วารสาร มจร. นม. สังคมศาสตร์ ปริทรรศน์ https://so03.tci-thaijo.org/index.php/MCUNK <p> วารสาร มจร. นม. สังคมศาสตร์ ปริทรรศน์เป็นวารสารวิชาการของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตนครราชสีมา มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้คณาจารย์ นักวิชาการ นิสิต นักศึกษา และผู้สนใจทั่วไปได้มีโอกาสเผยแพร่ผลงานทางวิชาการและผลงานวิจัยทางสังคมศาสตร์และแขนงวิชาที่เกี่ยวข้อง อันได้แก่ พระพุทธศาสนา รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ นิติศาสตร์ การจัดการ สังคมวิทยา เศรษฐศาสตร์ พัฒนาสังคมและการศึกษา ตลอดจนบทวิเคราะห์ที่เสนอองค์ความรู้นวัตกรรม แนวทางแก้ปัญหาแก่สังคม แนวทางเสริมสร้างความมั่นคงและการอยู่ร่วมกันตามวิถีพุทธ</p> th-TH paiwansweet085@gmail.com (paiwan purimart) joybenyapajoy@gmail.com (ผศ.ดร.เบญญาภา อัจฉฤกษ์) Fri, 17 Apr 2026 11:19:57 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 การจัดการปัญหาความขัดแย้งตามแนวพระพุทธศาสนา https://so03.tci-thaijo.org/index.php/MCUNK/article/view/300849 <p>ความขัดแย้ง เป็นสภาวการณ์และลักษณะบุคคลหรือกลุ่มบุคคลมีความคิดหรือการกระทำไม่ สอดคล้องกัน มีผลประโยชน์ ค่านิยม ความสัมพันธ์และโครงสร้างแตกต่างกัน ซึ่งความแตกต่างกันเหล่า นั้นได้ก่อให้เกิดความบาดหมาง การทะเลาะ การแก่งแย่งและการวิวาทจนนำไปสู่การทำร้ายร่างกาย ฆ่าผู้อื่นในที่สุด ความขัดแย้งนี่เองได้สะท้อนให้เกิดเชิงทวิลักษณ์ คือ ในแง่บวกและลบ ความขัดแย้ง พระพุทธศาสนาเรียกว่า ทุกข์ มีสภาพขัดแย้ง บีบคั้น กดดันกันและกัน ความขัดแย้งเกิดขึ้นจากปัจจัยภายใน เป็นสาเหตุหลัก ปัจจัยภายในที่กล่าวมา คือ จิตใจ และภายในจิตใจนั้น สาเหตุแห่งความขัดแย้งเกิดจากเวทนา ตัณหา เพราะเมื่อเกิดเวทนา มนุษย์ก็ต้องการวัตถุมาสนองสุขเวทนา ต่อมามีการติดใจในสุขเวทนานั้น เรียกว่า ตัณหา พอเกิดตัณหาบ่อยเข้า อุปาทานความยึดมั่นก็เกิดขึ้น เมื่อยึดมั่น ถือมั่นย่อมเกิดการแสวงหา จะโดยชอบธรรมก็ตาม ไม่ชอบธรรมก็ตาม ย่อมเกิดการรักษา คุ้มครองเกิดขึ้น อันนี้เป็นความทุกข์หรือความขัดแย้งเกิดภายในจิตใจ</p> พระมหาอัครวัฒน์ กิตฺติญาโณ (เหมือนพันธ์) ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสาร มจร. นม. สังคมศาสตร์ ปริทรรศน์ https://so03.tci-thaijo.org/index.php/MCUNK/article/view/300849 Fri, 17 Apr 2026 00:00:00 +0700 เศรษฐศาสตร์แนวพุทธกับการพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง https://so03.tci-thaijo.org/index.php/MCUNK/article/view/300850 <p>เศรษฐศาสตร์ตามแนวพุทธเป็นเครื่องมือเหมาะสมในการจัดการกับปัญหาเผชิญอยู่ปัจจุบัน เป็นข้อเท็จจริงตามกฎธรรมชาติ คือ ความไม่มีอยู่ของตัวตน ถ้าแนวความคิดนี้ได้รับความเข้าใจอย่างชัดเจน ชีวิตมนุษย์ได้รับการมองจากแง่มุมแตกต่างออกไปจากการเป็นผู้บริโภค สิ่งที่มีความหมายมากที่สุดในชีวิตไม่ใช่มาจากการบริโภค การบริโภคอย่างเหมาะสม จะไม่ทำให้ให้เกิดการทำลายล้างทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมสามารถทำให้ดีขึ้นได้พร้อมกับการมีชีวิตอย่างมีผาสุกของประชาชน มีความสะอาด ความสงบและสร้างสรรค์ อย่างไรก็ตามการเริ่มต้นวิธีคิดใหม่นี้ ต้องปลุกให้ตระหนักถึงธรรมชาติของมุนษย์และกฎธรรมชาติเกี่ยวกับการไม่มีอยู่ของตัวตนพร้อมกับสิ่งอื่น