วารสารมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jhnu
<p>วารสารมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร (Journal of Humanities Naresuan University; JHNU) เป็นวารสารที่เผยแพร่ผลงานวิชาการด้านภาษา วรรณคดี คติชน ปรัชญาและศาสนา ดนตรีและนาฏศิลป์ โดยมีการประเมินบทความก่อนตีพิมพ์ (refereed journal) โดยผู้ประเมินจำนวน 3 ท่าน ทั้งนี้ ผู้ประเมินไม่เห็นชื่อหรือข้อมูลของผู้เขียนบทความ และผู้เขียนบทความไม่ทราบผู้ประเมิน (double blind review) มีกำหนดการตีพิมพ์เผยแพร่ ปีละ 3 ฉบับ ราย 4 เดือน คือ ฉบับที่ 1 เดือนมกราคม-เมษายน ฉบับที่ 2 เดือนพฤษภาคม-สิงหาคม และฉบับที่ 3 เดือนกันยายน-ธันวาคม</p>
คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
th-TH
วารสารมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
3027-6101
<p>ข้อความรู้ใด ๆ ตลอดจนข้อคิดเห็นใด ๆ เป็นของผู้เขียนแต่ละท่านโดยเฉพาะ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร และกองบรรณาธิการวารสารมนุษยศาสตร์ฯ ไม่จำเป็นต้องเห็นพ้องด้วย </p>
-
การใช้ภาษาภาพพจน์ในเพลงภาษาอังกฤษประเภทต่าง ๆ ที่จัดอันดับบน Billboard Year-End 2023
https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jhnu/article/view/289034
<p>การศึกษานี้วิเคราะห์ประเภทและหน้าที่ของภาษาภาพพจน์ (figurative language) ที่ปรากฏในเพลงภาษาอังกฤษยอดนิยมซึ่งได้รับการจัดอันดับใน Billboard’s 2023 Year-End Chart โดยให้ความสำคัญกับความหลากหลายของแนวเพลง กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยเพลงภาษาอังกฤษจำนวน 40 เพลง จาก 5 แนวเพลง ได้แก่ ป็อป (Pop) ฮิปฮอป (Hip-hop) คันทรี (Country) อาร์แอนด์บี (R&B Rhythm and blues) และ อีดีเอ็ม (EDM Electronic dance music) ผลการวิเคราะห์พบว่า มีเนื้อเพลงจำนวน 202 ท่อนที่มีการใช้ภาษาภาพพจน์ รวมทั้งสิ้น 229 ตัวอย่าง ครอบคลุมทั้งหมด 15 ประเภท โดยประเภทที่พบบ่อยที่สุด ได้แก่ metaphor, hyperbole, rhetorical question, simile และ meiosis ภาษาภาพพจน์ในบทเพลงเหล่านี้มีหน้าที่หลากหลาย เช่น การเปรียบเทียบสิ่งที่แตกต่างกัน การถ่ายทอดความหมายผ่านการเน้นอารมณ์หรือการกล่าวเกินจริง การกระตุ้นอารมณ์โดยไม่คาดหวังคำตอบ และการสื่อเจตคติเชิงลบ ทั้งนี้ยังพบลักษณะการใช้เฉพาะตามแนวเพลง ได้แก่ เพลงป็อปและอาร์แอนด์บี มักใช้ metaphor และ hyperbole เพื่อแสดงอารมณ์ โดย metaphor แทนแนวคิดนามธรรม และ hyperbole เพิ่มความเข้มข้นทางอารมณ์ เพลงฮิปฮอป ใช้ metaphor, rhetorical question และ meiosis เพื่อแสดงออกถึงอัตลักษณ์และความรู้สึกภายใน เพลงคันทรีใช้ metaphor และ hyperbole เพื่อเน้นการเล่าเรื่องให้เห็นภาพ โดยมี hyperbole แสดงการอุทิศตน ขณะที่ไม่พบการใช้ภาษาภาพพจน์ในแนวเพลงอีดีเอ็ม ผลการศึกษานี้ยืนยันว่า ภาษาภาพพจน์เป็นองค์ประกอบสำคัญของการเขียนเพลง โดยทำหน้าที่ทั้งในเชิงวรรณศิลป์และกลยุทธ์การสื่อสาร งานวิจัยนี้มีประโยชน์สำหรับผู้สอนและผู้เรียนภาษาอังกฤษในฐานะภาษาต่างประเทศ (EFL) และนักแต่งเพลง ในเรื่องบทบาทสำคัญของภาษาภาพพจน์และการใช้ภาษาภาพพจน์ที่ในการเพิ่มความซับซ้อนของเนื้อร้องและการถ่ายทอดความรู้สึก</p>
