสภาพแวดล้อมดิจิทัล ผลการสังเคราะห์นำไปสู่การเสนอกรอบแนวคิด SCF–5C ซึ่งประกอบด้วยสององค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ <br />(1) หลักการ SCF ประกอบด้วย ความเรียบง่าย ความชัดเจน และความยืดหยุ่น ซึ่งทำหน้าที่เป็นแนวทางในการออกแบบสารเพื่อสนับสนุนกระบวนการรับรู้ของผู้บริโภค และ (2) กระบวนการออกแบบสารแบบ 5C ได้แก่ การร่วมสร้างคุณค่ากับลูกค้า การปรับแต่งตามความต้องการเฉพาะบุคคล การสื่อสารทางการตลาด การบูรณาการช่องทางการสื่อสาร และการสร้างความผูกพันกับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง กรอบแนวคิดดังกล่าวถูกนำเสนอในฐานะกรอบแนวคิดเชิงบูรณาการสำหรับอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างการออกแบบสาร นวัตกรรมการตลาด และบริบทของการเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัล พร้อมทั้งเป็นพื้นฐานเชิงแนวคิดสำหรับการศึกษาวิจัยเชิงประจักษ์ในอนาคตและการประยุกต์ใช้เชิงกลยุทธ์ในองค์กรสมัยใหม่</p> กิตติยา ขจรไตรเดช, มนัส สวัสดี, สุภาพร เท่าบุรี, กนกพัชร เขียวเงิน, ปรีชา คำมาดี, ภัทรพล ชุ่มมี ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารนวัตกรรมธุรกิจ การจัดการ และสังคมศาสตร์ https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jibim/article/view/297696 Thu, 30 Apr 2026 00:00:00 +0700 คุณภาพการให้บริการและภาพลักษณ์องค์กรที่มีอิทธิพลต่อความพึงพอใจของสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์กลุ่มบริษัท ไทยรุ่งยูเนี่ยนคาร์ จำกัด https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jibim/article/view/295973 <p>การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาระดับคุณภาพการให้บริการ, ระดับของภาพลักษณ์องค์กร และระดับความพึงพอใจของสหกรณ์ออมทรัพย์ กลุ่มบริษัท ไทยรุ่งยูเนี่ยนคาร์ จำกัด (2) ศึกษาคุณภาพการให้บริการที่มีอิทธิพลต่อความพึงพอใจของสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์กลุ่มบริษัท ไทยรุ่งยูเนี่ยนคาร์ จำกัดและ (3) ศึกษาภาพลักษณ์องค์กรที่มีอิทธิพลต่อความพึงพอใจของสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์กลุ่มบริษัทไทยรุ่งยูเนี่ยนคาร์ จำกัด งานวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือแบบสอบถามโดยมีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.99 กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ สมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์กลุ่มบริษัทไทยรุ่งยูเนี่ยนคาร์ จำกัด จำนวน 172 คน เป็นการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้นภูมิ (Stratified Random Sampling) ผลการศึกษา พบว่า (1) คุณภาพการให้บริการ ภาพรวมมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ( = 4.12, S.D. = 0.68) ภาพลักษณ์องค์กรของสหกรณ์ออมทรัพย์ ภาพรวมมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ( = 4.17, S.D. = 0.68) ความพึงพอใจของสมาชิก ภาพรวมมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ( = 4.12, S.D. = 0.68) (2) คุณภาพการให้บริการมีอิทธิพลต่อความพึงพอใจของสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์กลุ่มบริษัท ไทยรุ่งยูเนี่ยนคาร์ จำกัด อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 และ (3) ภาพลักษณ์องค์กรมีอิทธิพลต่อความพึงพอใจของสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์กลุ่มบริษัท ไทยรุ่งยูเนี่ยนคาร์ จำกัด อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ผลการวิจัยชี้ว่าคุณภาพการให้บริการและภาพลักษณ์องค์กรส่งผลอย่างมีนัยสำคัญต่อความพึงพอใจของสมาชิกสหกรณ์ และควรนำไปใช้ในการวางแผนพัฒนาการบริการสหกรณ์</p> นภัทร เดชศักดิพล, นัทธ์หทัย อือนอก, นฤมล สุ่นสวัสดิ์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารนวัตกรรมธุรกิจ การจัดการ และสังคมศาสตร์ https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jibim/article/view/295973 Thu, 30 Apr 2026 00:00:00 +0700 อิทธิพลของส่วนประสมทางการตลาดบริการและความพึงพอใจต่อความจงรักภักดีของลูกค้า: กรณีศึกษาสำนักงานบัญชีในจังหวัดภูเก็ต https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jibim/article/view/296644 <p>สภาพการแข่งขันของสำนักงานบัญชีในจังหวัดภูเก็ตมีความรุนแรงเปิดโอกาสให้ผู้ใช้บริการมีอำนาจในการต่อรองค่อนข้างสูงลูกค้ามักจะเปลี่ยนผู้ให้บริการทำบัญชีค่อนข้างบ่อย ในขณะที่ผู้ประกอบการต้องการให้ลูกค้าใช้บริการในระยะยาวหรือมีความภักดีต่อผู้ให้บริการ การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดบริการที่มีอิทธิพลต่อความจงรักภักดีของลูกค้าที่ใช้บริการสำนักงานบัญชีในจังหวัดภูเก็ต (2) ศึกษาความพึงพอใจของลูกค้าที่มีอิทธิพลต่อความจงรักภักดีของลูกค้าที่ใช้บริการสำนักงานบัญชีในจังหวัดภูเก็ต และ (3) เปรียบเทียบความจงรักภักดีของลูกค้าจำแนกตามปัจจัยทางด้านธุรกิจ กลุ่มตัวอย่างคือลูกค้าที่เคยใช้บริการสำนักงานบัญชีจำนวน 386 ราย ใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ การทดสอบค่าที และการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว ผลการวิจัยพบว่า (1) ปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดบริการด้านลักษณะทางกายภาพ กระบวนการให้บริการ และบุคลากรมีอิทธิพลเชิงบวกต่อความจงรักภักดีของลูกค้า ในขณะที่การส่งเสริมการตลาดมีอิทธิพลในเชิงลบ นอกจากนี้ (2) ความพึงพอใจของลูกค้ามีอิทธิพลเชิงบวกต่อความจงรักภักดี อีกทั้งยังพบว่า (3) ลูกค้าที่มีรูปแบบธุรกิจและระดับรายได้แตกต่างกันมีความจงรักภักดีต่อสำนักงานบัญชีแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ผู้วิจัยเสนอแนะต่อสำนักงานบัญชีในจังหวัดภูเก็ตในการจัดลำดับความสำคัญของการพัฒนากลยุทธ์ส่วนประสมทางการตลาดบริการ โดยเน้นด้านลักษณะทางภายภาพเป็นลำดับแรก ต่อด้วยกระบวนการบริการให้บริการและศักยภาพของบุคลากร ตามลำดับ พร้อมทั้งสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้าเพื่อรักษาความจงรักภักดีในระยะยาวอีกทั้งยังต้องพิจารณารูปแบบของธุรกิจและรายได้ต่อเดือนของผู้ใช้บริการด้วยผลการวิจัยครั้งนี้ได้ขยายความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทของส่วนประสมทางการตลาดบริการและความพึงพอใจของลูกค้าในการสร้างความจงรักภักดีในบริบทของธุรกิจบริการวิชาชีพในพื้นที่ท่องเที่ยวที่มีการแข่งขันสูง</p> กุลิสรา บุญวรรโณ, พิเชษฐ์ พรหมใหม่ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารนวัตกรรมธุรกิจ การจัดการ และสังคมศาสตร์ https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jibim/article/view/296644 Thu, 30 Apr 2026 00:00:00 +0700 ความต้องการใช้น้ำและประสิทธิภาพเชิงเศรษฐกิจ: การวิเคราะห์ด้วยแบบจำลอง Input-Output ในลุ่มน้ำภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปีฐาน พ.ศ. 2553 https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jibim/article/view/297808 <p>การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อประเมินประสิทธิภาพการใช้น้ำของสาขาเศรษฐกิจในลุ่มน้ำภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (2) เพื่อประมาณการผลทางเศรษฐกิจของการจัดสรรน้ำในรูปแบบต่าง ๆ ภายใต้สถานการณ์น้ำขาดแคลน โดยใช้ตารางปัจจัยการผลิตและผลผลิตที่ผนวกบัญชีน้ำ (Hybrid I-O Table) ปี พ.