ๆ ด้วย เศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาชี้ถึงแนวการดำรงอยู่และปฏิบัติตนประชาชนในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับครอบครัว ระดับชุมชน จนถึงระดับรัฐ ทั้งในการพัฒนาบริหารประเทศให้ดำเนินไปในทางสายกลาง โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อให้ก้าวทันต่อโลกยุคโลกาภิวัฒน์วัตน์ ความพอเพียง หมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล รวมถึงความจำเป็นต้องมีระบบภูมิคุ้มกันในตัวดีพอสมควรต่อการมีผลกระทบใด ๆ อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายนอกและภายใน ทั้งนี้ ต้องอาศัยความรอบรู้ ความรอบคอบ ความระมัดระวังอย่างยิ่งในการนำวิชาการต่าง ๆ มาใช้ในการวางแผนการดำเนินการทุกขั้นตอน ขณะเดียวกัน ต้องเสริมสร้างพื้นฐานจิตใจคนในชาติ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่รัฐ นัก ทฤษฎี นักธุรกิจในทุกระดับ ให้มีสำนึกในคุณธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต ให้มีความรอบรู้เหมาะสมกับการดำเนินชีวิตด้วยความอดทน ความเพียร มีสติปัญญา และความรอบคอบ เพื่อให้สมดุลพร้อมต่อการรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและกว้างขวางทั้งด้านวัตถุ สังคม สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรมจากโลกภายนอกได้เป็นอย่างดี</p> พระมหาเสถียร ถาวรธมฺโม (เกษาชาติ) ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสาร มจร. นม. สังคมศาสตร์ ปริทรรศน์ https://so03.tci-thaijo.org/index.php/MCUNK/article/view/300850 Fri, 17 Apr 2026 00:00:00 +0700 การบริหารจัดการเสนาสนะตามมาตรฐานสุขาภิบาลภายในวัด https://so03.tci-thaijo.org/index.php/MCUNK/article/view/300845 <p>ปัจจุบันนี้ วัดซึ่งเป็นสถานที่ปลูกสร้างเสนาสนะที่อยู่อาศัยของพระสงฆ์และสามเณร &nbsp;&nbsp;&nbsp;มีการปลูกสร้างเสนาสนะที่อยู่อาศัยมากขึ้นในแต่ละวัด ควรมีการจัดสถานที่วัดคือมีการจัดระเบียบแผนผังภายในวัดให้เป็นระเบียบเรียบร้อย สงบ ร่มรื่น และถูกต้องตามหลักการบริหารจัดการเสนาสนะตามมาตรฐานสุขาภิบาลภายในวัดมี 4 ด้านได้แก่ คือ 1) บ้านพักอาศัยจะต้องมีลักษณะเป็นไปตามความต้องการทางด้านร่างกายของผู้อยู่อาศัย 2) บ้านพักอาศัยจะต้องเป็นไปตามความต้องการทางด้านจิตใจของผู้อยู่อาศัย 3) ต้องป้องกันโรคติดต่อภายในบ้าน 4) สามารถป้องกันอุบัติเหตุภายในบ้าน เพื่อความสุข 4 อย่างตามพระธรรมวินัยควรให้เกิดความสุข (สัปปายะ) 4 อย่าง คือ 1) อาวาสสัปปายะ ที่อยู่เป็นที่สบาย &nbsp;2) อาหารสัปปายะ อาหารเป็นที่สบายตามปกติเมื่อมีที่อยู่แล้วต้องคำนึงถึงการกินอาหาร การจัดสวัสดิการเรื่องอาหาร 3) บุคคลสัปปายะ บุคคลเป็นที่สบายบางแห่งไม่คำนึงถึงเรื่องบุคคลภายในวัด หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับวัด 4) ธรรมสัปปายะ ธรรมเป็นที่สบายจุดมุ่งหมาย หากดำเนินการตามหลักการบริหารจัดการเสนาสนะตามมาตรฐานสุขาภิบาลทำให้มีชีวิตที่ดีขึ้นทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ รวมถึง การดำรงชีพอยู่ในสังคมได้ด้วยดีมั่งคั่งและยั่งยืนต่อไป</p> พระธงชัย ขนฺติธโร, พระมหาอัครวัฒน์ กิตฺติญาโณ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสาร มจร. นม. สังคมศาสตร์ ปริทรรศน์ https://so03.tci-thaijo.org/index.php/MCUNK/article/view/300845 Fri, 