ญาดา เอี่ยมน้อย
จิรพร ธนะรัชติการนนท์
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2025-12-30
2025-12-30
22 3
1
21
-
กลวิธีทางภาษาที่ใช้สื่ออุดมการณ์ความเป็นวัยรุ่นในหนังสือเรียนวิชาภาษาอังกฤษระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย: วาทกรรมวิเคราะห์เชิงวิพากษ์
https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jhnu/article/view/286895
<p>งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากลวิธีทางภาษาที่ใช้สื่ออุดมการณ์ความเป็นวัยรุ่นในหนังสือเรียนวิชาภาษาอังกฤษระดับมัธยมศึกษาตอนปลายที่ใช้ในประเทศไทยปีการศึกษา 2567 โดยใช้แนวคิดวาทกรรมวิเคราะห์เชิงวิพากษ์ของแฟร์คลัฟ (Fairclough, 1995) เป็นกรอบการศึกษาหลักในการวิเคราะห์ตัวบทหนังสือเรียนจำนวน 9 เล่ม รวม 270 บทความ ผลการศึกษาพบว่าอุดมการณ์ความเป็นวัยรุ่นปรากฏในหนังสือเรียนทุกเล่มและประกอบด้วย 3 ความคิดย่อย ได้แก่ 1. วัยรุ่นให้ความสำคัญกับกระแสนิยมและวัตถุนิยม 2. วัยรุ่นสามารถประกอบอาชีพ หารายได้เสริม และประสบความสำเร็จได้ และ 3. วัยรุ่นมีปัญหาในการใช้ชีวิต และต้องการความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่ ซึ่งอุดมการณ์และความคิดย่อยดังกล่าวถ่ายทอดผ่านกลวิธีทางภาษาทั้งสิ้น 8 กลวิธี ได้แก่ การใช้คำศัพท์ การใช้คำแสดงทัศนภาวะ การใช้โครงสร้างประโยค การอ้างส่วนใหญ่ การใช้อุปลักษณ์ การใช้คำถามเชิงวาทศิลป์ การใช้มูลบท และการใช้สหบท</p>
ไอยดา กลิ่นอ้น
อรทัย ชินอัครพงศ์
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2025-12-30
2025-12-30
22 3
22
44
-
สัญลักษณ์และความหมายในประเพณีเกี่ยวกับผู้สูงวัยในสังคมไทย
https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jhnu/article/view/289076
<p>บทความนี้มุ่งหมายเพื่อศึกษาประเพณีและสัญลักษณ์ที่ปรากฏในประเพณีของผู้สูงวัยในสังคมไทย ศึกษาข้อมูลจากเอกสารงานวิจัยและค้นคว้าข้อมูลผ่านฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์และหนังสือที่เกี่ยวข้องกับประเพณีไทย ประเพณีชีวิตจากห้องสมุดของสถาบันการศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และได้คัดเลือกประเพณีมาทั้งหมด 4 ประเพณีดังนี้ ประเพณีแซยิด ประเพณีรดน้ำดำหัวผู้สูงวัย ประเพณีตานขันเข้าคนเถ้าจ๋ำศีล และประเพณีสืบชะตา วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้กรอบแนวคิดสัญลักษณ์ในพิธีกรรมของวิกเตอร์ เทอร์เนอร์ (Victor Turner) และแนวคิดพิธีกรรมเปลี่ยนผ่านของแวน เก็นเน็ป (Van Gennep) พบว่า ความหมายเชิงสัญลักษณ์ที่ปรากฏในประเพณีที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงวัยในสังคมไทยทั้ง 4 ประเพณี มี 3 ด้าน ได้แก่ วัตถุสัญลักษณ์ พฤติกรรมสัญลักษณ์ และพื้นที่สัญลักษณ์ ด้านวัตถุสัญลักษณ์เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงการอวยพรต่อผู้สูงวัย แสดงออกถึงการขอขมาต่อผู้สูงวัย แสดงออกถึงการปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย แสดงออกถึงความศรัทธาและความเป็นสิริมงคล ด้านพฤติกรรมสัญลักษณ์สื่อเป็นนัยถึงความเคารพนับถือต่อผู้สูงวัย ความกตัญญูต่อผู้สูงวัย และเพื่อความเป็นสิริมงคล และด้านพื้นที่สัญลักษณ์ ได้แก่ ลานวัด เรือน เบญจา ปะรำพิธี โขงชะตาหรือซุ้มเครื่องสืบชะตา พื้นที่ทั้งหมดนี้เป็นพื้นที่ที่คนภายในชุมชนให้การยอมรับว่าเป็นบริเวณศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้สำหรับประกอบพิธีกรรม ความหมายเชิงสัญลักษณ์ในพิธีกรรมที่ปรากฏขึ้นนั้นยังสามารถเชื่อมโยงไปยังแนวคิดพิธีกรรมเปลี่ยนผ่านแสดงให้เห็นได้จากองค์ประกอบและขั้นตอนในการประกอบพิธีกรรม เช่น กฎเกณฑ์อายุในประเพณีแซยิด ข้อห้ามในประเพณีรดน้ำดำหัว และความเชื่อเรื่องการเกิดใหม่ในประเพณีสืบชะตา จากที่ได้กล่าวไปสะท้อนให้เห็นว่าประเพณีดังกล่าวล้วนให้ความสำคัญกับผู้สูงวัยทั้งสิ้น ดังนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้ความสำคัญของผู้สูงวัยในสังคมไทยเลือนหายเราจึงควรให้การสนับสนุนประเพณีที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงวัยอื่น ๆ ให้คงอยู่ในสังคมไทยตลอดไป</p>
สมิดา ศุภรทิพากร
อภิลักษณ์ เกษมผลกูล
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2025-12-30
2025-12-30
22 3
45
70
-
การจัดทำสารานุกรมประวัติศาสตร์และอารยธรรมเมืองโบราณศรีเทพ
https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jhnu/article/view/287053
<p>บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางการจัดทำสารานุกรมประวัติศาสตร์และอารยธรรมเมืองโบราณศรีเทพ ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่าการจัดทำสารานุกรมดังกล่าวอย่างละเอียดและถูกต้องนั้นจำเป็นต้องมีข้อมูลทั้งแบบทุติยภูมิและปฐมภูมิจากแหล่งข้อมูลอย่างน้อย 5 ประเภท ได้แก่ 1) เอกสารงานวิจัยที่ผ่านมา 2) อินเทอร์เน็ตและสื่อออนไลน์ของหน่วยงานที่เชื่อถือได้ 3) พิพิธภัณฑ์ 4) โบราณสถาน และ 5) การประชุมและเสวนาทางวิชาการ การนำเสนอเนื้อหาที่สำคัญควรมีรูปแบบเรียงตามลำดับเวลาและหมวดหมู่เนื้อหา มีความถูกต้อง และใช้ภาษาชัดเจนเข้าใจง่าย โดยมีหัวข้ออย่างน้อยได้แก่ 1) ศรีเทพมหานครโบราณลุ่มน้ำป่าสักและภูมิทัศน์ 2) ยุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายและประวัติศาสตร์ตอนต้นในดินแดนสุวรรณภูมิ 3) ศรีเทพยุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายและประวัติศาสตร์ตอนต้น 4) ศรีเทพกับอารยธรรมขอมโบราณสมัยก่อนเมืองพระนคร 5) ยุคอารยธรรมทวารวดี 6) ศรีเทพยุคอารยธรรมทวารวดี 7) ศรีเทพทวารวดีและสถาปัตยกรรม 8) ยุคอารยธรรมขอมโบราณสมัยเมือง พระนคร 9) ศรีเทพยุคอารยธรรมขอมโบราณสมัยเมืองพระนคร 10) ชุมชนเมืองร่วมสมัยกับศรีเทพ และ 11) ศรีเทพยุคล่มสลาย</p>
