https://so03.tci-thaijo.org/index.php/MCUNK/issue/feed วารสาร มจร. นม. สังคมศาสตร์ ปริทรรศน์ 2025-12-26T00:00:00+07:00 paiwan purimart paiwansweet085@gmail.com Open Journal Systems <p> วารสาร มจร. นม. สังคมศาสตร์ ปริทรรศน์เป็นวารสารวิชาการของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตนครราชสีมา มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้คณาจารย์ นักวิชาการ นิสิต นักศึกษา และผู้สนใจทั่วไปได้มีโอกาสเผยแพร่ผลงานทางวิชาการและผลงานวิจัยทางสังคมศาสตร์และแขนงวิชาที่เกี่ยวข้อง อันได้แก่ พระพุทธศาสนา รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ นิติศาสตร์ การจัดการ สังคมวิทยา เศรษฐศาสตร์ พัฒนาสังคมและการศึกษา ตลอดจนบทวิเคราะห์ที่เสนอองค์ความรู้นวัตกรรม แนวทางแก้ปัญหาแก่สังคม แนวทางเสริมสร้างความมั่นคงและการอยู่ร่วมกันตามวิถีพุทธ</p> https://so03.tci-thaijo.org/index.php/MCUNK/article/view/295700 การสร้างพื้นที่เรียนรู้พระคิลานุปัฏฐาก อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก 2025-12-12T08:51:06+07:00 พระอุดมวชิรนายก www.pratoun5555@gmail.com <p>บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. ศึกษาความคิดเห็นของพระสงฆ์ต่อการสร้างพื้นที่เรียนรู้พระคิลานุปัฏฐาก อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก 2. ศึกษากิจกรรมการสร้างพื้นที่เรียนรู้พระคิลานุปัฏฐาก อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก และ 3. กำหนดแนวทางการสร้างพื้นที่เรียนรู้พระคิลานุปัฏฐาก อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก ดำเนินการตามระเบียบวิธีวิจัยแบบผสานวิธี โดยการวิจัยเชิงคุณภาพ ใช้วิธีการศึกษาวิจัยเชิงเอกสาร และการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth interview) กับผู้ให้ข้อมูลสำคัญ (Key Informant) จำนวน 25 รูป/คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหาเชิงพรรณนา และการสนทนากลุ่มเฉพาะ จำนวน 15 รูปหรือคน ด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพรรณนา</p> <p> ผลการวิจัยพบว่า 1. พระสงฆ์ส่วนมากเป็นผู้สูงอายุ มีอาการป่วยและขาดผู้ดูแล มีหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ (รพ.สต.) (อสม.) (อบต.) และเทศบาล เข้ามาช่วยสนับสนุนกิจกรรมดูแลสุขภาพพระสงฆ์ 2. พระคิลานุปัฏฐาก จัดกิจกรรมดูแลส่งเสริมสุขภาพพระสงฆ์ในวัด ติดตามข่าวสารส่งเสริมสุขภาพพระสงฆ์ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครนายก ให้มีความรอบรู้ความเข้าใจในการดูแลสุขภาพของตนเองเป็นพื้นที่ต้นแบบ 3. แนวทางการสร้างพื้นที่เรียนรู้พระคิลานุปัฏฐาก มีหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ ช่วยสนับสนุนกิจกรรมดูแลสุขภาพพระสงฆ์ และพัฒนาให้เป็นแหล่งเรียนรู้พื้นที่ต้นแบบการดูแลสุขภาพพระสงฆ์ แบบพุทธบูรณาการ</p> 2025-12-26T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสาร มจร. นม. สังคมศาสตร์ ปริทรรศน์ https://so03.tci-thaijo.org/index.php/MCUNK/article/view/295702 การร่วมจัดการวัดส่งเสริมสุขภาพ ของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.) ตำบลหินตั้ง อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก 2025-12-12T10:14:53+07:00 อนุชิต บุตดี wichai.dechburam@gmail.com <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. เพื่อศึกษาความคิดเห็นต่อการร่วมจัดการวัดส่งเสริมสุขภาพของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.) ตำบลหินตั้ง อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก 2. เพื่อศึกษากิจกรรมต้นแบบจัดการวัดส่งเสริมสุขภาพของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.) ตำบลหินตั้ง อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก และ3. เพื่อนำเสนอแนวทางร่วมจัดการวัดส่งเสริมสุขภาพของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.) ตำบลหินตั้ง อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก ดำเนินการตามระเบียบวิธีวิจัยแบบผสานวิธี โดยการวิจัยเชิงคุณภาพ ใช้วิธีการศึกษาวิจัยเชิงเอกสาร และการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth interview) กับผู้ให้ข้อมูลสำคัญ (Key Informant) จำนวน 25 รูปหรือคน วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหาเชิงพรรณนา และการสนทนากลุ่มเฉพาะ จำนวน 15 รูปหรือคน ด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพรรณนา</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ผลการวิจัยพบว่า</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 1. เพื่อศึกษาความคิดเห็นต่อการร่วมจัดการวัดส่งเสริมสุขภาพของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.) ตำบลหินตั้ง อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก มีดังนี้ การร่วมจัดการส่งเสริมสุขภาพพระสงฆ์ไดัรับสนุนงบประมาณจากกองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพบุคคลในพื้นที่ พระสงฆ์ 2. เพื่อศึกษากิจกรรมต้นแบบจัดการวัดส่งเสริมสุขภาพของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.) ตำบลหินตั้ง อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก กิจกรรมต้นแบบวัดส่งเสริมสุขภาพ อสม. จัดกิจกรรมตามนโยบาย กิจกรรมของรพ.สต.วังยายฉิม ดูแลส่งเสริมสุขภาพพระสงฆ์ <br>3. การนำเสนอแนวทางร่วมจัดการวัดส่งเสริมสุขภาพของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ตำบลหินตั้ง อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก การจัดการแบบสร้างการมีส่วนร่วม พระสงฆ์กับอสม. ร่วมประชุมจัดการส่งเสริมสุขภาพพระสงฆ์ ดูแลเรื่องความสะอาด กำจัดปัญหาลูกน้ำยุงลาย สร้างการรับรู้เรื่องสุขภาวะพระสงฆ์</p> 2025-12-26T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสาร มจร. นม. สังคมศาสตร์ ปริทรรศน์ https://so03.tci-thaijo.org/index.php/MCUNK/article/view/295705 การจัดการวัดประชารัฐสร้างสุขของเครือข่ายชุมชนวัดคลองส่งน้ำ อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา 2025-11-24T13:26:41+07:00 เขมจิรา พิทักราษฎร์ taty_kham@hotmail.com <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. เพื่อศึกษาการร่วมจัดการวัดประชารัฐสร้างสุขของเครือข่ายชุมชนวัดคลองส่งน้ำ อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา 2. เพื่อศึกษากิจกรรมการจัดการวัดประชารัฐสร้างสุขของเครือข่ายชุมชนวัดคลองส่งน้ำ อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา และ3. เพื่อนำเสนอผลการจัดการวัดประชารัฐสร้างสุขของเครือข่ายชุมชนวัดคลองส่งน้ำ อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา ดำเนินการตามระเบียบวิธีวิจัยแบบผสานวิธี โดยการวิจัยเชิงคุณภาพ ใช้วิธีการศึกษาวิจัยเชิงเอกสาร และการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth interview) กับผู้ให้ข้อมูลสำคัญ (Key Informant) จำนวน 25 รูปหรือคน วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหาเชิงพรรณนา และการสนทนากลุ่มเฉพาะ จำนวน 15 รูปหรือคน ด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพรรณนา</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ผลการวิจัยพบว่า</p> <ol> <li class="show">เพื่อศึกษาการร่วมจัดการวัดประชารัฐสร้างสุขของเครือข่ายชุมชนวัดคลองส่งน้ำ อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา มีดังนี้ วัดคลองส่งน้ำ ดำเนินการพัฒนาวัดให้เป็นศูนย์กลางชุมชนได้รับการสรับสนุนจากเครือข่ายชุมชนวัดคลองส่งน้ำ ร่วมจัดการวัดตามนโยบายวัดประชารัฐสร้างสุข 2. เพื่อศึกษากิจกรรมการจัดการวัดประชารัฐสร้างสุขของเครือข่ายชุมชนวัดคลองส่งน้ำ อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา คณะสงฆ์กำหนดเกณฑ์และตัวชี้วัดการประเมินโครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข ส่งผลให้เกิดการจัดกิจกรรมพัฒนาวัดสร้างสุขร่วมกัน พระสงฆ์ หน่วยงานรัฐ ประชาชนจิตอาสา</li> <li class="show">เพื่อนำเสนอผลการจัดการวัดประชารัฐสร้างสุขของเครือข่ายชุมชนวัดคลองส่งน้ำ อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา วัดคลองส่งน้ำ ผ่านการประมินผลการดำเนินโครงการ วัดประชา รัฐ สร้างสุข อันดับ 1 ของคณะสงฆ์ภาค 11</li> </ol> 