ศ. 2553 ในการวิเคราะห์ลุ่มน้ำ 9 แห่งในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ สาละวิน โขงเหนือ ปิง วัง ยม น่าน โขงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ชี และมูล ผลการศึกษาพบว่า (1) ภาคเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรซึ่งเป็นแหล่งใช้น้ำหลักของทุกลุ่มน้ำมีค่ารอยเท้าน้ำสูง โดยเฉพาะข้าว ยางพารา และปาล์มน้ำมัน ซึ่งมีค่า Water Intensity มากกว่าหนึ่ง สะท้อนว่าการใช้น้ำไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจต่อหน่วยน้ำได้สูงกว่า (2) การจำลองสถานการณ์การจัดสรรน้ำ 4 รูปแบบในลุ่มน้ำน่านและลุ่มน้ำชี พบว่าการจัดสรรน้ำโดยคำนึงถึงประสิทธิภาพการใช้น้ำส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจน้อยที่สุด ขณะที่การจัดสรรแบบเท่าเทียมและแบบมั่นคงทางอาหารกลับทำให้ผลผลิตมวลรวมลดลงมาก ข้อค้นพบนี้ชี้ให้เห็นว่าผู้กำหนดนโยบายควรพิจารณามิติทางเศรษฐศาสตร์ประกอบการตัดสินใจจัดสรรน้ำ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและลดผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจในภาวะน้ำขาดแคลน</p> ปาณิศา วิชุพงษ์, ศุภวัฒน์ สุขะปรเมษฐ, ศรัณย์ ประวิตรางกูร ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารนวัตกรรมธุรกิจ การจัดการ และสังคมศาสตร์ https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jibim/article/view/297808 Thu, 30 Apr 2026 00:00:00 +0700 ผลกระทบของการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ของตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (Depositary Receipts) ต่อผลตอบแทนที่ผิดปกติของหลักทรัพย์อ้างอิงของประเทศเวียดนามและสิงคโปร์ https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jibim/article/view/298808 <p> การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลกระทบของการเข้าจดทะเบียนตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยต่อผลตอบแทนที่ผิดปกติของหลักทรัพย์อ้างอิงของประเทศเวียดนามและสิงคโปร์ ตั้งแต่เดือนกันยายน 2566 ถึงเดือนกันยายน 2568 การศึกษานี้เป็นงานวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) โดยใช้ข้อมูลทุติยภูมิ (Secondary Data) จากข้อมูลราคาปิดรายวันของหลักทรัพย์อ้างอิงประเภทหุ้นสามัญของประเทศเวียดนามและสิงคโปร์ 15 หลักทรัพย์อ้างอิง ที่เข้าจดทะเบียนตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (DR) ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย 18 เหตุการณ์ โดยใช้การศึกษาเหตุการณ์ (Event Study) เพื่อศึกษาผลตอบแทนที่ผิดปกติของหลักทรัพย์อ้างอิง การศึกษานี้วิเคราะห์<br />ข้อมูลโดยใช้แบบจำลอง 3 รูปแบบ ได้แก่ Mean Adjusted Return Model, Market Adjusted Return Model และ Market Model เพื่อคำนวณหาผลตอบแทนที่ผิดปกติในช่วง ±7 วัน และ ±30 วัน <br />และทดสอบนัยสำคัญทางสถิติด้วยวิธี t-test ผลการศึกษาพบว่า การเข้าจดทะเบียน DR ของประเทศเวียดนามและสิงคโปร์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในช่วง ±7 วัน (-7, +7) หลักทรัพย์อ้างอิงของประเทศเวียดนามมีผลตอบแทนผิดปกติสะสมเฉลี่ยเป็นบวกจาก Market Adjusted Return Model <br />และ Market Model มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 1% ส่วนหลักทรัพย์อ้างอิงของประเทศสิงคโปร์<br />มีผลตอบแทนผิดปกติสะสมเฉลี่ยเป็นบวกจาก Mean Adjusted Return Model มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 5% อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาในช่วง ±30 วัน (-30, +30) หลักทรัพย์อ้างอิงของประเทศเวียดนามมีผลตอบแทนผิดปกติสะสมเฉลี่ยเป็นลบจาก Market Adjusted Return Model มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 10% และ Market model มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 5% ในขณะที่หลักทรัพย์อ้างอิงของประเทศสิงคโปร์ไม่พบผลตอบแทนผิดปกติสะสมเฉลี่ยอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ</p> ปัณณรัตน์ ฐิติรัตนาพงศ์, มรรษภร เชื้อทองฮัว ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารนวัตกรรมธุรกิจ การจัดการ และสังคมศาสตร์ https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jibim/article/view/298808 Thu, 30 Apr 2026 00:00:00 +0700 อิทธิพลของดัชนีความไม่แน่นอนของนโยบายการค้า วัฏจักรการเมืองของสหรัฐอเมริกาดัชนีความผันผวน VIX และปัจจัยทางเศรษฐกิจมหภาค ที่มีต่อดัชนีผลตอบแทนรวมของตลาดหลักทรัพย์ในประเทศกลุ่มอาเซียน https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jibim/article/view/298971 <p>การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลกระทบของดัชนีความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าวัฏจักรการเมืองของสหรัฐอเมริกา ดัชนีความผันผวน VIX และปัจจัยทางเศรษฐกิจมหภาคที่มีต่อดัชนีผลตอบแทนรวมของตลาดหลักทรัพย์ในประเทศกลุ่มอาเซียน รวมทั้งเพื่อเปรียบเทียบความแตกต่างของผลกระทบของปัจจัยดังกล่าวระหว่างตลาดหุ้นของแต่ละประเทศในกลุ่มอาเซียน ข้อมูลที่ใช้เป็นข้อมูลทุติยภูมิประเภทข้อมูลอนุกรมเวลารายวัน ครอบคลุมช่วงระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2553 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2568 รวมทั้งหมด 2,828 วัน โดยใช้วิธีการวิเคราะห์สมการถดถอยเชิงเส้น และประมาณค่าด้วยวิธี Newey–West standard errors เพื่อแก้ไขปัญหาความแปรปรวนไม่คงที่และความสัมพันธ์เชิงอนุกรมของค่าคลาดเคลื่อน ผลการศึกษาพบว่า ดัชนีความไม่แน่นอนของนโยบายการค้า และวัฏจักรการเมืองของสหรัฐอเมริกาในช่วงที่พรรคเดโมแครตดำรงตำแหน่งมีความสัมพันธ์ในทิศทางเดียวกันกับดัชนีผลตอบแทนรวมของตลาดหุ้นในกลุ่มประเทศอาเซียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ขณะที่ดัชนีความผันผวน VIX มีความสัมพันธ์ในทิศทางตรงกันข้ามกับดัชนีผลตอบแทนรวมของตลาดหุ้นในกลุ่มประเทศอาเซียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ สำหรับปัจจัยทางเศรษฐกิจมหภาคนั้น ผลการศึกษาพบว่า ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลระหว่างสหรัฐอเมริกาและประเทศในอาเซียนมีความสัมพันธ์ในทิศทางเดียวกันกับดัชนีผลตอบแทนรวมของตลาดหุ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ในขณะที่อัตราแลกเปลี่ยนมีความสัมพันธ์ในทิศทางตรงกันข้ามกับดัชนีผลตอบแทนรวมของตลาดหุ้นในกลุ่มประเทศอาเซียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำมีความสัมพันธ์กับดัชนีผลตอบแทนรวมของตลาดหุ้นของประเทศอินโดนีเซียอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเท่านั้น ทั้งนี้ ผลการศึกษานี้สามารถนำไปใช้ในการกำหนดนโยบายเพื่อรองรับความผันผวนจากปัจจัยต่างประเทศ และช่วยให้นักลงทุนสามารถวางกลยุทธ์การลงทุนภายใต้ความไม่แน่นอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p> ชญมน พรหมพิทักษ์, มรรษภร เชื้อทองฮัว ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารนวัตกรรมธุรกิจ การจัดการ และสังคมศาสตร์ https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jibim/article/view/298971 Thu, 30 Apr 2026 00:00:00 +0700