17 Apr 2026 00:00:00 +0700 การสร้างพื้นที่เรียนรู้ประชาธิปไตยกับการเมืองใหม่ในโรงเรียนมัธยม อำเภอหนองกี่ จังหวัดบุรีรัมย์ https://so03.tci-thaijo.org/index.php/MCUNK/article/view/300871 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. เพื่อศึกษาความคิดเห็นประชาชนต่อการสร้างพื้นที่เรียนรู้ประชาธิปไตยกับการเมืองใหม่ในโรงเรียนมัธยม อำเภอหนองกี่ จังหวัดบุรีรัมย์ 2. เพื่อศึกษากิจกรรมการสร้างพื้นที่เรียนรู้ประชาธิปไตยกับการเมืองใหม่ในโรงเรียนมัธยม อำเภอหนองกี่ จังหวัดบุรีรัมย์ และ3. เพื่อกำหนดแนวทางพัฒนาสร้างพื้นที่เรียนรู้ประชาธิปไตยกับการเมืองใหม่ในโรงเรียนมัธยม อำเภอหนองกี่ จังหวัดบุรีรัมย์ ดำเนินการตามระเบียบวิธีวิจัยแบบผสานวิธี โดยการวิจัยเชิงคุณภาพ ใช้วิธีการศึกษาวิจัยเชิงเอกสาร และการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth interview) กับผู้ให้ข้อมูลสำคัญ (Key Informant) จำนวน 25 รูปหรือคน วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหาเชิงพรรณนา และการสนทนากลุ่มเฉพาะ จำนวน 15 รูปหรือคน ด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพรรณนา</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ผลการวิจัยพบว่า</p> <ol> <li class="show">ความคิดเห็นประชาชนต่อการสร้างพื้นที่เรียนรู้ประชาธิปไตยกับการเมืองใหม่ในโรงเรียนมัธยม อำเภอหนองกี่ จังหวัดบุรีรัมย์ มีดังนี้ ประชาชนแสดงความคิดเห็นต่อการสร้างพื้นที่เรียนรู้ประชาธิปไตยกับการเมืองใหม่ในโรงเรียนมัธยม ครูไม่สามารถควบคุมเชิงอำนาจกับเยาวชน เนื่องจากการสื่อสารเข้ามาสร้างการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเยาวชนรุ่นใหม่ ควรมีการจัดกิจกรรมติดตามวิเคราะห์ข่าวสารทางการเมืองที่สอดคล้องกับการเรียนรู้ประชาธิปไตยในโรงเรียน</li> <li class="show">กิจกรรมการสร้างพื้นที่เรียนรู้ประชาธิปไตยกับการเมืองใหม่ในโรงเรียนมัธยม อำเภอหนองกี่ จังหวัดบุรีรัมย์ ดังนี้ การจัดพื้นที่สำหรับติดตามข่าวสารทางการเมืองนำเสนอข่าวสารทางการเมืองตามความคิดของนักเรียน ครูรับฟัง แทนการชี้ผิดชี้ถูก จัดการเรียนการสอนตามสภาพจริง จัดพื้นที่ให้นักเรียนเรียนรู้วิธีการจัดชุมนุมทางการเมือง และเปิดใจรับฟังข่าวสารทางการเมืองที่มีความคิดแตกต่าง</li> <li class="show">การกำหนดแนวทางพัฒนาสร้างพื้นที่เรียนรู้ประชาธิปไตยกับการเมืองใหม่ในโรงเรียนมัธยม อำเภอหนองกี่ จังหวัดบุรีรัมย์ นำสู่การปฏิบัติดังนี้ นักเรียนและครู ผู้ปกครองมีส่วนร่วมพัฒนาสร้างพื้นที่เรียนรู้ประชาธิปไตยให้เด็กนักเรียน เปิดใจรับพฤติกรรมมการเรียนรู้ การแสดงออกทางการเมืองใหม่ในโรงเรียนมัธยม เพราะนักเรียนติดตามข่าวสารทางการเมืองผ่านช่องทางการสื่อสารด้วยตนเอง</li> </ol> จิตรีวรรณ วุฒิปัญญาอิสกุล ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสาร มจร. นม. สังคมศาสตร์ ปริทรรศน์ https://so03.tci-thaijo.org/index.php/MCUNK/article/view/300871 Fri, 17 Apr 2026 00:00:00 +0700 อธิปไตย 3 ส่งเสริมภาวะผู้นำทางการเมืองท้องถิ่น อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/MCUNK/article/view/300872 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความคิดเห็นของประชาชนต่ออธิปไตย 3 ในการส่งเสริมภาวะผู้นำทางการเมืองท้องถิ่น 2) ศึกษาการบูรณาการอธิปไตย 3 เพื่อส่งเสริมภาวะผู้นำทางการเมืองท้องถิ่น และ 3) เพื่อหาแนวทางอธิปไตย 3 ส่งเสริมภาวะผู้นำทางการเมืองท้องถิ่นอำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก ดำเนินการวิจัยแบบผสานวิธี (Mixed Methods Research) ประกอบด้วยการวิจัยเชิงคุณภาพผ่านการศึกษาเอกสาร การสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ให้ข้อมูลสำคัญ 25 รูปหรือคน และการสนทนากลุ่มเฉพาะ 13 รูปหรือคน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหาเชิงพรรณนา ผลการวิจัยพบว่า</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 1) ความคิดเห็นของประชาชนพบวว่า ผู้นำทางการเมืองมีการใช้อำนาจหลากหลายรูปแบบตามสถานการณ์ ทั้งการใช้อำนาจตามกฎหมาย การใช้อิทธิพลเพื่อสร้างฐานอำนาจ และการแสดงภาวะผู้นำผ่านการเข้าร่วมกิจกรรมชุมชนเพื่อลดความขัดแย้งและพัฒนาท้องถิ่น</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 2) การบูรณาการอธิปไตย 3 พบว่า (1) อัตตาธิปไตย คือการยึดถือความคิดตนเองในการนำเสนอต่อชุมชน (2) โลกาธิปไตย คือการยึดถือเสียงส่วนใหญ่และกระบวนการประชาธิปไตยในการตัดสินใจ และ (3) ธัมมาธิปไตย คือการยึดถือความถูกต้องและธรรมะ มุ่งเน้นการประสานประโยชน์และการเสียสละเพื่อเสียงข้างน้อยให้ได้รับความเป็นธรรม</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 3) แนวทางการส่งเสริมพบว่า ผู้นำควรเป็นต้นแบบที่มีความสุจริต สร้างการยอมรับด้วยผลงาน และบูรณาการอำนาจทั้ง 3 ประการอย่างสร้างสรรค์ โดยนำหลักพุทธธรรมมาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างภาวะผู้นำที่มีคุณธรรมตามวิถีประชาธิปไตย</p> สมศักดิ์ สุนันทา ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสาร มจร. นม. สังคมศาสตร์ ปริทรรศน์ https://so03.tci-thaijo.org/index.php/MCUNK/article/view/300872 Fri, 17 Apr 2026 00:00:00 +0700 บทบรรณาธิการ https://so03.tci-thaijo.org/index.php/MCUNK/article/view/300875 <p>ด้วยวารสาร มจร. นม. สังคมศาสตร์&nbsp; ปริทรรศน์&nbsp;&nbsp; วิทยาเขตนครราชสีมาฉบับนี้เป็น <strong>ปีที่ &nbsp;1 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม-ธันวาคม 2567</strong> &nbsp;มีคณาจารย์ของมหาวิทยาลัยจากสถาบันภายนอกได้นำเสนอผลงานทางวิชาการที่หลากหลายหัวข้อหลากหลายสาขาวิชา ทั้งนี้กองบรรณาธิการได้ส่งผลงานทางวิชาการเหล่านี้ไปให้กรรมการกลั่นกรองบทความทางวิชาการของแต่ละสาขาวิชาเป็นผู้อ่าน และมอบให้เจ้าของบทความนำไปปรับปรุงแก้ไขก่อนการตีพิมพ์แล้ว และด้วยความตั้งใจของกองบรรณาธิการที่มีความประสงค์จะทำวารสารเล่มนี้ให้สมบูรณ์ตามเกณฑ์ของศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย (Thai Journal Citation Index Centre) ฉะนั้น &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ในวารสารฉบับนี้เน้นการนำเสนอบทความวิชาการด้านวิจัย 2 เรื่อง และบทความวิชาการที่เป็นประโยชน์ต่อการบริการวิชาการทางพระพุทธศาสนาบูรณาการศาสตร์สมัยใหม่ พัฒนาจิตใจและสังคม 3 เรื่อง รวมเป็น &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;5 บทความ</p> พิชิต ปุริมาตร ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสาร มจร. นม. สังคมศาสตร์ ปริทรรศน์ https://so03.tci-thaijo.org/index.php/MCUNK/article/view/300875 Fri, 17 Apr 2026 00:00:00 +0700