2025-12-26T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสาร มจร. นม. สังคมศาสตร์ ปริทรรศน์ https://so03.tci-thaijo.org/index.php/MCUNK/article/view/295695 การจัดการวัดสร้างสุข 2025-12-12T09:07:40+07:00 พระครูขันติธรรมธารี วิเชียร udomtanee35@gmail.com <p>บทความวิชาการนี้มุ่งเน้นศึกษาการจัดการวัดสร้างสุข เนื่องจากว่าวัดและคณะสงฆ์ไทยมีบทบาทสำคัญในสังคมไทยมาก่อนการตั้งประเทศไทยจนถึงปัจจุบัน ชาวไทยและชาวต่างชาติยอมรับว่าเมืองไทยเป็นเมืองพุทธ วัดต่างๆ ถือเป็นศูนย์กลางของชุมชน ด้วยความโดดเด่นด้านสถาปัตยกรรม พระพุทธรูปประจำวัด สภาพภูมิทัศน์ และเอกลักษณ์เฉพาะของแต่ละท้องถิ่น ได้รับความนิยมจากทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ จากการศึกษาพบว่า การจัดการพัฒนาวัด สามารถเผยแพร่และส่งเสริมวัดให้เป็นแหล่งเรียนรู้ สร้างวัดให้เป็น Soft Power เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว เพื่อดึงดูดผู้คนเข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนา ทำให้วัดเป็นศูนย์กลางการสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน คณะสงฆ์ไทยได้กำหนดนโยบายการพัฒนาวัด ภายใต้โครงการวัดประชารัฐสร้างสุข เพื่อจัดการวัดให้สามารถสร้างความสุขแก่ประชาชน โดยความร่วมมือระหว่างวัด ประชาชน และหน่วยงานรัฐ ร่วมกันพัฒนาวัดและชุมชนให้น่าอยู่อย่างยืน อีกอย่างหนึ่งการจัดการวัดต้องอาศัยพุทธธรรม อำนาจของเจ้าอาวาส การดำเนินงานภายใต้กฎหมาย และประชาชนจิตอาสา ร่วมกันพัฒนาวัด โดยนำแนวคิด 5 ส มาบูรณาการกับหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา เพื่อจัดการวัดให้เป็นสถานที่สร้างความสุขตามหลักสัปปายะ 7 เป็นที่ยอมรับในสังคมไทยและต่างประเทศ สามารถจัดการวัดเพื่อสร้างความสุขให้สอดคล้องกับสภาพสังคมและความต้องการของประชาชน ทำให้วัดมีอัตลักษณ์ทางการจัดการและกิจกรรมที่สร้างความสุขให้กับชุมชนได้อย่างต่อเนื่องจากรุ่นสู่รุ่น ส่งผลให้สังคมไทยมีความสุขอย่างยั้งยืน</p> 2025-12-26T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสาร มจร. นม. สังคมศาสตร์ ปริทรรศน์ https://so03.tci-thaijo.org/index.php/MCUNK/article/view/295698 สาราณียธรรม 6 พลังขับเคลื่อนการเมืองฐานราก 2025-11-24T15:01:56+07:00 พระปลัดมนู ฐานจาโร sanmontree555@gmail.com <p>บทความวิชาการนี้มุ่งศึกษาความสำคัญของการนำหลักธรรมสาราณียธรรม 6 มาเป็นพลังขับเคลื่อนการเมืองฐานราก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเมืองระดับท้องถิ่น เป็นกลไกสำคัญที่เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างใกล้ชิด ส่งเสริมให้ประชาชนตระหนักถึงสิทธิและหน้าที่ในสังคม พัฒนาความเป็นพลเมืองให้เข้มแข็ง มีส่วนร่วมในการตัดสินใจเกี่ยวกับนโยบายการบริหารจัดการท้องถิ่น ทำให้ประชาชนสามารถเลือกตัวแทนที่เหมาะสม เข้าใจกระบวนการทางการเมืองอย่างชัดเจน สามารถติดตามตรวจสอบการทำงานของผู้แทนได้อย่างใกล้ชิด ซึ่งแตกต่างจากการเมืองระดับชาติที่ประชาชนอาจรู้สึกห่างเหิน <br />จากการศึกษาพบว่า การมีส่วนร่วมในระดับท้องถิ่น เป็นรากฐานในการสร้างความเท่าเทียมทางการเมือง ส่งเสริมให้เกิดความมั่นคงทางการเมืองในระดับชาติในระยะยาว อีกอย่างหนึ่ง ถ้านักเมืองท้องถิ่นและประชาชนในท้องถิ่น ขาดการนำหลักธรรมมาใช้บริหารการเมือง จะทำให้เกิดความขัดแย้งและตอบโต้กันอย่างรวดเร็ว ซึ่งรุ่นแรงกว่าการเมืองระดับชาติ นักการเมืองท้องถิ่นและประชาชนในท้องถิ่นเป็นกลุ่มการเมืองฐานรากของประเทศ ที่ต้องวางรากฐานการพัฒนาประชาธิปไตยและจัดกิจกรรมทางการเมือง ตามหลักธรรมสาราณียธรรม 6 ประกอบด้วย เมตตากายกรรม (ทำดีต่อกัน) เมตตาวจีกรรม (พูดดีต่อกัน) เมตตามโนกรรม <br />(คิดดีต่อกัน) สาธารณโภคี (แบ่งปันกัน) ศีลสามัญญตา (มีศีลเสมอกัน) และ ทิฏฐิสามัญญตา (มีความเห็นเหมือนกัน) คุณธรรมเหล่านี้ จะสร้างความสามัคคีให้เกิดขึ้นในท้องถิ่น เป็นพลังขับเคลื่อนทางการเมืองฐานรากให้เข้มแข็งและสามารถพัฒนาการเมืองให้เป็นประชาธิปไตยในระดับประเทศได้อย่างสมบูรณ์</p> 2025-12-26T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสาร มจร. นม. สังคมศาสตร์ ปริทรรศน์