อัญชลี สิงห์น้อย วงศ์วัฒนา
สุทธิพจน์ พีรณวงษ์
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2025-12-30
2025-12-30
22 3
71
90
-
เอกลักษณ์ในการบรรเลงกลองมังคละของชมรมดนตรีพื้นบ้านมังคละ จังหวัดพิษณุโลก
https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jhnu/article/view/284808
<p>บทความวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเอกลักษณ์การบรรเลงกลองมังคละของชมรมดนตรีพื้นบ้านมังคละ จังหวัดพิษณุโลก โดยใช้วิธีการสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง การสังเกตแบบมีส่วนร่วม และการวิเคราะห์โน้ตดนตรี ผลการวิจัยพบว่าเอกลักษณ์การบรรเลงกลองมังคละสามารถแบ่งได้เป็น 5 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านการให้สัญญาณ ได้แก่ การตีรัวเพื่อเริ่มเพลง เปลี่ยนเพลง และจบเพลง 2) ด้านสำเนียงการบรรเลง คือการตีกรออย่างสม่ำเสมอ เป็นลักษณะเฉพาะที่สืบทอดกันมา 3) ด้านการสร้างวินัยและความรับผิดชอบ นักดนตรีต้องฝึกฝนอย่างต่อเนื่องเพื่อให้สามารถบรรเลงได้อย่างราบรื่นและสอดคล้องกับวง 4) ด้านธรรมเนียมปฏิบัติ คือการยึดถือแบบแผนการบรรเลงเพื่อไม่ให้ขัดแย้งกับบทบาทของเครื่องดนตรีอื่น และ 5) ด้านความคิดสร้างสรรค์ นักดนตรีต้องมีทักษะในการด้นสดพัฒนาจังหวะเพื่อสร้างสีสันให้กับบทเพลง เอกลักษณ์ทั้งห้านี้สะท้อนถึงภูมิปัญญาท้องถิ่น ความสามารถของนักดนตรี และการสืบทอดวัฒนธรรมดนตรีพื้นบ้านในบริบทของจังหวัดพิษณุโลกอย่างเป็นรูปธรรม</p>
ณัฏฐนิช นักปี่
นพดล พันธุ์เพ็ชร์
กมลธรรม เกื้อบุตร
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2025-12-30
2025-12-30
22 3
91
104
-
มุมมองของครูผู้สอนภาษาเกาหลีชาวไทยต่อการพัฒนาทักษะการออกเสียงภาษาเกาหลีในโรงเรียนมัธยมศึกษา
https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jhnu/article/view/290682
<p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษามุมมอง อุปสรรค และข้อเสนอแนะของครูเกี่ยวกับการสอนการออกเสียงภาษาเกาหลีในระดับมัธยมศึกษา โดยเก็บข้อมูลจากครูผู้สอน 100 คน ที่สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถามความคิดเห็นของผู้สอนที่มีต่อการจัดการสอนการออกเสียงภาษาเกาหลีในโรงเรียนมัธยมศึกษา ผลการศึกษาพบว่า ครูส่วนใหญ่ตระหนักถึงความสำคัญของทักษะการออกเสียง แต่การจัดการเรียนการสอนยังขาดความชัดเจนและเป็นระบบ ทั้งด้านหลักสูตร สื่อประกอบการออกเสียง ครูผู้สอน และเวลาเรียน เนื้อหาการออกเสียงมักถูกรวมในรายวิชาอื่นโดยไม่มีแนวทางเฉพาะ แบบเรียนแม้เข้าใจง่ายและนำไปใช้ได้จริง แต่ยังขาดคำอธิบายหลักการ แบบฝึก และสื่อเสียงที่เพียงพอ ครูส่วนใหญ่ประเมินตนว่ามีความสามารถและความพร้อมในระดับปานกลาง ประสบข้อจำกัดด้านเทคโนโลยีช่วยสอน และเวลาเรียนมีจำกัด งานวิจัยนี้จึงเสนอให้ปรับปรุงหลักสูตรให้ชัดเจน พัฒนาแบบเรียนและสื่อที่เหมาะสมกับบริบทของผู้เรียนชาวไทย เสริมทักษะครูด้วยการอบรมและเทคโนโลยีและเพิ่มเวลาเรียนหรือกิจกรรมเสริมเพื่อฝึกออกเสียงอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ</p>
กาญจนา สหะวิริยะ
สาวิตรี วงษ์นุ่น
แทอู คิม
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2025-12-30
2025-12-30
22 3
105
124
-
ความวิตกกังวลในการพูดภาษาต่างประเทศของนักศึกษาไทยที่มีความเชี่ยวชาญภาษาอังกฤษในระดับต่ำ: มุมมองเกี่ยวกับระดับและปัจจัยของความวิตกกังวล
https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jhnu/article/view/288608
<p>ความวิตกกังวลในการพูดภาษาต่างประเทศเป็นอุปสรรคทางจิตใจที่สำคัญที่อาจขัดขวางผู้เรียนภาษาจากการบรรลุความเชี่ยวชาญและความสำเร็จในการพูดภาษาต่างประเทศ เนื่องด้วยผลกระทบด้านลบนี้ งานวิจัยนี้จึงศึกษาความวิตกกังวลในการพูดภาษาต่างประเทศในกลุ่มนักศึกษาไทยระดับปริญญาตรีที่ไม่ได้เรียนวิชาเอกภาษาอังกฤษและมีความเชี่ยวชาญภาษาอังกฤษในระดับต่ำ โดยมีเป้าหมายเพื่อสำรวจระดับความวิตกกังวลในผู้เรียนและปัจจัยที่มีส่วนทำให้เกิดความวิตกกังวลดังกล่าว งานวิจัยนี้ใช้แบบสอบถามออนไลน์และการสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้างเก็บข้อมูลจากนักศึกษาจำนวน 1,266 คน ผลการวิจัยพบว่าผู้เรียนมีความวิตกกังวลในการพูดภาษาต่างประเทศอยู่ในระดับสูง โดยความวิตกกังวลเกี่ยวกับการสอบเป็นความวิตกกังวลที่เด่นชัดที่สุด กิจกรรมที่สร้างความวิตกกังวลมากที่สุดคือการพูดหน้าชั้นเรียน การวิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อความวิตกกังวลเผยให้เห็นว่า ความวิตกกังวลในการพูดภาษาต่างประเทศของผู้เรียนได้รับอิทธิพลจากทั้งปัจจัยภายในและภายนอก โดยมีปัจจัยทางภาษาเป็นปัจจัยภายในที่สำคัญที่ส่งผลต่อความวิตกกังวล เพื่อลดความวิตกกังวล งานวิจัยนี้เสนอให้เพิ่มระดับความยากของกิจกรรมการพูดอย่างค่อยเป็นค่อยไปและให้การสนับสนุนทางด้านจิตใจแก่ผู้เรียน และมีมาตรการสนับสนุนในระดับสถาบัน ข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้เป็นแนวทางปฏิบัติที่เป็นประโยชน์สำหรับการปรับปรุงการสอนการพูดและการสนับสนุนผู้เรียนที่มีความเชี่ยวชาญภาษาระดับต่ำในบริบทการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในฐานะภาษาต่างประเทศของไทย</p>
ธารินี บุญยืน
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2025-12-30
2025-12-30
22 3
125
148
-
แนวคิดการประพันธ์เดี่ยวซอสามสาย: เพลงสุรินทราหู สามชั้น ทางครูเสนีย์ เกษมวัฒนากุล
https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jhnu/article/view/289267
<p>บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวคิดการประพันธ์ทางเดี่ยวซอสามสายเพลงสุรินทราหู สามชั้น และกลวิธีการประพันธ์เดี่ยวซอสามสายเพลงสุรินทราหู สามชั้น ทางครูเสนีย์ เกษมวัฒนากุล ว่าด้วยเรื่อง ความดัง-ค่อย และเม็ดพราย การวิจัยนี้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ โดยผู้วิจัยได้รับการสืบทอดเพลงเดี่ยวโดยตรงจากครูเสนีย์ เกษมวัฒนากุล อีกทั้งมีการบันทึกโน้ต รวบรวมข้อมูลเอกสารจากงานวิชาการ และสัมภาษณ์ครูเสนีย์ เกษมวัฒนากุล ตลอดจนสัมภาษณ์เพิ่มเติมจากผู้ทรงคุณวุฒิด้านซอสามสาย จากการศึกษาพบว่า ผู้ประพันธ์ใช้แนวคิดการบุกไพรเบิกทาง กล่าวคือ กล้าที่จะลิ้มลองสร้างสรรค์ความแปลกใหม่อันล่วงขนบเดิม ทางเดี่ยวซอสามสายนี้ใช้กลุ่มเสียงปัญจมูล ฟซลXดรX (ทางชวา) วางโครงสร้างแต่ละท่อนให้เป็นทางโอด และทางพัน สอดแทรกสำเนียงแขกอยู่ในเพลง ทางโอดมีลีลาอ่อนหวานละม้ายทางร้องระคนทั่ว ทางพันผูกสำนวนกลอนเก็บอย่างเป็นระเบียบโดยมีการสัมผัสของทำนอง ทำนองซ้ำท้ายของแต่ละท่อนในทางโอดไม่ซ้ำกัน ทางเดี่ยวซอสามสายนี้ยังแสดงความจำเพาะในลีลาอย่างครูเทวาประสิทธิ์ พาทยโกศล และกลวิธีการประพันธ์เดี่ยวซอสามสายพบว่า มีการใช้เม็ดพรายอันแสดงถึงพลังฝีมือของผู้ประพันธ์และผู้บรรเลงไว้อย่างประณีต ดังนี้ ใช้น้ำหนักเสียงดังค่อยเพื่อให้เกิดรสแห่งสุนทรียะ โดยแทรกเม็ดพราย 9 ประเภท ได้แก่ พรมจาก พรมนิ้วสาม สะบัด สะอึก รูดสาย ทดนิ้ว ลักจังหวะ แอ้ และลอยดอก</p> <p>ครูเสนีย์ เกษมวัฒนากุล ได้กล่าวเกี่ยวกับทางเดี่ยวซอสามสายที่ประพันธ์ขึ้น ความว่า “ผมขอฝากทางเดี่ยวนี้ไว้ให้เป็นสมบัติแผ่นดิน” และผลงานนี้ถือเป็นเครื่องสะท้อนถึงประสบการณ์และรสนิยมทางดนตรีไทยชั้นสูงของครูเป็นอย่างดี ซึ่งผ่านการตกผลึกและตะล่อมกล่อมเกลาขัดไว้จนงามแท้ อันปรากฏเป็นที่ยอมรับแห่งวงการดนตรีไทยและนักซอสามสาย ซึ่งควรค่าแก่การสืบทอดและส่งต่อให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรม</p>
ประชากร ศรีสาคร
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2025-12-30
2025-12-30
22 3
149
166
-
ศรีเทพในฐานะอุทยานประวัติศาสตร์และมรดกโลก: การวิเคราะห์เนื้อหาในสื่อสังคมออนไลน์และการรับรู้ผ่านแนวโน้มความคิดเห็นของสาธารณชนบน YouTube
https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jhnu/article/view/289572
<p>เมืองโบราณศรีเทพและโบราณสถานในสมัยทวารวดีที่เกี่ยวข้อง ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ส่งผลให้เกิดการรับรู้และความสนใจในวงกว้าง โดยเฉพาะในสื่อสังคมออนไลน์ มีการผลิตสื่อและการสืบค้นคำว่า “เมืองศรีเทพ” อย่างแพร่หลาย งานวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสรุปสาระสำคัญของเนื้อหาที่ผู้ส่งสารนำเสนอ และวิเคราะห์การรับรู้ผ่านแนวโน้มความคิดเห็นของผู้รับสารผ่านความคิดเห็นในแพลตฟอร์ม YouTube จากวิดีโอจำนวน 68 รายการ โดยใช้วิธีการสรุปสาระสำคัญและการวิเคราะห์คำด้วยเทคนิค Word Clouds ผลการวิจัยพบว่า ผู้ส่งสารนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ลักษณะภูมิประเทศ ผังเมือง ศิลปกรรม โบราณสถาน วัฒนธรรม ศาสนา และความเชื่อ ในขณะที่การวิเคราะห์ความคิดเห็นของผู้รับสารสะท้อนให้เห็นถึงการรับรู้ข้อมูลทางภูมิศาสตร์ อารยธรรม วัฒนธรรม อัตลักษณ์ ความสนใจในการแสวงหาข้อเท็จจริง และการแสดงทัศนคติและอารมณ์ การศึกษานี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของการวิเคราะห์ภาษาด้วยคอมพิวเตอร์ในการทำความเข้าใจแนวคิดและการตอบสนองต่อประเด็นต่าง ๆ ที่ปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งถือเป็นแหล่งข้อมูลภาษาขนาดใหญ่ นอกจากนี้ ผลการศึกษายังชี้ให้เห็นว่า แม้จะมีข้อมูลจากนักวิชาการให้ถูกต้องตามหลักฐานทางโบราณคดีและประวัติศาสตร์สมัยใหม่ ความเข้าใจเดิมที่ได้รับการถ่ายทอดจากแหล่งข้อมูลในอดีตยังคงได้รับความนิยมและความเชื่อถืออยู่ ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนในการใช้ชื่อเรียกกลุ่มชาติพันธุ์และวัฒนธรรม “ขอม” กับ “เขมร” ในอดีต</p>
สุทธิพจน์ พีรณวงษ์
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2025-12-30
2025-12-30
22 3
167
192
-
อรุณา โมเดล: บูรณาการแนวความคิดทางสังคมของคาร์ล มาร์กซ์และพุทธทาสภิกขุเพื่อพัฒนากรอบแนวคิดสำหรับจัดการความขัดแย้งทางสังคม
https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jhnu/article/view/290630
<p>งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาความขัดแย้งทางสังคมในมุมมองของคาร์ล มาร์กซ์และพุทธทาสภิกขุ 2) เพื่อสังเคราะห์กรอบแนวคิดการจัดการความขัดแย้งทางสังคมในกลุ่มผู้มีรายได้ต่ำบนพื้นฐานปรัชญาสังคมของคาร์ล มารกซ์และพุทธทาสภิกขุ จากการวิจัยพบว่า ความขัดแย้งในมุมมองของคาร์ล มาร์กซ์ตามทฤษฎีสังคมนิยมคอมมิวนิสต์เป็นปัญหาทางชนชั้น จัดการด้วยการจัดสรรทรัพยากรทางวัตถุ ส่วนมุมมองของพุทธทาสภิกขุตามทฤษฎีธัมมิกสังคมนิยมที่มีต่อความขัดแย้งเป็นปัญหาส่วนบุคคล จัดการด้วยการลดความเห็นแก่ตัวและความยึดมั่นถือมั่นของบุคคล<br /><br />อรุณา โมเดลเป็นกรอบแนวคิดจัดการความขัดแย้งทางสังคมที่นำจุดเด่นของแนวคิดทั้ง 2 ทั้งในด้านวัตถุและจิตใจมาบูรณาการร่วมกัน เพื่อใช้จัดการความขัดแย้งทางสังคมในประเด็นความยากจน ด้วยการส่งเสริมกระบวนการพัฒนาศักยภาพเชิงบุคคลเพื่อให้ผู้มีรายได้ต่ำได้มีศักยภาพสูงขึ้นและสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างมีศักดิ์ศรี</p>
ฉัตรชัย เนื่องพิมพ์
ธีรัตม์ แสงแก้ว
ธเนศ ปานหัวไผ่
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2025-12-30
2025-12-30
22 3
193
208